IAMS TH
Kitten Basics: How to Keep Your Kitten in Good Health
Kitten Basics: How to Keep Your Kitten in Good Health

adp_description_block186
เรียนรู้เทคนิคการเลี้ยงลูกแมวให้มีสุขภาพดี

  • แบ่งปัน

ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าบรรดาลูกแมวตัวน้อยมอบความสุขและเสียงหัวเราะไม่รู้จบมาให้เราทุกครอบครัว ดังนั้นเพื่อตอบแทนความรักของพวกเค้า เจ้าของจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีดูแลและข้อควรระวังต่าง ๆ ในการเลี้ยงดูลูกแมว อย่างเรื่องอาหารการกิน ลูกแมวมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง พวกเค้าควรได้รับอาหารคุณภาพดีมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล รวมถึงควรได้รับการดูแลความสะอาด ตัดแต่งขน ฉีดวัคซีนป้องกันโรค และตรวจสุขภาพเป็นประจำ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเค้าแข็งแรงและห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ โดยคุณสามารถอ่านคำแนะนำและเทคนิคในการดูแลลูกแมวให้เติบโตเป็นแมวโตเต็มวัยที่มีความสุขและมีสุขภาพดีได้ในบทความนี้

สิ่งสำคัญในการดูแลลูกแมวให้มีสุขภาพดี

ทาสแมวมือใหม่หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าควรดูแลลูกแมวอย่างไรให้แข็งแรงและมีความสุข ต้องบอกก่อนเลยว่าการดูแลลูกแมวอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงแรก แต่ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้องแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน เพื่อช่วยให้การดูแลเจ้าตัวน้อยของคุณง่ายขึ้น คำแนะนำเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรรู้

  1. รักษาความสะอาด – การอาบน้ำและแปรงขนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดูแลลูกแมวให้แข็งแรง วิธีนี้จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยแนะนำให้เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่ออกแบบมาเพื่อลูกแมวโดยเฉพาะ และควรเช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ
  2. ให้อาหารคุณภาพดีมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน – ลูกแมวมีความต้องการทางโภชนาการที่เฉพาะเจาะจง จึงควรเลือกให้อาหารที่มีคุณภาพสูงและมีสารอาหารที่ครบถ้วน รวมถึงควรเลือกสูตรอาหารสำหรับลูกแมวโดยเฉพาะ เพื่อให้เสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม
  3. ฝึกการเข้าสังคม – แมวก็เป็นสัตว์สังคมเช่นเดียวกันกับเรา เจ้าของควรเปิดโอกาสให้พวกเค้าได้ทำความรู้จักผู้คนหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นบ่อย ๆ สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเค้าพัฒนาทักษะการเข้าสังคมและป้องกันปัญหาของพฤติกรรมในอนาคต
  4. สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค – การตรวจเช็กสุขภาพ การฉีดวัคซีน และการดูแลป้องกันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกแมวแข็งแรงและปราศจากโรคต่าง ๆ ลูกแมวตัวน้อยของคุณจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคน้อยลงหากฉีดวัคซีนครบตามกำหนดหรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

พัฒนาการของลูกแมวในแต่ละช่วงวัย

ทำความเข้าใจพัฒนาการของลูกแมวตัวน้อยเพิ่มเติมได้จากตารางด้านล่างนี้

อายุ

พัฒนาการที่สำคัญ

5 – 6 เดือน

เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

8 เดือน

ฟันแท้ขึ้นครบทุกซี่

9 เดือน

ความสามารถในการย่อยอาหารเทียบเท่ากับน้องแมวโตเต็มวัย

12 เดือน (ตัวเมีย) และ 18 เดือน (ตัวผู้)

น้ำหนักตัวเทียบเท่ากับน้องแมวโตเต็มวัย

อายุระหว่าง 10 – 12 เดือน

ความต้องการพลังงานลดลง

 

อยากรู้ไหมว่าน้องแมวอายุเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคน มาค้นหาคำตอบได้กันจากตารางเทียบอายุด้านล่างนี้

