IAMS TH
Why Fiber Is Important for Your Cat’s Nutrition
Why Fiber Is Important for Your Cat’s Nutrition

adp_description_block49
เหตุผลที่ทาสแมวต้องรู้ ทำไมอาหารแมวจึงควรมีไฟเบอร์สูง

  • แบ่งปัน

อย่างที่รู้กันดีว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเค้าต้องการปริมาณโปรตีนสูงเพื่อเสริมการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี แต่โปรตีนไม่ใช่สารอาหารสำคัญเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันปัญหาลำไส้ทำงานผิดปกติ ปัญหาการย่อยอาหาร และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน อาหารแมวจึงควรมีไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบเช่นกัน

แมวมักจะหลีกเลี่ยงการกินผักที่มีกากใยสูงเป็นอาหารมื้อหลัก และจะเคี้ยวต้นอ่อนหรือใบหญ้าเฉพาะเวลาที่มีอาการท้องผูกหรืออาหารไม่ย่อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าแมวของคุณมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกวัน คุณควรเลือกอาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์ให้กับพวกเค้า

ทำความเข้าใจประเภทของไฟเบอร์สำหรับแมว

อาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์มีความสำคัญเนื่องจากมีส่วนช่วยรักษาสุขภาพทางเดินอาหารของแมว โดยไฟเบอร์หรือใยอาหารจำแนกออกเป็น 2 ประเภทตามความสามารถในการละลาย ดังนี้

  1. ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ – เส้นใยชนิดนี้ละลายได้ง่ายในน้ำย่อยและน้ำในลำไส้ ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้บางชนิดจะเปลี่ยนเป็นเจลเพื่อให้แมวขับถ่ายได้ง่ายขึ้น อาหารแมวควรมีส่วนผสมของไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ เนื่องจากจำเป็นต่อการย่อยอาหารและการทำงานของลำไส้
  2. ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ – อาหารแมวควรมีไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำควบคู่ไปกับไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะเพิ่มปริมาตรของกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่ม และยังเพิ่มปริมาตรของอุจจาระ ช่วยเร่งให้อาหารผ่านไปตามทางเดินอาหารได้เร็วขึ้น แมวจะขับถ่ายได้ดี สม่ำเสมอ และไม่มีอาการท้องผูก

ในการเลือกอาหารแมว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีไฟเบอร์ทั้งสองชนิด เพราะแบคทีเรียในลำไส้ของแมวสามารถย่อยไฟเบอร์เหล่านี้เพื่อผลิตสารประกอบใหม่ที่ช่วยบำรุงเซลล์ลำไส้ได้

เพราะเหตุใดแมวจึงต้องการไฟเบอร์?

หากต้องการให้เจ้าตัวน้อยที่บ้านมีสุขภาพดี ขับถ่ายง่าย ไม่มีอาการท้องผูก ผู้เลี้ยงก็ควรเลือกซื้ออาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์ เพราะอาหารชนิดนี้จะมีพรีไบโอติกหรือแบคทีเรียดีที่ช่วยเสริมการทำงานของลำไส้ 

แม้ว่าไฟเบอร์จะจำเป็นสำหรับแมว แต่พวกเค้าต้องการมันในปริมาณที่จำกัด หากได้รับไฟเบอร์มากเกินไปอาจส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารผิดปกติ ในทางกลับกัน หากได้รับปริมาณน้อยเกินไปก็อาจทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี โดยปริมาณไฟเบอร์ที่เหมาะสมสำหรับแมวจะอยู่ที่ประมาณ 1.4% - 3.5% ของปริมาณแคลอรีที่แมวได้รับต่อวัน

แหล่งไฟเบอร์คุณภาพดีสำหรับแมว

สำหรับผู้เลี้ยงที่วางแผนเพิ่มไฟเบอร์ลงในอาหารประจำวันของเจ้าตัวน้อย เราได้รวบรวมตัวเลือกดี ๆ มาให้คุณแล้ว ตามมาดูไปพร้อมกันเลย

