IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block402
เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

  • แบ่งปัน

น้องแมวต้องการกรดไขมันและโปรตีนมากกว่าคน รวมไปถึงสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเค้ามีนิสัยกินทีละนิดทีละหน่อยแต่กินหลายมื้อต่อวัน ดังนั้นการเลือกอาหารจึงสำคัญมาก และอาหารแมวไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรแมวโต รสไก่ คือตัวเลือกที่ดีเลย นอกจากรสชาติอร่อยถูกใจเจ้าเหมียวแล้ว ยังคงความสดใหม่ได้ยาวนานอีกด้วย

เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

คุณค่าทางโภชนาการที่เจ้าเหมียวต้องการ

แมวเหมียวต้องการโปรตีนจากสัตว์ พร้อมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ ในอัตราส่วนที่ครบถ้วนและสมดุล เพื่อเสริมให้พวกเค้ามีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารเสริมที่ไม่จำเป็น เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกมากมาย ในการเลือกอาหารให้เจ้าเหมียวตัวน้อย ควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • โปรตีนคุณภาพดีจากเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือไข่ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมไปถึงระบบภูมิต้านทาน และอวัยวะต่าง ๆ
  • กรดอะมิโนทอรีน ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์เท่านั้น ทั้งเนื้อไก่และปลา ช่วยให้มีสุขภาพดวงตาที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยเสริมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ การเจริญเติบโตของลูกแมวในท้อง และพัฒนาการด้านต่าง ๆ
  • วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น วิตามิน A ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์เท่านั้น และวิตามิน E ที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
  • อัตราส่วนที่สมดุลของกรดไขมัน ช่วยให้สุขภาพผิวหนังดี และมีขนนุ่มเงางาม
  • ไฟเบอร์คุณภาพดี เช่น บีทพัลพ์ ที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยและขับถ่าย

เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวเหมียว

  • แม่แมวตั้งท้อง หรือ แม่แมวที่กำลังให้นมลูก

     แม่แมวที่กำลังตั้งท้องต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 50% จากปริมาณปกติ โดยเราสามารถให้อาหารสูตรลูกแมวในช่วง 2-3 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งท้องกับพวกเค้าได้ เพราะมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนตรงกับความต้องการ หลังคลอด แม่แมวต้องการพลังเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 75% โดยจะมากกว่าปกติถึงสองเท่าในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด และเพิ่มเป็นสามเท่าเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ระหว่างสัปดาห์สามถึงสี่จะเป็นช่วงที่แม่แมวต้องการพลังงานมากที่สุด เพราะต้องให้นมลูกแมวตัวน้อยที่ยังไม่สามารถกินอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกได้ เมื่อลูกแมวถึงวัยหย่านม แม่แมวจึงจะสามารถกลับมากินอาหารสูตรทั่วไปได้

เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

  • ควบคุมน้ำหนัก

    สำหรับปัญหาน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่น แมวโตเต็มวัยต้องการสารอาหารแตกต่างจากลูกแมว และแมวสูงวัย ดังนั้นการเพิ่มปริมาณอาหารที่ไม่เหมาะกับช่วงวัยเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการทางโภชนาการ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เจ้าเหมียวอ้วนได้ ซึ่งนี่เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
    โดยทั่วไปแมวที่เลี้ยงในบ้านมีความเสี่ยงจะมีภาวะน้ำหนักเกินได้ง่าย เพราะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย แต่ในฐานะเจ้าของ คุณต้องใส่ใจกับปริมาณอาหารที่เจ้าเหมียวได้รับในแต่ละวัน หรืออาจเลือกให้อาหารสูตรใหม่ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักก็ได้ ตามมาดูเคล็ดลับการให้อาหารที่จะช่วยให้เจ้าเหมียวของคุณมีน้ำหนักตัวตามมาตรฐาน และมีสุขภาพแข็งแรงกัน

what shape

 

แม้จะเลือกสูตรอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก แต่ก็ควรกำหนดปริมาณอาหารตามคำแนะนำอย่างเหมาะสมนะ

