IAMS TH
Why Fiber Is Important for Your Cat’s Nutrition
Why Fiber Is Important for Your Cat’s Nutrition

adp_description_block433
เหตุผลที่ทาสแมวต้องรู้ ทำไมอาหารแมวจึงควรมีไฟเบอร์สูง

  • แบ่งปัน

อย่างที่รู้กันดีว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเค้าต้องการปริมาณโปรตีนสูงเพื่อเสริมการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี แต่โปรตีนไม่ใช่สารอาหารสำคัญเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันปัญหาลำไส้ทำงานผิดปกติ ปัญหาการย่อยอาหาร และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน อาหารแมวจึงควรมีไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบเช่นกัน

แมวมักจะหลีกเลี่ยงการกินผักที่มีกากใยสูงเป็นอาหารมื้อหลัก และจะเคี้ยวต้นอ่อนหรือใบหญ้าเฉพาะเวลาที่มีอาการท้องผูกหรืออาหารไม่ย่อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าแมวของคุณมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกวัน คุณควรเลือกอาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์ให้กับพวกเค้า

ทำความเข้าใจประเภทของไฟเบอร์สำหรับแมว

อาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์มีความสำคัญเนื่องจากมีส่วนช่วยรักษาสุขภาพทางเดินอาหารของแมว โดยไฟเบอร์หรือใยอาหารจำแนกออกเป็น 2 ประเภทตามความสามารถในการละลาย ดังนี้

  1. ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ – เส้นใยชนิดนี้ละลายได้ง่ายในน้ำย่อยและน้ำในลำไส้ ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้บางชนิดจะเปลี่ยนเป็นเจลเพื่อให้แมวขับถ่ายได้ง่ายขึ้น อาหารแมวควรมีส่วนผสมของไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ เนื่องจากจำเป็นต่อการย่อยอาหารและการทำงานของลำไส้
  2. ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ – อาหารแมวควรมีไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำควบคู่ไปกับไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะเพิ่มปริมาตรของกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่ม และยังเพิ่มปริมาตรของอุจจาระ ช่วยเร่งให้อาหารผ่านไปตามทางเดินอาหารได้เร็วขึ้น แมวจะขับถ่ายได้ดี สม่ำเสมอ และไม่มีอาการท้องผูก

ในการเลือกอาหารแมว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีไฟเบอร์ทั้งสองชนิด เพราะแบคทีเรียในลำไส้ของแมวสามารถย่อยไฟเบอร์เหล่านี้เพื่อผลิตสารประกอบใหม่ที่ช่วยบำรุงเซลล์ลำไส้ได้

เพราะเหตุใดแมวจึงต้องการไฟเบอร์?

หากต้องการให้เจ้าตัวน้อยที่บ้านมีสุขภาพดี ขับถ่ายง่าย ไม่มีอาการท้องผูก ผู้เลี้ยงก็ควรเลือกซื้ออาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์ เพราะอาหารชนิดนี้จะมีพรีไบโอติกหรือแบคทีเรียดีที่ช่วยเสริมการทำงานของลำไส้ 

แม้ว่าไฟเบอร์จะจำเป็นสำหรับแมว แต่พวกเค้าต้องการมันในปริมาณที่จำกัด หากได้รับไฟเบอร์มากเกินไปอาจส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารผิดปกติ ในทางกลับกัน หากได้รับปริมาณน้อยเกินไปก็อาจทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี โดยปริมาณไฟเบอร์ที่เหมาะสมสำหรับแมวจะอยู่ที่ประมาณ 1.4% - 3.5% ของปริมาณแคลอรีที่แมวได้รับต่อวัน

แหล่งไฟเบอร์คุณภาพดีสำหรับแมว

สำหรับผู้เลี้ยงที่วางแผนเพิ่มไฟเบอร์ลงในอาหารประจำวันของเจ้าตัวน้อย เราได้รวบรวมตัวเลือกดี ๆ มาให้คุณแล้ว ตามมาดูไปพร้อมกันเลย