  1. ใยอาหารจากสัตว์ – ขนนก เส้นขน กระดูก เส้นเอ็น กระดูกอ่อน และอวัยวะภายในอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบจากสัตว์ที่อุดมด้วยไฟเบอร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสัตว์กินเนื้ออย่างแมวเหมียว
  2. แคร์รอต – แคร์รอตเป็นแหล่งไฟเบอร์และวิตามินซีที่ดี เราสามารถเพิ่มแคร์รอตดิบหรือแคร์รอตต้มสุกปริมาณเล็กน้อยลงในอาหารแมวได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนอาหารปกติให้เป็นอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ได้ง่าย ๆ
  3. ถั่วเขียว – เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับแมว เนื่องจากมีคาร์โบไฮเดรตต่ำแต่มีไฟเบอร์สูง โดยคุณสามารถเพิ่มถั่วเขียวปริมาณเล็กน้อยลงในอาหารแมวบางมื้อได้
  4. รำข้าวสาลี – ผลพลอยได้จากข้าวสาลีนี้เป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นดีสำหรับแมว เพราะมีรสหวานคล้ายกับรสชาติของถั่ว ทำให้แมวส่วนใหญ่ชื่นชอบและอยากกินมากยิ่งขึ้น
  5. บรอกโคลี – บรอกโคลีก็เป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดีเช่นเดียวกับผักใบเขียวชนิดอื่น คุณสามารถผสมบรอกโคลีต้มชิ้นเล็ก ๆ ลงในอาหารของเจ้าเหมียวเพื่อป้องกันปัญหาอาหารไม่ย่อยและท้องผูกได้
  6. ผักโขม – เป็นแหล่งไฟเบอร์คุณภาพดีที่อุดมด้วยวิตามินซีและเค คุณสามารถเพิ่มผักโขมต้มสุก 2 – 3 ใบลงในอาหารประจำวันของเจ้าเหมียว เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าได้รับใยอาหารเพียงพอในแต่ละวัน และจะมีระบบย่อยอาหารที่สุขภาพดี
  7. ผักกาดหอม – ผักกาดหอมมีปริมาณไฟเบอร์และน้ำที่เหมาะสม การปล่อยให้แมวเคี้ยวใบผักกาดเป็นครั้งคราวจะช่วยให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์และน้ำเพิ่มมากขึ้น

นอกจากรายชื่ออาหารข้างต้นแล้ว ขอแนะนำ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ รสไก่ อาหารแมวไฟเบอร์สูงที่มาพร้อมโปรตีนจากเนื้อไก่แสนอร่อย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับแมวเหมียว มั่นใจได้เลยว่าพวกเค้าจะได้รับไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับสารอาหารสำคัญอื่น ๆ นอกจากนี้ ไอแอมส์™ ยังคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดีและปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟเบอร์ในอาหารแมว

  1. จะเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ให้แมวเหมียวได้อย่างไร?
  2. คุณสามารถเพิ่มไฟเบอร์ให้แมวได้ง่าย ๆ ด้วยการให้อาหารแมวที่มีอุดมด้วยไฟเบอร์ หรือเพิ่มแหล่งไฟเบอร์จากสัตว์และพืชลงในมื้ออาหารประจำวันของแมว

  3. อาหารแมวไฟเบอร์สูงมีประโยชน์จริงหรือไม่?
  4. แมวต้องการไฟเบอร์เพื่อเสริมสุขภาพทางเดินอาหารและลำไส้ที่ดี แต่พวกเค้าควรได้รับปริมาณไฟเบอร์ไม่เกิน 3.5% ของปริมาณแคลอรีทั้งหมดในแต่ละวัน

  5. อาหารเปียกมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่าอาหารเม็ดใช่หรือไม่?
  6. ไม่ใช่ อาหารเม็ดมักจะมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่า ในขณะที่อาหารเปียกจะมีปริมาณความชื้นมากกว่า

  7. แมวทุกตัวต้องการไฟเบอร์ใช่หรือไม่?
  8. ใช่ แมวทุกตัวต้องการไฟเบอร์เพื่อช่วยเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

  9. แหล่งไฟเบอร์ที่ดีสำหรับแมวมีอะไรบ้าง?
  10. ไฟเบอร์จากพืช เช่น บรอกโคลี ผักกาดหอม แคร์รอต รำข้าวสาลี ผักโขม ต้นข้าวสาลีอ่อน และถั่วเขียว เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับแมว หรือจะเพิ่มไฟเบอร์จากสัตว์ เช่น ขนสัตว์ กระดูกอ่อน กระดูก และเส้นเอ็นลงในอาหารแมวก็ได้เช่นกัน

  • cat article
    cat article
    adp_description_block79
    วิธีดูแลลูกแมวแรกเกิด

    • แบ่งปัน

    ลูกแมวตัวน้อยเต็มไปด้วยความน่ารัก และเหมาะสำหรับการเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านที่สุด แม้ว่าการมีลูกแมวจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เจ้าของควรทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างไปตามช่วงวัย และวิธีการดูแลเจ้าตัวน้อยอย่างถูกวิธีด้วย สำหรับทาสแมวมือใหม่อาจเกิดข้อสงสัยว่า “แล้ววิธีการดูแลลูกแมวที่ถูกต้องเป็นอย่างไรกัน?” ซึ่งไอแอมส์ได้รวบรวมคำตอบและเทคนิคดี ๆ อีกมากมายมาให้แล้ว รับรองเลยว่าการดูแลลูกแมวแรกเกิดจะกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณเลยหล่ะ

     

    อะไรคือเหตุผลที่การดูแลลูกแมวมีความสำคัญมาก?

    การดูแลลูกแมวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าจะเติบโตมาอย่างแข็งแรง ในช่วงวัยนี้พวกเค้ายังต้องปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ การอยู่เคียงข้างพวกเค้าจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

     

    อะไรคือความหมายที่แท้จริงของการเลี้ยงดูลูกแมวให้เติบโต?

