ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าบรรดาลูกแมวตัวน้อยมอบความสุขและเสียงหัวเราะไม่รู้จบมาให้เราทุกครอบครัว ดังนั้นเพื่อตอบแทนความรักของพวกเค้า เจ้าของจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีดูแลและข้อควรระวังต่าง ๆ ในการเลี้ยงดูลูกแมว อย่างเรื่องอาหารการกิน ลูกแมวมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง พวกเค้าควรได้รับอาหารคุณภาพดีมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล รวมถึงควรได้รับการดูแลความสะอาด ตัดแต่งขน ฉีดวัคซีนป้องกันโรค และตรวจสุขภาพเป็นประจำ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเค้าแข็งแรงและห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ โดยคุณสามารถอ่านคำแนะนำและเทคนิคในการดูแลลูกแมวให้เติบโตเป็นแมวโตเต็มวัยที่มีความสุขและมีสุขภาพดีได้ในบทความนี้
ทาสแมวมือใหม่หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าควรดูแลลูกแมวอย่างไรให้แข็งแรงและมีความสุข ต้องบอกก่อนเลยว่าการดูแลลูกแมวอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงแรก แต่ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้องแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน เพื่อช่วยให้การดูแลเจ้าตัวน้อยของคุณง่ายขึ้น คำแนะนำเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรรู้
ทำความเข้าใจพัฒนาการของลูกแมวตัวน้อยเพิ่มเติมได้จากตารางด้านล่างนี้
อายุ | พัฒนาการที่สำคัญ |
5 – 6 เดือน | เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ |
8 เดือน | ฟันแท้ขึ้นครบทุกซี่ |
9 เดือน | ความสามารถในการย่อยอาหารเทียบเท่ากับน้องแมวโตเต็มวัย |
12 เดือน (ตัวเมีย) และ 18 เดือน (ตัวผู้) | น้ำหนักตัวเทียบเท่ากับน้องแมวโตเต็มวัย |
อายุระหว่าง 10 – 12 เดือน | ความต้องการพลังงานลดลง |
อยากรู้ไหมว่าน้องแมวอายุเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคน มาค้นหาคำตอบได้กันจากตารางเทียบอายุด้านล่างนี้
| ช่วงวัย | อายุแมว | อายุแมวเปรียบเทียบกับคน |
|---|---|---|
| ลูกแมว | 0 – 1 เดือน | 0 – 1 ปี |
| 2 เดือน | 2 ปี | |
| 3 เดือน | 4 ปี | |
| 4 เดือน | 6 ปี | |
| 5 เดือน | 8 ปี | |
| 6 เดือน | 10 ปี | |
| ลูกแมวในวัยเจริญเติบโต | 7 เดือน | 12 ปี |
| 12 เดือน | 15 ปี | |
| 18 เดือน | 21 ปี | |
| 2 ปี | 24 ปี | |
| น้องแมวโตเต็มวัย | 3 ปี | 28 ปี |
| 4 ปี | 32 ปี | |
| 5 ปี | 36 ปี | |
| 6 ปี | 40 ปี | |
| น้องแมวช่วงวัยอาวุโส | 7 ปี | 44 ปี |
| 8 ปี | 48 ปี | |
| 9 ปี | 52 ปี | |
| 10 ปี | 56 ปี | |
| น้องแมวสูงวัย | 11 ปี | 60 ปี |
| 12 ปี | 64 ปี | |
| 13 ปี | 68 ปี | |
| 14 ปี | 72 ปี | |
| น้องแมววัยชรา | 15 ปี | 76 ปี |
| 16 ปี | 80 ปี | |
| 17 ปี | 84 ปี | |
| 18 ปี | 88 ปี | |
| 19 ปี | 92 ปี | |
| 20 ปี | 96 ปี | |
| 21 ปี | 100 ปี | |
| 22 ปี | 104 ปี | |
| 23 ปี | 108 ปี | |
| 24 ปี | 112 ปี | |
| 25 ปี | 116 ปี |
การดูแลส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกแมว ซึ่งหนึ่งในการดูแลที่สำคัญคือการตรวจสภาพร่างกายของลูกแมวอย่างใกล้ชิด โดยคุณสามารถทำตามเช็กลิสต์ต่อไปนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวของคุณมีสุขภาพที่ดี
การสังเกตสภาพร่างกายของลูกแมวเป็นประจำมีประโยชน์มาก โดยจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าพวกเค้ามีสุขภาพที่ดีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว
โดยสรุปแล้ว การเลี้ยงลูกแมวต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเค้าเติบโตเป็นแมวที่มีความสุขและมีสุขภาพดี หากมีคำถามหรือข้อสงสัยใด ๆ อย่าลังเลที่จะขอคำแนะนำหรือปรึกษาสัตวแพทย์ หากคุณมอบความรักและดูแลลูกแมวอย่างถูกวิธี พวกเค้าก็จะอยู่เคียงข้างพร้อมมอบความสุขให้คุณได้นานหลายปี
คุณสามารถสังเกตได้จากสัญญาณสุขภาพดีเหล่านี้ เริ่มต้นด้วยมีดวงตาใสไม่ขุ่นมัว ขนสะอาดเงางาม และกินอาหารได้ตามปกติ นอกจากนี้ลูกแมวควรมีความกระตือรือร้น ไม่เซื่องซึมหรือดูอ่อนเพลียตลอดเวลา การตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่บอกได้ว่าลูกแมวของคุณมีสุขภาพดี
สิ่งสำคัญสำหรับการดูแลรักษาสุขภาพของลูกแมวคือการตรวจสุขภาพเป็นประจำ การเลือกโภชนาการที่เหมาะสม การออกกำลังกาย ตลอดจนการฉีดวัคซีนและการดูแลป้องกันโรคร้าย
ลูกแมวมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ทั้งการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน หนอนพยาธิ ปรสิตอย่างหมัดและเห็บ นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาภาวะเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจในภายหลังได้ด้วย
แม้ว่าลูกแมวจะมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง แต่ด้วยการดูแลที่เหมาะสมและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ลูกแมวของคุณก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้
ลูกแมวจำเป็นต้องกินน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่ปริมาณที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ ขนาดตัว และการทำกิจกรรมของลูกแมว โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้
สารอาหารที่ดีมีความสำคัญต่อแมวไม่ต่างจากที่ร่างกายของคุณต้องการ แต่ความต้องการของแมวต่างจากมนุษย์ ! แมวต้องการอาหารที่มีไขมันสูงและใยอาหารต่ำ และถึงแม้ว่าคุณจะเป็นมังสวิรัติ คุณควรจะเข้าใจว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ เค้าต้องการสารอาหารจากโปรตีนและไขมันที่มาจากสัตว์ เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์ ต้องการใยอาหารเพื่อระบบย่อยอาหารที่ดี และต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อพลังงาน
ในท้องตลาดมีอาหารแมวกว่าพันสูตร คุณจะทราบได้อย่างไรว่าสูตรไหนเหมาะกับแมวของคุณ
ปัจจัยแรกคือ ต้องพิจารณจากช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ก่อนว่าเป็นแบบไหนแมว แมวให้นมลูก แมวโตเต็มวัย หรือแมวสูงวัย ซึ่งแต่ละช่วงต้องการสารอาหารแตกต่างกัน อาหารแมวทุกชนิดควรระบุว่าเหมาะกับช่วงวัยไหน
นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์ยังส่งผลต่อความต้องการด้านสารอาหารอีกด้วย แมวที่นอนติดโซฟาย่อมต้องการพลังงานน้อยกว่าแมวที่ชอบเที่ยวเล่นนอกบ้าน
อันดับสุดท้าย พิจารณาถึงอาการป่วยใด ๆ ที่แมวคุณเป็นอยู่ รวมถึงภูมิแพ้อาหารที่อาจต้องให้สัตวแพทย์แนะนำอาหารเป็นพิเศษ
เมื่อรู้ช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ของแมวแล้ว ต่อไปต้องเลือกว่าจะให้เค้ากินอาหารเม็ดหรืออาหารเปียก แมวส่วนใหญ่ชอบอาหารเม็ด ซึ่งจะช่วยบำรุงสุขภาพและความสะอาดช่องปากผ่านการเคี้ยว แต่แมวบางตัวโดยเฉพาะแมวช่างเลือก ชื่นชอบผิวสัมผัสที่นุ่มและเปียกของอาหารซองหรืออาหารกระป๋อง
สิ่งหนึ่งที่ต้องจำเอาไว้คือ คุณสามารถให้อาหารเม็ดทิ้งไว้ในชามได้ตลอดวัน แต่อาหารเปียกต้องทิ้งทันทีหลังจาก 30 นาที ดังนั้นอาหารเม็ดจึงเหมาะกับเจ้าของที่ยุ่งและไม่ได้อยู่บ้านตลอดทั้งวัน
เมื่อคุณทราบความต้องการด้านโภชนาการและความชอบของเจ้าเหมียวแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกซื้อ
เนื่องจากแมวต้องการสารอาหารจากแหล่งที่มาจากสัตว์ คุณจึงควรเลือกอาหารที่วัตถุดิบหลัก (วัตถุดิบอันดับแรก ๆ ) เป็นโปรตีนที่ทำมาเนื้อสัตว์ อย่าง เนื้อไก่ เนื้อแกะ เนื้อปลา หรือผลพลอยได้จากเนื้อสัตว์ โดยวัตถุดิบเหล่านี้มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทุกชนิด เช่น ทอรีน ซึ่งไม่พบในโปรตีนจากพืช
การผสมคาร์โบไฮเดรตลงในอาหาร อาทิ เนื้อข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ และข้าวฟ่างเมล็ด จะช่วยด้านการดูดซึมสารอาหารและรักษาระดับพลังงาน ส่วนบีทพัลพ์เป็นแหล่งใยอาหารชั้นดีที่ช่วยระบบย่อยอาหาร
เพื่อให้ผิวหนังสุขภาพดีและขนหนานุ่ม เจ้าเหมียวต้องการกรดไขมันจากน้ำมันปลาที่มีวิตามินสูงและไขมันจากเนื้อไก่
ฉลากอาหารแมวให้รายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณค่าสารอาหารเท่านั้น เนื่องจากข้อบังคับไม่อนุญาตให้ผู้ผลิตอธิบายคุณภาพของวัตถุดิบภายในบรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีชื่อเสียงจะสามารถอธิบายวิธีทดสอบและรับประกันคุณภาพของตัวเองได้
เมื่อเลือกซื้ออาหาร คุณไม่ควรพิจารณาจากราคาเป็นปัจจัยหลัก เพราะอาหารที่ราคาถูกอาจมีที่มาจากวัตถุดิบคุณภาพต่ำ หรือมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบเนื่องจากต้นทุนผู้ผลิตมีความผันผวน
ผลิตภัณฑ์ราคาถูกหลายแบรนด์มีคุณค่าทางสารอาหารต่อวันน้อยกว่าผลิตภัณฑ์คุณภาพเมื่อกินในปริมาณเท่ากัน นอกจากนี้คุณควรพิจารณาราคาต่อวันด้วย ไม่ใช่แค่พิจารณาจากราคาเท่านั้น