  1. ใยอาหารจากสัตว์ – ขนนก เส้นขน กระดูก เส้นเอ็น กระดูกอ่อน และอวัยวะภายในอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบจากสัตว์ที่อุดมด้วยไฟเบอร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสัตว์กินเนื้ออย่างแมวเหมียว
  2. แคร์รอต – แคร์รอตเป็นแหล่งไฟเบอร์และวิตามินซีที่ดี เราสามารถเพิ่มแคร์รอตดิบหรือแคร์รอตต้มสุกปริมาณเล็กน้อยลงในอาหารแมวได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนอาหารปกติให้เป็นอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ได้ง่าย ๆ
  3. ถั่วเขียว – เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับแมว เนื่องจากมีคาร์โบไฮเดรตต่ำแต่มีไฟเบอร์สูง โดยคุณสามารถเพิ่มถั่วเขียวปริมาณเล็กน้อยลงในอาหารแมวบางมื้อได้
  4. รำข้าวสาลี – ผลพลอยได้จากข้าวสาลีนี้เป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นดีสำหรับแมว เพราะมีรสหวานคล้ายกับรสชาติของถั่ว ทำให้แมวส่วนใหญ่ชื่นชอบและอยากกินมากยิ่งขึ้น
  5. บรอกโคลี – บรอกโคลีก็เป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดีเช่นเดียวกับผักใบเขียวชนิดอื่น คุณสามารถผสมบรอกโคลีต้มชิ้นเล็ก ๆ ลงในอาหารของเจ้าเหมียวเพื่อป้องกันปัญหาอาหารไม่ย่อยและท้องผูกได้
  6. ผักโขม – เป็นแหล่งไฟเบอร์คุณภาพดีที่อุดมด้วยวิตามินซีและเค คุณสามารถเพิ่มผักโขมต้มสุก 2 – 3 ใบลงในอาหารประจำวันของเจ้าเหมียว เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าได้รับใยอาหารเพียงพอในแต่ละวัน และจะมีระบบย่อยอาหารที่สุขภาพดี
  7. ผักกาดหอม – ผักกาดหอมมีปริมาณไฟเบอร์และน้ำที่เหมาะสม การปล่อยให้แมวเคี้ยวใบผักกาดเป็นครั้งคราวจะช่วยให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์และน้ำเพิ่มมากขึ้น

นอกจากรายชื่ออาหารข้างต้นแล้ว ขอแนะนำ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ รสไก่ อาหารแมวไฟเบอร์สูงที่มาพร้อมโปรตีนจากเนื้อไก่แสนอร่อย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับแมวเหมียว มั่นใจได้เลยว่าพวกเค้าจะได้รับไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับสารอาหารสำคัญอื่น ๆ นอกจากนี้ ไอแอมส์™ ยังคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดีและปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟเบอร์ในอาหารแมว

  1. จะเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ให้แมวเหมียวได้อย่างไร?
  2. คุณสามารถเพิ่มไฟเบอร์ให้แมวได้ง่าย ๆ ด้วยการให้อาหารแมวที่มีอุดมด้วยไฟเบอร์ หรือเพิ่มแหล่งไฟเบอร์จากสัตว์และพืชลงในมื้ออาหารประจำวันของแมว

  3. อาหารแมวไฟเบอร์สูงมีประโยชน์จริงหรือไม่?
  4. แมวต้องการไฟเบอร์เพื่อเสริมสุขภาพทางเดินอาหารและลำไส้ที่ดี แต่พวกเค้าควรได้รับปริมาณไฟเบอร์ไม่เกิน 3.5% ของปริมาณแคลอรีทั้งหมดในแต่ละวัน

  5. อาหารเปียกมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่าอาหารเม็ดใช่หรือไม่?
  6. ไม่ใช่ อาหารเม็ดมักจะมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่า ในขณะที่อาหารเปียกจะมีปริมาณความชื้นมากกว่า

  7. แมวทุกตัวต้องการไฟเบอร์ใช่หรือไม่?
  8. ใช่ แมวทุกตัวต้องการไฟเบอร์เพื่อช่วยเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