  • ป้องกันปัญหาก้อนขนอุดตัน

    โดยทั่วไปเจ้าเหมียวมักเลียขนเป็นประจำ และนั่นอาจทำให้พวกเค้ากลืนขนตัวเองลงไป ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาก้อนขนอุดตันในช่องท้องได้ หากก้อนขนเหล่านั้นไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้มาได้ เจ้าเหมียวอาจพยายามสำรอกมันออกมา การเลือกอาหารสูตรพิเศษจะช่วยป้องกันการเกิดก้อนขนอุดตันได้ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงหากผสมกับอาหารสูตรอื่น

ความแตกต่างทางพฤติกรรมการกินของแมวน้ำหนักน้อยกับแมวอ้วน

  • แมวน้ำหนักน้อย:

    น้องแมวที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ต้องการสารอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในที่สุด นอกจากนี้การเพิ่มปริมาณแคลอรี่ก็จำเป็นเช่นกัน เพื่อให้พวกเค้ามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ทั้งนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ
  • แมวอ้วน:

    แมวที่มีภาวะอ้วนควรควบคุมปริมาณอาหารอย่างเคร่งครัด และควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ

ปริมาณอาหารที่น้องแมวควรได้รับในแต่ละวันคือเท่าใด?

ปริมาณอาหารที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับช่วงวัย ขนาดตัว และกิจวัตรประจำวันของพวกเค้า หรือจะเลือกให้อาหารตามตารางแนะนำที่ระบุไว้บนซองอาหารแมว ทุกซองของไอแอมส์™ ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณอาหารตามความต้องการของน้องแมวได้ และอย่าลืมแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมหากคุณให้อาหารพวกเค้ามากกว่า 1 ครั้งต่อวัน ทีนี้ตามมาดูไปพร้อมกันเลยว่าควรให้อาหารเจ้าหมียวปริมารเท่าใดบ้าง:

น้ำหนักของแมว (กก.)กรัม/วัน
345
455
560
670
780
890

 

อาหารแมวไอแอมส์™ ช่วยแก้ปัญหาการกินมากเกินไปหรือน้อยเกินไปได้อย่างไรบ้าง?

อาหารแมวไอแอมส์™ อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดีเหมาะกับแมวที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว ซึ่งอาหารแมวไอแอมส์™ สูตรควบคุมน้ำหนักและก้อนขน ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับน้องแมวที่ต้องการเพิ่มหรือลดน้ำหนัก เพราะอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้:

  • ผลิตจากเนื้อไก่คุณภาพดี
  • มีส่วนผสมของแอล – คาร์นิทีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้น้องแมวกลับมามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
  • เป็นสูตรอาหารที่สัตวแพทย์แนะนำ
  • ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินอาหารของเจ้าเหมียว

  1. ควรปล่อยให้เจ้าเหมียวกินอาหารตามลำพังหรือไม่?
  2. การกินอาหารตามลำพังไม่ใช่ปัญหา หากพวกเค้ากินอาหารที่เตรียมไว้ให้จนหมดชาม

  3. ทำไมเจ้าเหมียวถึงหิวตลอดเวลา?
  4. หนึ่งในสาเหตุของปัญหานี้คือการเลือกอาหารที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่เหมาะสม หรืออาจเกิดจากการเป็นโรคเบาหวาน และโรคไทรอยด์เป็นพิษ หากสังเกตพบอาการผิดปกติ ควรรีบพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ในทันที

  5. ควรให้อาหารแบบไหนกับเจ้าเหมียวช่างเลือก?
  6. การที่เจ้าเหมียวปฏิเสธที่จะกินอาหาร อาจไม่ได้เกิดจากนิสัยเลือกกินเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากปัญหาทางสุขภาพ เช่นภาวะไตล้มเหลว หรือการติดเชื้อในลำไส้ และอีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้คือก้อนขนอุดตันในทางเดินอาหาร ทำให้การกินอาหารเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเจ้าเหมียว หากพบว่าเจ้าเหมียวมีอาการเบื่ออาหาร ควรรีบพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ในทันที