    ลูกแมวตัวน้อยกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวตั้งแต่วันแรกที่คุณพาพวกเค้าเข้าบ้าน แม้การเลี้ยงดูลูกแมวอาจเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับทาสแมวมือใหม่ แต่มันก็มีช่วงเวลาที่สนุกสนาน ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคุณและเจ้าตัวน้อยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้

     

    อะไรคือสิ่งสำคัญในการดูแลลูกแมวตัวน้อย?

    สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลลูกแมวประกอบไปด้วยปัจจัยเหล่านี้:

    • การดูแลความสะอาด:

      การรักษาความสะอาดถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรทำความสะอาดเบาะนอน หรือพื้นที่ที่ลูกแมวอยู่เป็นประจำ
    • การให้อาหารคุณภาพดี:

      ลูกแมวต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม เราขอแนะนำอาหารแมวจากไอแอมส์™ ที่ได้รับการพัฒนาสูตรโดยสัตวแพทย์ และผลิตจากเนื้อไก่คุณภาพดี การเลือกอาหารที่ดีมีคุณภาพ จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสมอง และเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    • การตรวจสุขภาพเป็นประจำ:

      ควรพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อติดตามพัฒนาการและความประพฤติกรรมของลูกแมวอย่างใกล้ชิด
    • การทำความสะอาดขน:

      ควรฝึกพวกเค้าให้คุ้นเคยกับการทำความสะอาดขนตั้งแต่ยังเป็นลูกแมว โดยเฉพาะน้องแมวขนยาว

    ตามติดพัฒนาการของลูกแมวในแต่ละช่วงวัย

    สำหรับทาสแมวมือใหม่ คุณอาจไม่ทันสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัยของเจ้าตัวน้อย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จากตารางต่อไปนี้:

    พัฒนาการลูกแมว0-2 สัปดาห์ (ช่วงแรกเกิด)2-7 สัปดาห์ (ช่วงเข้าสังคม)7-14 สัปดาห์ (ช่วงนักสำรวจ)3-6 เดือน (ช่วงเรียนรู้ความสำคัญ)6-18 เดือน (ช่วงวัยรุ่น)
    ลักษณะการเปลี่ยนแปลงเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหาเสียงต่าง ๆเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมเป็นช่วงวัยที่ลูกแมวกระตือรือร้นมากที่สุดเป็นช่วงวัยที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากแม่แมวหรือพี่น้องในครอกเติบโตอย่างเต็มที่ในช่วงวัยนี้
     ตาของลูกแมวจะเปิดในช่วงนี้ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นและการได้ยินพัฒนาอย่างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4เริ่มแสดงความรักผ่านการกอดและการเลียเริ่มทำความเข้าใจและจัดลำดับความสำคัญของผู้คนรอบตัวหากยังไม่ทำหมัน จะเริ่มแสดงพฤติกรรมทางเพศ
     หากลูกแมวถูกแยกออกจากแม่หรือพี่น้อง อาจมีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวกับผู้คนและแมวตัวอื่น ๆการมองเห็นพัฒนาอย่างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 5 และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วสามารถใช้อุ้งเท้า ปาก ในการจับสิ่งของได้ดีขึ้น  
      เริ่มเลียขนทำความสะอาดตัวเองเริ่มเล่นไล่งับหางตัวเอง และกระโจนไปมา  
      เริ่มพัฒนานิสัยการนอน การเคลื่อนไหว และการโต้ตอบกับ   
      สิ่งต่าง ๆ รอบตัว   

    เตรียมความพร้อมให้กับเจ้าลูกแมวตัวน้อย

    • ควรดูแลลูกแมวในแต่ละช่วงวัยอย่างไร?

      การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการดูแลลูกแมวคือการเปลี่ยนอาหาร แมวต้องการสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและเพื่อมีสุขภาพที่ดี ทาสแมวควรเลือกอาหารคุณภาพดี เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนจากการให้อาหารสูตรลูกแมวมาเป็นสูตรแมวโตเต็มวัย
    • ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากลูกแมวไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม:

      หากลูกแมวถูกละเลย และขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดี พวกเค้าอาจเกิดภาวะซึมเศร้า และมีร่างกายอ่อนแอ รวมถึงมีโอกาสติดเชื้อโรคร้ายสูง หากไม่ได้รับการดูแลความสะอาด
    • มีวิธีการป้องกันอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้กับลูกแมวได้?

      ในช่วงวัยลูกแมว ควรพาพวกเค้าไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ และหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติอย่างใกล้ชิด
    • เคล็ดลับการดูแลสำหรับทาสแมวมือใหม่

      ตามมาดูเคล็ดลับดี ๆ ที่ทาสแมวมือใหม่ควรรู้กัน :
      • หลังต้อนรับลูกแมวเข้าบ้านแล้ว ควรฝึกให้ใช้กระบะทรายทันที
      • ให้เวลาพวกเค้าทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ส่วนตัว
      • หากลูกแมวเริ่มมีพฤติกรรมงับมือ ให้พูดอย่างจริงจังว่า “ไม่” เพื่อให้พวกเค้ารู้ว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรทำ
      • ให้รางวัลลูกแมวทุกครั้งเมื่อพวกเค้าเชื่อฟังคำสั่ง เป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับพวกเค้า

Close modal