IAMS TH
Why Nutrition in Cat Food Is Key for Shiny Coat
Why Nutrition in Cat Food Is Key for Shiny Coat

adp_description_block305
คู่มือการดูแลขนแมวให้สวยเงางาม

  • แบ่งปัน

เมื่อได้ยินคำว่า “แมวเหมียว” คุณคิดถึงสิ่งใดเป็นอย่างแรก? หลายคนคงคิดถึงขนสวยเงางามของพวกเค้า ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ความสวยเท่านั้นนะ แต่ยังมีเนื้อนุ่มละเอียดคล้ายผ้าไหมคุณภาพดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เส้นขนของพวกเค้ามีสุขภาพดี ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม ว่าแล้วก็มาเรียนรู้เทคนิคการดูแลและปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสภาพเส้นขนของพวกเค้าไปด้วยกันในบทความนี้
 

สาเหตุใดบ้างที่ทำให้ขนของแมวไม่สวยเงางาม?

หากแมวของคุณมีขนหยาบกระด้าง อย่าเพิ่งเร่งหาวิธีแก้ไข ให้ลองทำความเข้าใจต้นตอของปัญหากันก่อน โดยสาเหตุที่ทำให้ขนแมวสูญเสียความเงางาม มีดังนี้

  1. โภชนาการที่ไม่ได้คุณภาพ

นอกเหนือจากการกรูมมิ่งเป็นประจำแล้ว โภชนาการก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการมีขนสวยเงางาม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเลือกอาหารแมวที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสม

  1. อาบน้ำบ่อยเกินไป

ขนแมวอาจแห้งและหยาบกระด้างเมื่ออาบน้ำบ่อยเกินไป นั่นเป็นเพราะน้ำมันที่เคลือบอยู่บนผิวหนังถูกทำลายระหว่างการอาบน้ำ ซึ่งน้ำมันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ขนของแมวเงางาม

  1. อายุหรือช่วงวัย

เราไม่จำเป็นต้องกรูมมิ่งให้เจ้าเหมียวบ่อย เนื่องจากพวกเค้ามักจะดูแลทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำ แต่เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้นหรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ความยืดหยุ่นของร่างกายก็จะลดน้อยลง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดูแลขนของแมว ในกรณีนี้ ผู้เลี้ยงอาจต้องให้ความช่วยเหลือและอาจต้องวางแผนการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมร่วมกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม

  1. ปัญหาด้านสุขภาพ

สาเหตุสุดท้ายที่อาจเป็นได้คือปัญหาสุขภาพ ขนแมวอาจสูญเสียความเงางามจากปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคเบาหวาน ปรสิต การติดเชื้อ และอาการแพ้ หากคุณพบว่าน้องแมวมีอาการผิดปกติหรือแสดงสัญญาณของการเจ็บป่วย ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

ทำอย่างไรให้ขนแมวกลับมาสวยเงางามอีกครั้ง?

เมื่อรู้ถึงสาเหตุของปัญหากันแล้ว ก็ถึงเวลาแก้ไขเพื่อให้ขนแมวกลับมาเงางามได้อีกครั้ง โดยเคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลขนแมว มีดังนี้

  • แปรงขนเป็นประจำ – การแปรงขนจะช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วออกไป รวมถึงกระตุ้นให้ผิวหนังขับน้ำมันและกระจายไปยังเส้นขน ทำให้ขนแมวของคุณเงางาม
  • เลือกใช้แชมพูที่เหมาะสม – แชมพูถือเป็นสิ่งสำคัญ หากเลือกใช้แชมพูผิดชนิด อาจทำให้น้ำมันตามธรรมชาติบนผิวหนังของแมวถูกกำจัดออกไป ส่งผลให้เส้นขนเสียหายได้
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำมากเกินไป – การอาบน้ำบ่อยอาจทำให้ผิวแห้งและลอกเป็นขุยได้
  • เลือกโภชนาการที่เหมาะสม – เส้นขนของแมวมีโปรตีนมากถึง 90% การให้อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนจึงมีความสำคัญต่อการดูแลขนให้เงางาม

โภชนาการมีความสำคัญต่อผิวหนังและขนของแมวอย่างไร?