ช่วงวัยอายุแมวอายุแมวเปรียบเทียบกับคน
ลูกแมว0 – 1 เดือน0 – 1 ปี
2 เดือน2 ปี
3 เดือน4 ปี
4 เดือน6 ปี
5 เดือน8 ปี
6 เดือน10 ปี
ลูกแมวในวัยเจริญเติบโต7 เดือน12 ปี
12 เดือน15 ปี
18 เดือน21 ปี
2 ปี24 ปี
น้องแมวโตเต็มวัย3 ปี28 ปี
4 ปี32 ปี
5 ปี36 ปี
6 ปี40 ปี
น้องแมวช่วงวัยอาวุโส7 ปี44 ปี
8 ปี48 ปี
9 ปี52 ปี
10 ปี56 ปี
น้องแมวสูงวัย11 ปี60 ปี
12 ปี64 ปี
13 ปี68 ปี
14 ปี72 ปี
น้องแมววัยชรา15 ปี76 ปี
16 ปี80 ปี
17 ปี84 ปี
18 ปี88 ปี
19 ปี92 ปี
20 ปี96 ปี
21 ปี100 ปี
22 ปี104 ปี
23 ปี108 ปี
24 ปี112 ปี
25 ปี116 ปี

 

เช็กลิสต์การตรวจสอบสภาพร่างกายของลูกแมว

การดูแลส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกแมว ซึ่งหนึ่งในการดูแลที่สำคัญคือการตรวจสภาพร่างกายของลูกแมวอย่างใกล้ชิด โดยคุณสามารถทำตามเช็กลิสต์ต่อไปนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวของคุณมีสุขภาพที่ดี

  1. หู – ตรวจหาสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น รอยแดงหรือของเหลวแปลก ๆ ในช่องหู วิธีนี้จะช่วยให้คุณพบสิ่งผิดปกติได้เร็วและหาวิธีดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที
  2. ดวงตา – คอยสังเกตสิ่งที่ไหลออกมาจากดวงตาหรือความขุ่นมัวในดวงตา ลูกแมวที่แข็งแรงควรมีดวงตาที่สดใสและไม่ขุ่นมัว
  3. จมูก – หากพบว่าลูกแมวมีน้ำมูกไหลผิดปกติหรือมีเลือดคั่งในจมูก ควรรีบไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุในทันที
  4. ช่องปาก – พยายามมองหาสัญญาณของการติดเชื้อหรืออาการอักเสบ โดยลูกแมวควรมีช่องปากที่สะอาดและไม่มีกลิ่นเหม็น
  5. ผิวหนังและเส้นขน – หมั่นตรวจเช็กเห็บหมัดเป็นประจำ โดยลูกแมวที่แข็งแรงจะมีเส้นขนที่นุ่มเงางาม
  6. เล็บ – คอยดูว่าเล็บของเจ้าตัวน้อยยาวเกินไปหรือไม่ มีเล็บหักหรือเปล่า เจ้าของควรตัดเล็บให้พวกเค้าเป็นประจำ และควรจัดหาเสาลับเล็บติดบ้านไว้ด้วย
  7. พฤติกรรม – เจ้าของควรสังเกตพฤติกรรมของลูกแมวอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการเซื่องซึมหรือภาวะซึมเศร้า ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะลูกแมวโดยทั่วไปจะมีความกระตือรือร้นและพร้อมเล่นสนุกได้ทั้งวัน
  8. การย่อยอาหาร – หากพบว่าลูกแมวมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนอย่างต่อเนื่อง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที
  9. การกินน้ำ – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกแมวดื่มน้ำเพียงพอในแต่ละวัน การได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพของลูกแมว

การสังเกตสภาพร่างกายของลูกแมวเป็นประจำมีประโยชน์มาก โดยจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าพวกเค้ามีสุขภาพที่ดีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว

 

โดยสรุปแล้ว การเลี้ยงลูกแมวต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเค้าเติบโตเป็นแมวที่มีความสุขและมีสุขภาพดี หากมีคำถามหรือข้อสงสัยใด ๆ อย่าลังเลที่จะขอคำแนะนำหรือปรึกษาสัตวแพทย์ หากคุณมอบความรักและดูแลลูกแมวอย่างถูกวิธี พวกเค้าก็จะอยู่เคียงข้างพร้อมมอบความสุขให้คุณได้นานหลายปี

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกแมว

  1. จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกแมวของเรามีสุขภาพที่ดี?
  2. คุณสามารถสังเกตได้จากสัญญาณสุขภาพดีเหล่านี้ เริ่มต้นด้วยมีดวงตาใสไม่ขุ่นมัว ขนสะอาดเงางาม และกินอาหารได้ตามปกติ นอกจากนี้ลูกแมวควรมีความกระตือรือร้น ไม่เซื่องซึมหรือดูอ่อนเพลียตลอดเวลา การตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่บอกได้ว่าลูกแมวของคุณมีสุขภาพดี

