IAMS TH
Kitten Basics: Do Kittens Get Hairballs?
Kitten Basics: Do Kittens Get Hairballs?

adp_description_block136
การดูแลลูกแมวเบื้องต้น : ลูกแมวมีก้อนขนหรือไม่

  • แบ่งปัน

ลูกแมวก็มีก้อนขนได้แม้จะไม่พบบ่อยเท่าแมวโต วัยเด็กเป็นวัยที่เรียนรู้ได้ไว เมื่อเค้าโตขึ้นลูกแมวจะเริ่มพัฒนานิสัยการเลียทำความสะอาดขนขึ้นมา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดก้อนขนได้หากเค้ามีขนยาว
 

ก้อนขนมีสาเหตุมาจากอะไร?

แมวจำนวนมากใช้เวลาเกือบทั้งวันในการทำความสะอาดขนของตัวเอง ระหว่างที่เลียทำความสะอาดไปเจ้าเหมียวก็กลืนเส้นขนลงไปด้วย จนเกิดการสะสมในกระเพาะ หากก้อนขนไม่ไหลไปตามทางเดินอาหาร แมวจะพยายามไอหรือขย้อนเพื่อจำกัดก้อนขนออกมา

ตลอดอายุขัย แมวส่วนใหญ่ต้องเจอกับภาวะก้อนขนอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ลูกแมว แมวพันธุ์ขนยาว หรือแมวที่ทำความสะอาดขนบ่อย ๆ จะมีโอกาสพบก้อนขนมากกว่าปกติ

 

คุณจะช่วยลดก้อนขนในลูกแมวได้อย่างไร?

คุณสามารถช่วยลดภาวะก้อนขนในลูกแมวหรือแมวโตให้น้อยลงได้ด้วยเคล็ดลับต่อไปนี้

 

  • เปลี่ยนอาหาร

อาหารที่ใช้จะช่วยบรรเทาภาวะก้อนขนทั้งในลูกแมวและแมวโต อย่าง ไอแอมส์™ ชนิดเม็ดสูตร
บีทพัลพ์จะช่วยขยับก้อนขนไปตามทางเดินอาหาร

สำหรับแมวโต งานวิจัยของเราพบว่าไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลดก้อนขน ช่วยขับก้อนขนออกมาทางอุจจาระได้มากกว่าอาหารเม็ดจากแบรนด์ชั้นนำถึง 80% นอกจากนี้ใยอาหารในสูตรยังประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่ทำให้เกิดการหมักระดับปานกลาง เพื่อบำรุงสุขภาพทางเดินอาหารอีกด้วย

 

  • ตรวจสุขภาพผิวหนังและขน

การรักษาสุขภาพผิวหนังและขนจะช่วยให้ขนร่วงน้อยลง ส่งผลให้แมวกลืนขนจากการเลียทำความสะอาดขนลดลง และลดการสะสมก้อนขนระหว่างที่เค้าเติบโตขึ้นเป็นแมวโตเต็มวัย นอกจากนี้โปรตีนและไขมันคุณภาพสูงจากสัตว์ที่พบได้ในสูตรอาหารลูกแมวของไอแอมส์™ ก็ให้สารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพผิวหนังและขนของเค้า

 

  • แปรงขนเป็นประจำ

สำหรับลูกแมวและแมวที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาก้อนขน คุณสามารถช่วยแปรงขนให้เค้าบ่อย ๆ เพื่อลดปริมาณขนที่เค้ากลืนเข้าไปได้

 

  • cat article detail banner
    cat article detail banner
    adp_description_block180
    เปิด 4 เคล็ดลับการให้อาหารลูกแมวตัวน้อย

    • แบ่งปัน

    เมื่อพูดถึงการดูแลลูกแมวตัวน้อย สิ่งสำคัญที่ทาสแมวทุกคนต้องทำความเข้าใจคือการให้อาหารอย่างถูกต้อง เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการ ซึ่งในบทความนี้ เราก็มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการให้อาหารลูกแมวมาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดปริมาณอาหารให้เหมาะสม การปรับเปลี่ยนปริมาณตามช่วงเวลา และการประเมินความต้องการของลูกแมวในแต่ละช่วงวัย สำหรับทาสแมวมือโปรหรือมือใหม่ที่ต้องการให้เจ้าตัวน้อยสุขภาพดีมีความสุขในทุกวัน ลองทำตามเคล็ดลับการให้อาหารต่อไปนี้กันได้เลย