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดบนร่างกายแมว มันถูกปกคลุมด้วยเส้นขนจำนวนมาก แมวจะผลัดขนและสร้างเส้นขนใหม่หลายครั้งตลอดทั้งชีวิต อย่างไรก็ตาม หากได้รับอาหารคุณภาพไม่ดี มีสารอาหารไม่ครบถ้วน กระบวนการสร้างเส้นขนใหม่ก็อาจช้าลงได้ และอาจทำให้เกิดปัญหาขนร่วงเป็นหย่อม ๆ อีกด้วย แนะนำให้เลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง มาพร้อมวิตามิน แร่ธาตุ ไขมันดี และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเร่งกระบวนการเจริญเติบโตของเส้น ช่วยให้ขนเงางาม และเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
 

ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารแมวชนิดเม็ด สูตรเลี้ยงในบ้านและบำรุงขน อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยให้ขนของแมวเงางามและมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังมีสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ จึงช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมของน้องแมวที่คุณรักได้เป็นอย่างดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลขนแมว

  1. สาเหตุใดบ้างที่ทำให้ขนแมวไม่สวยเงางาม?
  2. ขนแมวสูญเสียความเงางามได้จากหลายปัจจัย โดยสาเหตุทั่วไปที่พบได้ มีดังนี้

    • กรูมมิ่งและอาบน้ำมากเกินไป
    • การเลือกโภชนาการที่ไม่เหมาะสม
    • การใช้แชมพูผิดชนิด
    • อายุที่เพิ่มมากขึ้นi
    • น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างกะทันหัน
    • โรคเบาหวาน
    • โรคภูมิแพ้
    • การติดเชื้อ

  3. จะดูแลขนแมวให้กลับมามีสุขภาพดีได้อย่างไร?
  4. การดูแลขนแมวให้แข็งแรงและเงางามขึ้นอยู่กับสองปัจจัย ได้แก่ สุขอนามัยและโภชนาการ โดยแนะนำให้กรูมมิ่งพวกเค้าเป็นประจำหรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และเลือกอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างเส้นขนใหม่ ทำให้เส้นขนแข็งแรงเงางาม ทั้งนี้ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรม โดยไม่ควรปล่อยแมวเลียตัวทำความสะอาดบ่อยเกินไป

  5. เราสามารถทาน้ำมันบนขนแมวได้หรือไม่?
  6. แม้ว่าการทาน้ำมันบนขนแมวอาจไม่เป็นอันตราย แต่แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนลงมือทำ

  7. อาหารอะไรบ้างที่ช่วยเสริมสุขภาพเส้นขนของแมว?
  8. ขนเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพโดยรวมของแมว หากพวกเค้าได้รับการบำรุงและมีสุขภาพดีจากภายใน มันจะสะท้อนออกมาทางผิวหนังและขน ดังนั้นควรเลือกอาหารที่มีคุณภาพดี อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เหมาะสม

  • Your Cat’s Language: What Meows, Chirps and Yowls Mean
    Your Cat’s Language: What Meows, Chirps and Yowls Mean
    adp_description_block486
    ความหมายของเสียงแมว

    • แบ่งปัน

    เสียงร้องของแมว

    สงสัยกันไหมว่าเสียงร้องเพอร์ของแมวเกิดขึ้นได้อย่างไร? มันไม่ใช่การเปล่งเสียงทั่วไป แต่เกิดจากการหดตัวและคลายกล้ามเนื้อกล่องเสียงอย่างรวดเร็ว ประมาณ 150 ครั้งต่อวินาที และในขณะที่แมวหายใจแต่ละครั้ง อากาศจะถูกดันออกผ่านกล้ามเนื้อที่สั่นสะเทือนเหล่านี้ ทำให้คุณได้ยินเสียงครางต่ำที่ผ่อนคลายและก้องกังวาน 

    แมวร้องเพอร์เพราะอะไร?