    ในกรณีที่เจ้าเหมียวไม่มีปัญหาสุขภาพให้กังวลใจ คุณสามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้:

    • เสิร์ฟความอร่อยให้เจ้าเหมียว ด้วยการผสมเนื้อปลาทูน่าหรือตับในปริมาณที่เหมาะสมลงในอาหารของพวกเค้า
    • เปลี่ยนมุมให้อาหาร เพื่อค้นหาว่ามุมไหนคือมุมโปรดในการกินอาหารของเจ้าเหมียว
    • เพิ่มระยะเวลาระหว่างมื้ออาหารให้นานขึ้น เพื่อให้เจ้าเหมียวรู้สึกหิวและอยากอาหารมากขึ้น
    • อย่าเทอาหารทิ้งไว้ ควรเสิร์ฟอาหารที่สดใหม่ให้เจ้าเหมียวทุกครั้ง

  7. จะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเหมียวกำลังหิว หรืออ้อนขอกินอาหาร?
  8. หากเจ้าเหมียวของคุณรู้สึกหิว พวกเค้ามักจะแสดงอาการเหล่านี้:

    • หากเจ้าเหมียวรู้สึกหิวจริง ๆ พวกเค้าอาจส่งเสียงร้องเพื่อเรียกความสนใจ และอาจส่งเสียงขณะกินอาหารอยู่ด้วย
    • เจ้าเหมียวจะกินอาหารอย่างรวดเร็ว
    • เจ้าเหมียวอาจขโมยอาหารแม้จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ให้อาหารตามปกติ

    หากเจ้าเหมียวยังคงออดอ้อนขออาหารเพิ่มแม้จะได้รับอาหารตามปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวันแล้ว นั่นแปลว่าเจ้าเหมียวของคุณอาจเป็นกลายร่างเป็นจอมตะกละไปแล้วก็ได้

    นี่คือเคล็ดลับในการจับสังเกตเจ้าเหมียวผู้หิวโหย:

    • เช็กจำนวนมื้ออาหารในแต่ละวันของเจ้าเหมียว 
    • จับตาดูพฤติกรรมการขโมยอาหารของเจ้าเหมียวให้ดี หากมันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเจ้าเหมียวของคุณไม่สามารถหักห้ามใจในการกินได้
    • สังเกตความถี่ของการให้ขนมเจ้าเหมียวในแต่ละวัน
  • cat article
    cat article
    adp_description_block289
    วิธีดูแลแมวเหมียว

    • แบ่งปัน

    เราต่างก็รู้กันดีว่าแมวเป็นสัตว์รักอิสระ และมักจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเค้าไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลนะ เจ้าของควรใส่ใจดูแลพวกเค้าให้มีสุขภาพดีแข็งแรง หมั่นสังเกตพฤติกรรมที่ผิดแปลกไป อย่างในเรื่องการกิน ควรสังเกตว่าพวกเค้ากินอะไรบ้าง ปริมาณมากหรือน้อยเท่าใด นอกจากนี้เราอาจกำหนดตารางเวลาในการทำกิจวัตรประจำวันของพวกเค้าให้ชัดเจนเพื่อความง่ายต่อการดูแล และที่สำคัญที่สุดคือควรพาไปตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ ทั้งนี้การดูแลแมวในช่วงโตเต็มวัยจะง่ายกว่าการดูแลลูกแมวแรกคลอด

     

    เช็กลิสต์สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการดูแลเจ้าเหมียวที่ทาสแมวควรรู้

    • การรักษาพยาบาล:

      น้องแมวโตเต็มวัยควรได้รับการตรวจเช็กสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเค้าจะมีร่างกายที่แข็งแรง และไม่มีอาการผิดปกติหรือสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่เจ้าของอาจมองข้ามไป
    • การดูแลความสะอาด:

      ถึงแม้ว่าเจ้าเหมียวจะเลียขนทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำ แต่ก็แนะนำให้อาบน้ำทุก 4 – 6 สัปดาห์ และควรทำความสะอาดเบาะนอนของพวกเค้าเป็นประจำด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าเหมียวที่คุณรักจะไม่ล้มป่วย
    • การให้อาหาร:

