เราต่างก็รู้กันดีว่าแมวเป็นสัตว์รักอิสระ และมักจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเค้าไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลนะ เจ้าของควรใส่ใจดูแลพวกเค้าให้มีสุขภาพดีแข็งแรง หมั่นสังเกตพฤติกรรมที่ผิดแปลกไป อย่างในเรื่องการกิน ควรสังเกตว่าพวกเค้ากินอะไรบ้าง ปริมาณมากหรือน้อยเท่าใด นอกจากนี้เราอาจกำหนดตารางเวลาในการทำกิจวัตรประจำวันของพวกเค้าให้ชัดเจนเพื่อความง่ายต่อการดูแล และที่สำคัญที่สุดคือควรพาไปตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ ทั้งนี้การดูแลแมวในช่วงโตเต็มวัยจะง่ายกว่าการดูแลลูกแมวแรกคลอด
เมื่อพาเจ้าเหมียวเข้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำถัดมาคือให้พวกเค้าทำความคุ้นเคยกับบ้านหลังใหม่ และเริ่มฝึกทักษะต่าง ๆ แม้การฝึกอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะต้องฝึกบ่อยครั้งและใช้ความอดทนค่อนข้างมาก แต่มันก็มีประโยชน์ไม่น้อยเลย ซึ่งการฝึกและดูแลเจ้าเหมียวขั้นพื้นฐานนั้น ครอบคลุมทั้งการเตรียมกระบะทราย การฝึกเข้าห้องน้ำ การทำหมัน และการปกป้องพวกเค้าจากอันตรายภายในบ้าน โดยเพื่อน ๆ ลองทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ดูได้เลย
การดูแลสุขภาพร่างกายของเจ้าเหมียวต้องมาก่อนเสมอ ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะทำความสะอาดตัวเองได้ แต่ไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองนะ
หากคุณสังเกตพบว่าเจ้าเหมียวมีอาการผิดปกติ แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด และเข้ารับรักษาได้อย่างทันท่วงที
“เราต้องดูแลเจ้าเหมียวอย่างไรบ้างนะ?” คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของทาสแมวมือใหม่หลาย ๆ คน เพราะแมวเป็นสัตว์ที่เดาใจและรับมือได้ยาก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะนี่คือเคล็ดลับที่จะทำให้การดูแลเจ้าเหมียวสุดที่รักของคุณกลายเป็นเรื่องง่าย
ความต้องการขั้นพื้นฐานของเจ้าแมวตัวน้อยคือ อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ น้ำดื่มที่สะอาด สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และการดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ
เริ่มจากเตรียมพื้นที่ในบ้านให้พร้อม ควรเป็นพื้นที่ส่วนตัว มีมุมให้หลบซ่อน และจัดหาของเล่นเตรียมไว้ประมาณ 2 – 3 ชิ้น เพื่อเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงาของเจ้าตัวน้อย
สมาคมควบคุมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา (Association of American Feed Control Officials: AAFCO) ก่อตั้งขึ้นในปี 1909 เพื่อกำหนดมาตรฐานข้อบังคับในอุตสาหกรรมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้ AAFCO จะไม่ใช่หน่วยงานรัฐบาล แต่ก็เป็นองค์กรที่ปฏิบัติงานสอดคล้องกับกฎหมายของรัฐบาลกลางและกฎหมายประจำรัฐต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายที่บังคับใช้โดยองค์การอาหารและยา (FDA) และกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA)