    เสียงร้องเป็นหนึ่งในวิธีการสื่อสาร เป็นวิธีบอกความต้องการ และเรียกร้องความสนใจ แม่แมวจะร้องเพอร์เพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับลูก ๆ ส่วนลูกแมวจะตอบกลับเพื่อส่งสัญญาณให้แม่รู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี สำหรับแมวโตนั้น พวกเค้าจะร้องเพอร์เมื่อมีความสุขและสบายใจ แต่ในบางครั้งก็เกิดขึ้นเมื่อพวกเค้ารู้สึกเครียด เจ็บปวด หรือแม้กระทั่งเวลาที่หิว 

    เพื่อทำความเข้าใจเจ้าเหมียว เรามาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับเสียงร้องของแมวแบบต่าง ๆ ไปด้วยกันในบทความนี้

    เสียงร้องเพอร์ หมายความอย่างไร?

    ไม่ใช่แค่ความน่ารักเท่านั้นที่ทำให้เราหลงใหล แต่ความลึกลับน่าค้นหาก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้แมวดูน่าสนใจ อย่างการร้องเพอร์เบา ๆ ที่เราต่างชื่นชอบ เสียงนี้หมายถึงอะไร? พวกเค้าต้องการบอกอะไรกันนะ?

    1. มีความสุข

      เมื่อได้พักผ่อนในมุมโปรด ได้นอนอาบแดดยามบ่าย หรือขดตัวอยู่บนตักของคุณ แมวมักจะส่งเสียงร้องเพอร์ออกมาเบา ๆ มันเป็นสัญญาณของความพึงพอใจอย่างแท้จริง ในภาษาแมวอาจแปลว่า “ชีวิตช่างมีความสุขเหลือเกิน”

    2. แสดงความรักความผูกพัน

      แมวรักอิสระ หวงเนื้อหวงตัว แต่หากเจ้าตัวน้อยเหล่านี้เข้ามาคลอเคลียพร้อมส่งเสียงเพอร์ มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของความรักและความผูกพัน เหมือนเป็นการบอกกลาย ๆ ว่า “คุณเป็นทาสคนโปรดของฉัน และฉันรักคุณนะ”

    3. เป็นสัญญาณบอกตำแหน่ง

      เคยเจอไหม? ได้ยินเสียงร้องเพอร์แต่ไม่เห็นตัวเจ้าเหมียว นั่นคือวิธีประกาศการมีอยู่ของพวกเค้า เป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า “อย่ากังวล เหมียวอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง”

    4. บอกความเจ็บปวด

      เสียงเพอร์ไม่ได้บ่งบอกถึงความสุขและความพึงพอใจเสมอไป แมวอาจร้องเพอร์เมื่อเจ็บปวดหรือไม่สบาย ซึ่งอาจคล้ายกับเสียงของลูกแมวหรือเสียงร้องครวญคราง

    5. รักษาตัวเอง

      แมวสามารถรักษาตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง โดยเสียงร้องเพอร์เป็นหนึ่งในวิธีรักษาและบรรเทาความเจ็บปวด การสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นมีส่วนช่วยส่งเสริมการรักษากระดูกและเนื้อเยื่อ การร้องในรูปแบบนี้คล้ายกับเสียงแม่แมวที่ปลอบโยนและบอกรักลูกแมวตัวน้อย

    6. ตอบรับการสัมผัส

      หากแมวร้องเพอร์เมื่อคุณลูบขนหรือเกาพุง มันเป็นเสียงหัวเราะเวอร์ชันแมว เป็นการตอบสนองอย่างสนุกสนาน พวกเค้ารักทุกช่วงเวลาที่คุณให้ความสนใจ