      เมื่อเจ้าเหมียวมีอายุ 4 เดือน เราอาจแบ่งการให้อาหารเป็น 3 มื้อต่อวัน แต่เมื่อมีอายุมากกว่า 4 เดือนขึ้นไป ให้ลดลงเหลือ 2 มื้อต่อวันได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์ถึงปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับเจ้าเหมียวของเราด้วย
    • การดูแลช่องปากและฟัน:

      เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจดูแลกันเป็นประจำ และเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ควรฝึกแปรงฟันให้เจ้าเหมียวตั้งแต่ยังเป็นลูกแมว โดยเริ่มจากบีบยาสีฟันสำหรับแมวโดยเฉพาะลงบนนิ้ว จากนั้นใช้นิ้วถูทำความสะอาดเบา ๆ บริเวณเหงือกและฟัน หากพบว่าเจ้าเหมียวมีกลิ่นปาก มันอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้โรคได้ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที
    • การฝึกเข้าสังคม:

      แม้จะมีนิสัยรักสันโดษ แต่เจ้าเหมียวก็ฝึกเข้าสังคมได้เช่นกัน โดยวิธีการเข้าหาเจ้าเหมียวที่ถูกต้องคือ ควรให้เค้าเห็นอยู่ในระดับสายตา และห้ามใช้เสียงดัง คุณอาจลูบหัวพวกเค้าเบา ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยได้

     

    การฝึกทักษะที่จำเป็นให้เจ้าเหมียว

    เมื่อพาเจ้าเหมียวเข้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำถัดมาคือให้พวกเค้าทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ และเริ่มฝึกทักษะต่าง ๆ แม้การฝึกอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะต้องฝึกบ่อยครั้งและใช้ความอดทนค่อนข้างมาก แต่มันก็มีประโยชน์ไม่น้อยเลย ซึ่งการฝึกและดูแลเจ้าเหมียวขั้นพื้นฐานนั้น ครอบคลุมทั้งการเตรียมกระบะทราย การฝึกเข้าห้องน้ำ การทำหมัน และการปกป้องพวกเค้าจากอันตรายภายในบ้าน โดยเพื่อน ๆ ลองทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ดูได้เลย

    • การเตรียมกระบะทราย:

      ควรวางกระบะทรายไว้ในมุมที่เข้าถึงได้ง่าย และไม่ควรเปลี่ยนที่กระบะทรายบ่อย หากจำเป็นควรค่อย ๆ เคลื่อนย้ายวันละนิด ที่สำคัญคือควรทำความสะอาดกระบะทรายเป็นประจำ เพราะแมวเป็นสัตว์รักสะอาด พวกเค้าจะไม่ยอมขับถ่ายในกระบะทรายที่สกปรกอย่างเด็ดขาด
    • การปกป้องเจ้าเหมียวจากอันตรายภายในบ้าน:

      เพื่อความปลอดภัยควรเก็บข้าวของที่เป็นอันตรายให้พ้นจากสายตาเจ้าเหมียว ไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิลหรือสายไฟ สารไวไฟ และสารเคมีต่าง ๆ หากบ้านไหนใช้น้ำมันหอมระเหย ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะส่วนประกอบบางชนิดเป็นพิษกับเจ้าตัวน้อย
    • การทำหมัน:

      การทำหมันแมวมีประโยชน์มากมาย และยังมีส่วนช่วยให้เจ้าเหมียวสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย โดยแมวจะสามารถทำหมันได้เมื่อมีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ และแนะนำให้ทำหมันตั้งแต่เด็กหรือก่อนที่เจ้าเหมียวจะมีอายุ 5 เดือนขึ้นไป
    • การฝึกเข้าห้องน้ำ:

      ถือเป็นการฝึกที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของสามารถฝึกพวกเค้าตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ได้
    1. วางกระบะทรายใกล้กับห้องน้ำ
    2. ค่อย ๆ ยกระดับความสูงของกระบะทรายขึ้นทุกวัน
    3. อุ้มเจ้าเหมียวไปขับถ่ายในห้องน้ำ ทำซ้ำ ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย
    4. ให้รางวัลทุกครั้งเมื่อเจ้าเหมียวใช้ห้องน้ำ

     

    โรคที่พบบ่อยในแมว เจ้าของต้องระวัง!