    ตารางการให้อาหารตามความต้องการทางโภชนาการของลูกแมว

    สิ่งสำคัญในการให้อาหารลูกแมวคือการกำหนดปริมาณอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละช่วงวัย ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากสำหรับทาสแมวหลาย ๆ คน เราจึงสร้างตารางการให้อาหารแนะนำมาเพื่อช่วยคุณโดยเฉพาะ โดยในตารางนี้จะบอกปริมาณอาหารที่แนะนำต่อวันตามน้ำหนักตัวของลูกแมว 

    อายุ

    อาหารและปริมาณที่แนะนำ

    0 – 4 สัปดาห์ 

    น้ำนมแม่

    1 – 6 เดือน 

    ให้อาหารสูตรสำหรับลูกแมว 4 – 5 ครั้งต่อวัน

    6 – 12 เดือน 

    ค่อย ๆ ลดจำนวนมื้ออาหารต่อวัน

    12 เดือนขึ้นไป

    ค่อย ๆ เปลี่ยนมาให้อาหารสูตรแมวโต โดยให้อาหารเปียกทั้งเช้าและเย็น ส่วนอาหารเม็ดและน้ำสะอาดต้องเข้าถึงได้ง่ายตลอดวัน

     

    ปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับลูกแมวจะขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักตัว ทั้งนี้ตารางข้างต้นเป็นเพียงคำแนะนำทั่วไป ลูกแมวของคุณอาจมีความต้องการแตกต่างออกไป คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อประเมินความต้องการของพวกเค้าเพิ่มเติมได้

    เคล็ดลับดี ๆ ในการให้อาหารลูกแมวตัวน้อย – เราควรให้อาหารลูกแมวบ่อยแค่ไหน?

    ความต้องการทางโภชนาการของลูกแมวจะเปลี่ยนไปตามช่วงวัย และมีข้อควรคำนึงถึงเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย

    1. ควรให้อาหารลูกแมวเป็นมื้อเล็ก ๆ 3 – 4 มื้อต่อวัน แทนการให้อาหารมื้อใหญ่ 1 – 2 มื้อ วิธีนี้จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและลดปัญหาการหิวระหว่างวันได้ดี
    2. อาหารสำหรับลูกแมวควรมีโปรตีนและไขมันสูง มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อาหารเปียกเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีโปรตีนและปริมาณน้ำมากกว่าอาหารเม็ด
    3. ลูกแมวที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือนควรได้รับอาหารสูตรเฉพาะสำหรับเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโต หลังจากหกเดือนจึงค่อยเปลี่ยนมาให้อาหารสูตรแมวโตได้
    4. ในการเลือกอาหาร ควรระวังส่วนผสมที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือท้องไส้ปั่นป่วน เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่สารกันบูดและสารแต่งเติมต่าง ๆ

    เปิด 4 เคล็ดลับในการให้อาหารลูกแมวที่เจ้าของทุกคนควรรู้

    1. เริ่มต้นด้วยจัดตารางการให้อาหารเป็นเวลาทุกวัน เช่น ให้อาหารลูกแมวในเวลาเดียวกันทุกเช้าและเย็น
    2. ค่อย ๆ ปรับตารางการให้อาหารเมื่อลูกแมวโตขึ้น หากยังอยู่ในช่วงวัยลูกแมว ควรให้อาหารมื้อย่อย 3 มื้อต่อวัน แต่เมื่อลูกแมวโตเต็มวัยแล้ว สามารถปรับให้เหลือเพียง 2 มื้อต่อวันได้
    3. สามารถปรับเปลี่ยนตารางการให้อาหารได้ตามความต้องการของลูกแมว เนื่องจากลูกแมวบางตัวอาจต้องการอาหารมากกว่าตัวอื่น ๆ และบางตัวอาจหิวบ่อยในบางช่วงเวลาของวัน
    4. คอยสังเกตน้ำหนักของลูกแมวและปรับตารางอาหารเมื่อจำเป็น หากลูกแมวดูซูบผอมหรือน้ำหนักลดลง พวกเค้าอาจต้องการปริมาณอาหารมากขึ้น ในทางกลับกัน หากลูกแมวของคุณดูอ้วนหรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น อาจต้องปรับปริมาณอาหารให้น้อยลง โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับเจ้าตัวน้อยเพิ่มเติมได้

    การให้อาหารอย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมและพัฒนาการของลูกแมว โดยเคล็ดลับง่าย ๆ ในการให้อาหารลูกแมวคือการทำความเข้าใจความต้องการด้านโภชนาการของลูกแมวและเลือกสูตรอาหารที่เหมาะกับช่วงวัย เนื่องจากลูกแมวมีความต้องการแตกต่างจากน้องแมวโตเต็มวัย เจ้าของจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับสารอาหารครบถ้วนตามต้องการ

     

Close modal