  3. จะทำให้ลูกแมวมีสุขภาพแข็งแรงได้อย่างไร?
  4. สิ่งสำคัญสำหรับการดูแลรักษาสุขภาพของลูกแมวคือการตรวจสุขภาพเป็นประจำ การเลือกโภชนาการที่เหมาะสม การออกกำลังกาย ตลอดจนการฉีดวัคซีนและการดูแลป้องกันโรคร้าย

  5. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในลูกแมวมีอะไรบ้าง?
  6. ลูกแมวมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ทั้งการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน หนอนพยาธิ ปรสิตอย่างหมัดและเห็บ นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาภาวะเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจในภายหลังได้ด้วย

  7. ลูกแมวป่วยง่ายใช่หรือไม่?
  8. แม้ว่าลูกแมวจะมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง แต่ด้วยการดูแลที่เหมาะสมและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ลูกแมวของคุณก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้

  9. ลูกแมวควรกินน้ำในปริมาณมากใช่หรือไม่?
  10. ลูกแมวจำเป็นต้องกินน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่ปริมาณที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ ขนาดตัว และการทำกิจกรรมของลูกแมว โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

  • Your Cat's Health from 1 to 8 Years
    Your Cat's Health from 1 to 8 Years
    adp_description_block51
    คู่มือการดูแลลูกแมวแบบฉบับมือโปร

    • แบ่งปัน

    แมวได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์ในอุดมคติ มีความสง่างาม คล่องแคล่ว และปราดเปรียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเค้าถึงครองตำแหน่งสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาล อย่างไรก็ตาม ความเพอร์เฟกต์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอม โดยในช่วงอายุ 1 – 8 ปี เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นสู่วัยกลางคน และเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่ดูแลให้พวกเค้ามีสุขภาพที่ดี ด้วยการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม หมั่นสังเกตสภาพร่างกายหรืออาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด และพบสัตวแพทย์ตามกำหนด ยิ่งเริ่มดูแลเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแมวเหมียว ติดตามทุกเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งหมดได้ในบทความนี้

    แมวได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์ในอุดมคติ มีความสง่างาม คล่องแคล่ว และปราดเปรียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเค้าถึงครองตำแหน่งสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาล อย่างไรก็ตาม ความเพอร์เฟกต์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอม โดยในช่วงอายุ 1 – 8 ปี เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นสู่วัยกลางคน และเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่ดูแลให้พวกเค้ามีสุขภาพที่ดี ด้วยการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม หมั่นสังเกตสภาพร่างกายหรืออาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด และพบสัตวแพทย์ตามกำหนด ยิ่งเริ่มดูแลเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแมวเหมียว ติดตามทุกเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งหมดได้ในบทความนี้
     

    วิธีดูแลรักษาสุขภาพแมว

    สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง คุณอาจยังไม่คุ้นเคยกับการดูแลและไม่เข้าใจความต้องการของแมวเหมียวดีนัก ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยของคุณแข็งแรง
     

    1. แปรงขนให้แมวทุกวัน

      แมวมักจะเลียขนทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำ ส่งผลให้เกิดปัญหาก้อนขนอุดตันเป็นครั้งคราว วิธีป้องกันง่าย ๆ คือการแปรงขนทุกวัน เนื่องจากช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วออกไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดก้อนขนอุดตันในระบบทางเดินอาหารได้

    2. เลือกโภชนาการที่เหมาะสมและจัดเตรียมน้ำให้เพียงพอ

      แหล่งอาหารหลักของแมวคือเนื้อสัตว์ มันจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารแมวทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ควรให้อาหารแมวทั้งแบบเม็ดและแบบเปียก อาหารเม็ดมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพฟัน สะดวก และเก็บรักษาได้นาน ส่วนอาหารเปียกที่ประกอบด้วยน้ำเกือบ 78% นั้น ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่แมวจะได้รับในแต่ละวัน และที่สำคัญคือช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาสุขภาพในแมวสูงวัย

      และเมื่อพูดถึงเรื่องอาหารการกิน ต้องบอกก่อนเลยว่าแมวค่อนข้างจู้จี้จุกจิกเล็กน้อย แมวบางตัวชอบอาหารเม็ดมากกว่าอาหารเปียก ในกรณีนี้ คุณอาจต้องเตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพิ่มจุดวางน้ำรอบบ้าน และเลือกตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย นอกจากนี้ยังควรเลือกอาหารเม็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน อย่างอาหารแมวของไอแอมส์™ ที่ไม่เพียงแต่มีโปรตีนคุณภาพสูง แต่ยังมีสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น โอเมก้า 3 น้ำมันปลา วิตามิน และแร่ธาตุ จึงมั่นใจได้ว่าแมวของคุณจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ช่วยให้พวกเค้ามีขนสวยเงางามและมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