    7. บรรเทาความเครียด

      การส่งเสียงเพอร์เป็นกลไกบรรเทาความเครียด เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด แมวจะเริ่มส่งเสียงเพอร์เพื่อสงบสติอารมณ์

    8. รู้สึกหิว

      แมวมักจะส่งเสียงดังเวลาที่หิว หากคุณได้ยินเสียงร้องเพอร์ที่ดังกว่าปกติ อาจแปลว่าถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว มันเหมือนกับการขออาหารอย่างสุภาพของแมวเหมียว

      หลังได้เรียนรู้ความหมายของเสียงเพอร์กันไปแล้ว เราหวังว่าคุณจะถอดรหัสข้อความที่เจ้าเหมียวต้องการจะบอกได้ดีมากยิ่งขึ้น

    ทำไมแมวชอบร้อง “เมี้ยววว” ?

    หากเจ้าเหมียวของคุณมีนิสัยช่างพูดช่างคุย ชอบส่งเสียงเจื้อยแจ้ว คุณอาจจะสงสัยว่าพวกเค้าต้องการบอกอะไร แมวมักจะแสดงอารมณ์ผ่านการส่งเสียง และความหมายของเสียงแต่ละแบบก็แตกต่างกันไป อาจเป็นการเรียกร้องความสนใจ แสดงความหิว ต่อสู้กับความเหงา เป็นสัญญาณของความเครียดหรือความเจ็บปวด แมวสูงอายุอาจร้องบ่อยขึ้นเนื่องจากการรับรู้เปลี่ยนไป และบางครั้งความเบื่อก็ทำให้แมวส่งเสียงร้องมากขึ้นเช่นกัน การใส่ใจกับบริบทและรูปแบบการร้องของแมวจะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการและรับประกันความเป็นอยู่ที่ดีของแมวได้

    เสียงร้องของแมวแบบต่าง ๆ 

    แมวแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ดีกว่าที่เราคิดนะ ต่อไปนี้เป็นเสียงร้อง 5 เสียงที่พบบ่อยที่สุด พร้อมความหมายโดยทั่วไป

    1. เสียงเมี้ยว

      ถือเป็นเสียงอเนกประสงค์ในภาษาแมว เจ้าเหมียวอาจร้องเพื่อเรียกร้องความสนใจ ขออาหาร หรือเพียงแค่ทักทาย น้ำเสียงและความดังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้เช่นกัน ตั้งแต่การทักทายที่เป็นมิตรไปจนถึงความต้องการเร่งด่วน

    2. เสียงขู่

      นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของความไม่พอใจหรือความกลัว เมื่อแมวส่งเสียงขู่ มันเป็นการเตือนให้ถอยออกไป และทางที่ดีควรเคารพขอบเขตและความเป็นส่วนตัวของพวกเค้า

    3. เสียงนกร้อง

      เสียงแปลก ๆ นี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อแมวเห็นนกหรือเหยื่อผ่านหน้าต่าง มันเหมือนกับการแสดงออกถึงความตื่นเต้นหงุดหงิดที่ไม่สามารถจับมันได้

    4. เสียงคำราม

      เสียงนี้เป็นสัญญาณว่าแมวกำลังรู้สึกว่าถูกคุกคามหรือถูกบุกรุกอาณาเขต เป็นเสียงต่ำที่ดังจากลำคอเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกเข้ามา

    5. เสียงครวญคราง

      เป็นเสียงที่บ่งบอกว่าเจ้าเหมียวกำลังเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ เป็นเหมือนการร้องหาคู่ มักพบในแมวตัวเมียที่ยังไม่ได้ทำหมัน

      การทำความเข้าใจเสียงเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเจ้าเหมียวได้ดีขึ้น รวมถึงยังสามารถตอบสนองต่อความต้องการและอารมณ์ของพวกเค้าได้อย่างเหมาะสมด้วย

Close modal