  9. แหล่งไฟเบอร์ที่ดีสำหรับแมวมีอะไรบ้าง?
  10. ไฟเบอร์จากพืช เช่น บรอกโคลี ผักกาดหอม แคร์รอต รำข้าวสาลี ผักโขม ต้นข้าวสาลีอ่อน และถั่วเขียว เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับแมว หรือจะเพิ่มไฟเบอร์จากสัตว์ เช่น ขนสัตว์ กระดูกอ่อน กระดูก และเส้นเอ็นลงในอาหารแมวก็ได้เช่นกัน

  • Is Your Cat a Finicky Eater?
    Is Your Cat a Finicky Eater?
    adp_description_block213
    เคล็ดลับการให้อาหารเจ้าเหมียวช่างเลือก

    • แบ่งปัน

    แมวเหมียวมักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเสมอ จึงไม่แปลกหากพวกเค้าจะติดนิสัยช่างเลือกไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกของเล่นที่ชอบหรือกิจกรรมที่ทำ โดยทั่วไปความช่างเลือกเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ทาสแมวควรเป็นกังวลและหาวิธีแก้ไขหากเป็นเรื่องแมวกินยากหรือแมวเลือกกิน เบื้องต้นคุณอาจลองเปลี่ยนอาหารดูก่อน แต่ถ้าพวกเค้ายังไม่ยอมกินอาหารใหม่ คุณควรปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติม 

    ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ ต้องเข้าใจว่าเจ้าเหมียวส่วนใหญ่มีนิสัยช่างเลือก พวกเค้าอาจดื้อรั้นในช่วงแรก แต่จะปรับตัวเข้ากับกิจวัตรประจำวันที่กำหนดไว้ได้ในที่สุด ตามมาดูเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเข้าใจนิสัยเลือกกินของเจ้าเหมียวมากยิ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

    ทำไมแมวกินยาก?

    พฤติกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพราะนิสัยเลือกกินของเจ้าเหมียวเสมอไป แต่อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ

    • ไม่อยากอาหาร
      • หากแมวไม่กินข้าว เป็นไปได้ว่าพวกเค้าอาจจะไม่รู้สึกหิว หรือได้กินขนมมาตลอดทั้งวันแล้ว สำหรับน้องแมวที่เลี้ยงนอกบ้านหรือชอบหนีเที่ยว พวกเค้าอาจล่าเหยื่อเป็นอาหารจนไม่รู้สึกหิวแล้วก็เป็นได้ แต่หากน้องแมวไม่กินอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
    • การให้อาหารไม่เป็นเวลา
      • แม้แมวจะขี้จุกจิกตามธรรมชาติ แต่พวกเค้าชอบใช้ชีวิตอย่างเป็นกิจวัตรและจดจำได้ว่าเวลาไหนคือเวลาอาหาร ดังนั้นหากให้อาหารผิดเวลา พวกเค้าก็อาจไม่ยอมกินข้าวได้
    • ชามอาหารสกปรก
      • น้องแมวไม่ชอบกินอาหารจากภาชนะที่สกปรก ดังนั้นก่อนเทอาหารให้ใหม่ก็อย่าลืมทำความสะอาดชามอาหารของพวกเค้าก่อนด้วยล่ะ
    • สภาพแวดล้อม
      • น้องแมวส่วนใหญ่ชอบกินอาหารตามลำพัง ไม่ชอบถูกจับจ้องหรือเป็นจุดสนใจเมื่อกำลังกินอาหาร
    • ความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
      • น้องแมวกินยากอาจเกิดจากความเครียดได้เช่นกัน ลองสังเกตกันดูว่ามีสมาชิกใหม่ในครอบครัวมาเพิ่มหรือไม่? มีสมาชิกในครอบครัวคนไหนจากไปหรือไม่? มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมรอบตัวเจ้าเหมียวหรือเปล่า? อย่างการย้ายบ้านใหม่ พวกเค้าอาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อความเครียดหายไปแล้ว เจ้าเหมียวก็จะกลับมากินอาหารได้ตามปกติ ซึ่งถ้าร่างกายแข็งแรง ไม่มีความผิดปกติที่น่าเป็นห่วง พ่อแม่แมวทั้งหลายก็เบาใจได้ ทั้งนี้เจ้าเหมียวสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพียงแค่เปลี่ยนชามอาหารใหม่ ก็อาจทำให้พวกเค้าไม่ยอมกินอาหารได้แล้ว
    • ปัญหาสุขภาพ
      • ปัญหาสุขภาพบางประการอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของเจ้าเหมียว ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