    การดูแลสุขภาพร่างกายของเจ้าเหมียวต้องมาก่อนเสมอ ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะทำความสะอาดตัวเองได้ แต่ไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองนะ

    • อาเจียน:

      ถือเป็นอาการป่วยที่พบได้บ่อยในแมว และเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งจากปัญหาก้อนขนอุดตัน การกินสิ่งแปลกปลอม หรือจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
    • โรคระบบทางเดินปัสสาวะในแมว (FLUTD):

      โรคนี้เป็นได้ทั้งในแมวตัวผู้และตัวเมีย สาเหตุหลักมาจากปัญหาน้ำหนักเกิน หรือการกินแต่อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว โดยสัญญาณเตือนของโรคนี้คือ ปัสสาวะออกมาเป็นเลือด ร้องหรือครางเมื่อปัสสาวะ ไม่ยอมปัสสาวะ เลียบริเวณอวัยวะเพศเพราะความเจ็บปวด มีภาวะขาดน้ำ และอาเจียน
    • ท้องเสีย:

      โรคมะเร็ง การติดเชื้อ และการแพ้อาหารล้วนเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เจ้าเหมียวท้องเสียได้ หากมีอาการแนะนำให้พวกเค้ากินน้ำเยอะ ๆ และควรพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที
    • มีพยาธิตัวตืด:

      พยาธิตัวเล็ก ๆ เหล่านี้สร้างความเจ็บปวดให้เจ้าเหมียวได้มากกว่าที่คิด พบได้บ่อยในทางเดินอาหารของเจ้าเหมียว พวกเค้ามักจะมีอาการอาเจียนและน้ำหนักตัวลด ทั้งนี้คุณสามารถสังเกตพยาธิตัวตืดได้จากอุจจาระของเจ้าเหมียว
    • โรคเอดส์แมว (FIV):

      เชื้อไวรัสเอดส์แมวจะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง อาการป่วยที่พบได้ในน้องแมวจะมีปัญหาขนร่วง ท้องเสียเรื้อรัง มีอาการชัก ปัญหาที่ดวงตา เบื่ออาหาร และเป็นไข้

    หากคุณสังเกตพบว่าเจ้าเหมียวมีอาการผิดปกติ แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด และเข้ารับรักษาได้อย่างทันท่วงที

     

    เคล็ดลับการดูแลเจ้าเหมียวฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง

    “เราต้องดูแลเจ้าเหมียวอย่างไรบ้างนะ?” คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของทาสแมวมือใหม่หลาย ๆ คน เพราะแมวเป็นสัตว์ที่เดาใจและรับมือได้ยาก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะนี่คือเคล็ดลับที่จะทำให้การดูแลเจ้าเหมียวสุดที่รักของคุณกลายเป็นเรื่องง่าย

    • แมวไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

      ดังนั้นเมื่อพาเจ้าเหมียวเข้าบ้านครั้งแรก คุณควรจัดเตรียมพื้นที่ส่วนตัว ของเล่น และผ้าห่มนุ่ม ๆ เอาไว้ให้พร้อม รวมถึงควรให้เวลาพวกเค้าได้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ด้วย
    • ตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ

      หมั่นสังเกตพฤติกรรม และไม่มองข้ามสัญญาณเตือนหรืออาการผิดปกติของพวกเค้า ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยมากก็ตาม
    • แบ่งเวลามาทำกิจกรรมกับพวกเค้า

      เพราะการเล่นถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่ดี แนะนำให้เตรียมของเล่นที่หลากหลายเพื่อป้องกันความเบื่อหน่าย
    • ให้เวลาเจ้าเหมียวปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่

      ๆ และผู้คนรอบ ๆ ตัว
    • เลือกอาหารที่เหมาะกับช่วงวัยของเจ้าเหมียว

      และกำหนดเวลากินอาหารให้เป็นกิจวัตร

Close modal