    3. เพิ่มจุดวางกระบะทรายภายในบ้าน

      แมวทุกตัวควรมีกระบะทรายเป็นของตัวเอง และควรมีกระบะทรายสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย นอกจากเรื่องจำนวนแล้ว ตำแหน่งของกระบะทรายก็มีความสำคัญเช่นกัน ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักวางกระบะทรายไว้ใต้เฟอร์นิเจอร์ ในห้องใต้ดิน หรือในมุมมืด ซึ่งอาจทำให้แมวไม่พอใจจนหลีกเลี่ยงการใช้งาน หากพบว่าแมวของคุณไม่ยอมใช้กระบะทราย แนะนำให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งที่วาง

    4. ค้นหาสาเหตุที่ทำให้แมวไม่ยอมใช้กระบะทราย

      แมวขับถ่ายเรี่ยราดหรือขับถ่ายไม่เป็นที่จนต้องเก็บกวาดบ้านบ่อย ๆ ถือเป็นปัญหากวนใจของผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เลย วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้คือการหาสาเหตุของพฤติกรรม เริ่มจากพาแมวของคุณไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาอาการผิดปกติ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากความเจ็บป่วยไม่ใช่ต้นเหตุ ให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งวางกระบะทรายในบ้าน

    5. ฝึกให้แมวใช้เสาลับเล็บ

      เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คนเลี้ยงแมวต้องเจอ สำหรับร่องรอยความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านภายในบ้าน การข่วนเป็นพฤติกรรมโดยสัญชาตญาณของแมว แนะนำให้เตรียมเสาลับเล็บไว้ในบ้าน วางไว้ในจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย คุณอาจโรยผงแคทนิปเพื่อกระตุ้นให้แมวอยากใช้งานเพิ่มด้วยก็ได้

    6. พาแมวไปทำหมัน

      การทำหมันมีข้อดีมากมาย ทั้งในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ แมวตัวเมียจะแสดงอาการติดสัดเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยผสมพันธุ์ ซึ่งมักจะทำให้เกิดความไม่สบายตัว นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุ 4 เดือน การเลี้ยงลูกเพียงลำพังก็สร้างความเครียดให้แม่แมวได้เช่นกัน ในขณะที่แมวตัวผู้มักจะมีปัญหาต่อสู้กันเองบ่อย ๆ จึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการข่วนและกัดได้ง่ายขึ้น
       

    ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในแมว

    หากคุณเป็นทาสแมวมือใหม่ คุณต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติหรือปัญหาสุขภาพทั่ว ๆ ไป และขอแนะนำให้พาพวกเค้าไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อค้นหาความเสี่ยงการเกิดโรคหรือตรวจจับสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพ
     

    1. อาการอาเจียน

      การอาเจียนเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุด และอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีก้อนขนอุดตันในระบบทางเดินอาหาร การกินสิ่งแปลกปลอม โรคเบาหวาน และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากพบว่าแมวท้องแข็งหรือมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ ควรไปพบสัตวแพทย์ในทันที

    2. หมัด

      หมัดเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย แต่โชคดีที่สามารถรักษาได้ง่าย สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าแมวของคุณมีหมัด ได้แก่

      • ขนร่วง
      • การติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
      • มีอาการคันหรือเกาตัวมากผิดปกติ
      • เลียตัวบ่อยขึ้น

      ทั้งนี้แนะนำให้พาน้องแมวไปตรวจร่างกาย ป้องกันปรสิต และถ่ายพยาธิเป็นประจำ

    3. โรคระบบทางเดินปัสสาวะในแมว (FLUTD)

      แมวที่มีร่างกายไม่แข็งแรง น้ำหนักตัวเกิน หรือกินน้ำน้อย แนวโน้มที่จะมีปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะสูง นอกจากนี้การอยู่ร่วมกับแมวหลายตัว การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรอย่างกะทันหัน และความเครียด ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน อาการของโรคที่พบได้ มีดังนี้

      • มีภาวะขาดน้ำ
      • ความอยากอาหารลดลง

      • อาเจียนบ่อย

      • เจ็บปวดเมื่อปัสสาวะ

      • มีการเลียรอบอวัยวะเพศ

      • ปัสสาวะมีเลือดปะปน

      • ขับถ่ายนอกกระบะทราย

      ทั้งนี้สัตวแพทย์จะตรวจสอบและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับประเภทของอาการ

    4. ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา

      ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาที่อาจพบได้ในแมว ได้แก่ ต้อหิน ต้อกระจก เยื่อบุตาอักเสบ การติดเชื้อไวรัส โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา และการบาดเจ็บต่าง ๆ คุณสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาได้จากอาการเหล่านี้ มีน้ำตาไหล ตาแดง มีขี้ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ดวงตามีความขุ่นมัว มีอาการระคายเคืองหรืออักเสบ และมีอาการตาเหล่ สำหรับวิธีดูแลเบื้องต้นนั้น ให้เช็ดทำความสะอาดดวงตาของพวกเค้าเบา ๆ จากนั้นรีบพาไปพบสัตวแพทย์

    5. ท้องเสีย

      อาการท้องเสียอาจเกิดจากการกินอาหารเน่าเสีย โรคตับ โรคมะเร็ง การติดเชื้อ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ น้องแมวอาจมีอาการอุจจาระเหลวนานเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากแมวมีอาการท้องเสียควรให้กินน้ำสะอาดมาก ๆ แล้วรีบพาไปพบสัตวแพทย์
       

    สัญญาณสุขภาพดีในแมว

    หลังจากเรียนรู้วิธีดูแลและวิธีสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพกันไปแล้ว เรามาทำความรู้จักกับสัญญาณสุขภาพดีของแมวกันบ้างดีกว่า

    1. พฤติกรรมการดูแลขน

      สัญญาณของแมวสุขภาพดีที่พบบ่อยที่สุดคือการกรูมมิ่ง พวกเค้าอาจเลียตัวเจ้าของเป็นครั้งคราว พฤติกรรมนี้บ่งบอกว่าพวกเค้าอยากดูแลคุณ รวมถึงรู้สึกสบายใจและเชื่อใจเมื่ออยู่ใกล้คุณ
    2. ส่งเสียงร้องเพอร์

      – หากแมวเหมียวของคุณส่งเสียงร้องเพอร์บ่อย ๆ ขอให้รู้ไว้เลยว่าพวกเค้ามีความสุขและพึงพอใจ แมวอาจส่งเสียงร้องเมื่อได้รับการสัมผัสอย่างอ่อนโยน ในขณะที่บางตัวเมื่อรู้สึกผ่อนคลายก็จะส่งเสียงร้องให้เรารับรู้
    3. รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว

      แมวที่มีอาการตื่นตัว มักจะหูลู่และหลังโกงโค้ง ในทางกลับกัน แมวที่มีความสุข มักจะงีบหลับด้วยความสบายใจ โดยมักจะนอนเก็บอุ้งเท้าเข้าหาตัว และหลับตาทั้งสองข้าง  

    4. ตาเบิกกว้าง

      – เมื่อแมวมีความสุข ดวงตาของพวกเค้าจะเบิกกว้างขึ้น หลายคนเข้าใจว่ามันเป็นท่าทางที่ก้าวร้าว แต่นั่นไม่ใช่ความจริงเลย!
    5.  หางตั้งตรง

      – หางแมวก็บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกได้ เมื่อแมวรู้สึกมั่นใจ พวกเค้าจะยกหางขึ้นสูง และจะกระดิกหางไปมาเล็กน้อยเมื่อมีความสุข
    6. มีความอยากอาหาร

      – แมวหิวคือแมวที่มีความสุข ถ้าแมวของคุณกินอาหารได้ดีและมีความตื่นเต้นเมื่อถึงเวลาอาหาร แสดงว่าพวกเค้ามีความอยากอาหารที่ดี
    7. นอนหลับสนิท

      – ทาสแมวทุกคนรู้ดีว่าแมวนอนเก่งมาก! นอนได้ทุกที่ ทุกเวลา หากแมวของคุณชอบนอนทับหรือมานอนใกล้ ๆ ตัวคุณ แสดงว่าพวกเค้ารักและไว้ใจคุณนะ
    8.  สดใสร่าเริง ขี้เล่น

      – หากแมวของคุณชอบเล่น ชอบวิ่งและกระโดดไปมา หรือสนุกกับของเล่นและกิจกรรมที่ทำร่วมกับเจ้าของ นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดี
    9. ใบหูตั้งขึ้นและชี้ไปด้านหน้า

      – หากแมวของคุณมีแสดงอาการแบบนี้ แปลว่าพวกเค้ารู้สึกผ่อนคลาย พร้อมให้เข้าหา ในทางกลับกัน หากใบหูลู่ลงแนบกับหัว แสดงว่าแมวกำลังหงุดหงิดและอารมณ์ไม่ดี

Close modal