    วิธีรับมือเมื่อแมวเลือกกิน

    สำหรับทาสแมวที่กำลังเผชิญปัญหาแมวกินยาก ลองทำตามเคล็ดลับดี ๆ เหล่านี้ได้เลย

    • อุ่นอาหารเปียกก่อนเสิร์ฟ
      • ถ้าเสิร์ฟอาหารเย็น ๆ กลิ่นอาจไม่หอมและไม่ดึงดูดใจให้เจ้าเหมียวอยากกิน แต่การอุ่นอาหารจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ชวนให้เจ้าเหมียวอยากกินอาหารมากยิ่งขึ้น
    • ทำความสะอาดชามอาหาร
      • เนื่องจากน้องแมวรับรู้กลิ่นได้ดี พวกเค้าจึงรู้ได้ในทันทีหากชามอาหารไม่สะอาด ซึ่งอาจทำให้ความอยากอาหารลดลงจนไม่ยอมกินอาหารเลยทีเดียว
    • เติมน้ำซุปลงในอาหาร
      • เพิ่มความน่ากินให้อาหารมื้อธรรมดาด้วยการเติมน้ำซุปไก่ น้ำซุปปลา หรือน้ำมันเพิ่มรสชาติลงในอาหารแมว วิธีนี้จะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ากินมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงน้ำซุปที่มีส่วนประกอบของหัวหอม กุ้ยช่าย และกระเทียม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมวได้
    • ลองเปลี่ยนอาหารใหม่
      • หากน้องแมวเลือกกิน อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนอาหารใหม่กันแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปว่าต้องลองผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดเลย เพื่อหาสิ่งที่ถูกใจพวกเค้ามากที่สุด
    • ปรึกษาสัตวแพทย์
      • ถ้าเจ้าเหมียงยังไม่ยอมกินอาหารหลังจากลองทำทุกวิธีแล้ว ก็ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ หรือถ้าเจ้าเหมียวไม่กินอาหารเลยนานกว่า 24 ชั่วโมว ควรพาพวกเค้าไปพบคุณหมอทันที
    • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
      • หากต้องการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันหรือสภาพแวดล้อม ควรเปลี่ยนอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป เช่นเดียวกับการเปลี่ยนอาหาร อย่าเปลี่ยนโดยทันที ให้เริ่มจากผสมอาหารสูตรเดิมกับสูตรใหม่เข้าด้วยกันในช่วงสามวันแรก จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณอาหารใหม่และลดปริมาณอาหารเก่าลง

    การเปลี่ยนอาหารใหม่อาจเรื่องยากและจำเป็นต้องทดลองผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งไอแอมส์™ ตระหนักดีว่า พ่อแม่เหมียวทั้งหลายต่างก็ต้องการตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น อาหารแมวของไอแอมส์™ จึงมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดสำหรับแม่และลูกแมว อาหารเม็ดสำหรับแมวโต และอาหารเม็ดสูตรเลี้ยงในบ้านและบำรุงก้อนขน โดยอาหารแมวไอแอมส์™ ทุกสูตร มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล ทั้งนี้คุณสามารถปรึกษาเรื่องการเลือกอาหารเพิ่มเติมได้จากทั้งสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจากไอแอมส์™

    สิ่งที่แมวเหมียวทุกตัวต้องการ

    นี่คือสิ่งที่ทาสแมวทุกคนควรรู้เกี่ยวกับเจ้าเหมียว

    • ไม่ว่าจะเลือกให้อาหารชนิดใด ต้องเตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอและเข้าถึงได้ตลอดเวลา ขอแนะนำให้วางชามน้ำให้ห่างจากชามอาหารประมาณ  1 – 1.5  เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวกินแต่น้ำแล้วไม่กินอาหาร
    • ควรให้น้องแมวกินอาหารในมุมสงบ เป็นส่วนตัว ไร้การรบกวน
    • พบสัตวแพทย์เป็นประจำหรือตามนัดหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าน้องแมวจะมีสุขภาพดีและมีความสุขในทุกวัน

     

Close modal