AAFCO เป็นหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐาน หรือขอบเขตของข้อบังคับต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ผลิตระบุข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับการใช้อาหารสัตว์รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย
ทุก ๆ ปี AAFCO จะเผยแพร่หนังสือชื่อว่า คู่มือ AAFCO (AAFCO Manual) โดยคู่มือฉบับนี้ได้ระบุความหมายของวัตถุดิบและคำศัพท์ในการให้อาหารต่าง ๆ อธิบายปัญหาข้อสรุปของปัญหาการเขียนฉลากต่าง ๆ เช่น รูปแบบของฉลาก รายชื่อวัตถุดิบ คำกล่าวอ้างด้านโภชนาการ และบทวิเคราะห์ที่การันตี เป็นต้น
ข้อบังคับนี้แตกต่างจากกฎหมาย อย่างไรก็ดี รัฐบาลประจำรัฐหลายแห่งได้นำเอาระเบียบบังคับอาหารสัตว์เลี้ยงของ AAFCO มาบังคับใช้เป็นกฎหมายประจำรัฐ
“คำประกาศ AAFCO ว่าด้วยความพอเพียงหรือจุดประสงค์ด้านโภชนาการ” หรือ “คำกล่าวอ้างโภชนาการ” หรือ “คำกล่าวอ้างความครบถ้วนและสมดุล” ระบุว่าผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตให้ใช้กับช่วงวัย/ไลฟ์สไตล์ใด ผู้ผลิตอาหารต้องผ่านการขอคำรับรองภายใต้ข้อบังคับของ AAFCO จึงจะสามารถระบุคำประกาศนี้ได้
AAFCO กำหนดขั้นตอนการคำรับรองเพื่อใช้คำกล่าวอ้างไว้ 3 วิธี ได้แก่
ทำการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับคุณค่าทางโภชนาการขั้นต่ำ ที่ระบุไว้ในหลักโภชนาการสำหรับสุนัขและแมวของ AAFCO (AAFCO Nutrient Profiles)
ฉลากจะระบุว่า “อาหารสุนัข (แมว) ABC ผ่านการคิดค้นสูตรโดยมีระดับสารอาหารเป็นไปตามหลักโภชนาการของสุนัข (แมว) ของ AAFCO สำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม)”
ทดสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในห้องปฏิบัติการโดยทดลองให้สุนัข หรือแมวกินตามกระบวนการของ AAFCO
ฉลากจะระบุว่า “การทดสอบให้อาหารสัตว์ตามกระบวนการของ AAFCO รับรองว่าอาหารสุนัข (แมว) ABC ให้สารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม)”
เปรียบเทียบผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับคุณค่าสารอาหารจากผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งให้สุนัขและแมวกินตามกระบวนการของ AAFCO
ฉลากจะระบุว่า “อาหารสุนัข (แมว) ABC ให้สารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม) และมีความเพียงพอด้านโภชนาการใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ มีคำรับรองจากการทดสอบให้อาหารสัตว์ของ AAFCO”
AAAFCO ได้กำหนดกระบวนการ หรือคำแนะนำในการดำเนินการทดสอบให้อาหารสัตว์ไว้อย่างชัดเจน โดยกระบวนการจะกำหนดเกณฑ์การทดสอบต่าง ๆ ไว้ เช่น
อาหารสัตว์เลี้ยงที่ระบุว่า “ทุกช่วงวัย” สามารถใช้กับสัตว์ตั้งแต่ช่วงหย่านมไปจนถึงช่วงโตเต็มวัย คำกล่าวอ้างนี้ ถือเป็นมีความพอเพียงด้านโภชนาการอย่าง (สมบูรณ์) เด็ดขาด ในกรณีที่ผ่านการรับรองจากการทดสอบให้อาหาร ต้องทดสอบในสัตว์ที่ตั้งครรภ์/ให้นมลูก และที่ยังมีพัฒนาอยู่ด้วยตามลำดับโดยต้องเป็นสัตว์กลุ่มเดียวัน
ระเบียบ AAFCO มีการบังคับการใช้คำหรับอาหารที่ผลิตขึ้นตามความต้องการพิเศษซึ่งจำเป็นต้องมีสัตวแพทย์คอยวินิจฉัย จัดการ และติดตามผล
การทำความเข้าใจกับคำประกาศ AAFCO ว่าด้วยความเพียงพอด้านโภชนาการจะช่วยให้ลูกค้าได้รับอาหารคุณภาพสูงที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล ทั้งยังเหมาะกับช่วงวัยที่กำหนดสำหรับสุนัขและแมว