IAMS TH
Your Senior Dog’s Special Nutritional Needs
Your Senior Dog’s Special Nutritional Needs

adp_description_block365
ความต้องการโภชนาการพิเศษสำหรับสุนัขสูงวัย

  • แบ่งปัน

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการให้อาหารสุนัขสูงวัยก็คือควรเลือกอาหารที่มีโภชนาการที่เหมาะสม โดยที่ ไอแอมส์™ เราได้มีการวิจัยเพื่อให้สุนัขสูงวัยได้รับสารอาหารที่เหมาะสมที่สุด อาหารที่มีสารอาหารที่ครบถ้วน สมดุล จะช่วยทำให้สุนัขนั้นมีอายุที่ยาวนานขึ้น มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป และยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อและระบบการย่อยอาหารของพวกเค้าดีขึ้นได้อีกด้วย
 

สุนัขอายุเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าเป็นสุนัขสูงวัย ?


สุนัขสูงวัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงระบบต่างๆในร่างกายที่เริ่มเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลา ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามขนาดและสายพันธุ์ โดยสุนัขพันธุ์เล็กจะเข้าสู่ช่วงสูงวัยเมื่ออายุได้ประมาณ 7 ปี และในสุนัขพันธุ์ใหญ่จะเข้าสู่ช่วงสูงวัยเมื่ออายุได้ประมาณ 5 ปี การให้อาหารสุนัขตามช่วงวัยนั้น จะช่วยรักษาสุขภาพสุนัขโดยรวมได้เป็นอย่างดี เมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้นและมีสัญญาณของโรคต่างๆ การรักษาและดูแลตั้งแต่เนิ่นๆก็ช่วยให้เค้าได้รับการดูแลรักษาได้เร็วขึ้นเช่นกัน

สายพันธุ์และสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอายุในสุนัข แต่คุณภาพของอาหารและสารอาหารที่พวกเค้าจะได้รับนั้นก็สามารถช่วยชะลอวัยและช่วยให้เค้ามีอายุที่ยืนยาวและแข็งแรงขึ้นได้

เมื่อสุนัขสูงวัยอายุเพิ่มมากขึ้น อาหารที่คุณจัดหามาให้นั้นช่วยได้มาก จากข้อมูลของ นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™บอกไว้ว่า สุนัขสูงวัยนั้นก็ต้องการสารอาหารไม่ต่างกับสุนัขวัยรุ่น แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือปริมาณและสารอาหารที่เปลี่ยนไป

Dr. Hayek นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™ แนะนำว่าเราไม่ควรเริ่มเปลี่ยนอาหารให้เมื่อสุนัขเข้าสู่วัยชรา แต่ทางที่ดีกว่าคือการให้อาหารพรีเมียมคุณภาพสูง เช่น อาหารสุนัข ไอแอมส์™ ที่มีโภชนาการที่เหมาะสมตั้งแต่ยังเล็ก เราควรจะดูแลสุขภาพพวกเค้าในเชิงรุกมากกว่าที่จะรอให้พวกเค้ามีปัญหาแล้วถึงมาเริ่มดูแลทีหลัง

แต่ถ้าตอนนี้คุณกำลังเลี้ยงสุนัขสูงวัยอยู่ล่ะก็ อย่าลืมมองหาอาหารที่มีคุณภาพสูงมีสารอาหารที่สมดุลและถูกต้องตามความต้องการของพวกเค้า โดยสารมารถดูได้จากสิ่งต่อไปนี้

โปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพดี
ความต้องการด้านโปรตีนของสุนัขนั้นสำคัญมาก เมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้น พวกเค้าจะสูญเสียความสมดุลของมวลกล้ามเนื้อไป ดังนั้นพวกเค้าจะต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยปกติสุนัขมักจะต้องการโปรตีนจากสัตว์ เช่น โปรตีนจากเนื้อไก่ หรือ โปรตีนจากเนื้อแกะ มีหลายคนมีความเชื่อว่า สุนัขสูงวัยควรจะได้รับโปรตีนน้อยลงเพื่อป้องกันการเป็นโรคไต อย่างไรก็ตามโรคไตนั้นเกิดจากปัจจัยหลายอย่างไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียวทางที่ดีคุณควรพาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อให้สัตวแพทย์ได้ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไตและแนะนำการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมจะดีที่สุด

Dr. Hayek นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™ อธิบายว่า ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนที่บ่งชี้ว่าอาหารที่มีโปรตีนสูงจะไปเร่งการทำงานของไต รวมถึงยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนเช่นกันที่บอกว่าอาหารที่มีโปรตีนต่ำจะช่วยชะลอโรคไตได้ ทั้งนี้โปรตีนยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อในร่างกายรวมไปถึงช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตในสุนัขอีกด้วย

ไขมันต่ำ

สุนัขสูงวัยนั้นจะมีความต้องการแคลอรีที่น้อยลง ควรเลือกอาหารสุนัขสูงวัยที่มีไขมันอย่างน้อย 10% ให้กับเค้าสำหรับสุนัขสูงวัยนั้น ความต้องการกรดไขมันที่จำเป็นรวมไปถึงกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นจำเป็นมาก เพราะจะช่วยทดแทนการสังเคราะห์ไขมันของพวกเค้าที่จะลดลงไปตามอายุโดยธรรมชาติ

ความเหมาะสมของไฟเบอร์ในอาหารของสุนัขสูงวัย

ในสุนัขสูงวัยปัญหาเรื่องการย่อยอาการเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญ ไฟเบอร์ในอาหารนั้นไม่ควรเกิน 5 % เพื่อให้พวกเค้ามีลำไส้ที่ดีรวมไปถึงช่วยให้การดูดซึมสารอาหารเป็นไปได้อย่างดี เช่น อาหารสุนัข ไอแอมส์™ ที่มีส่วนประกอบของเยื่อบีทพัลพ์สูตรเฉพาะของไอแอมส์™ ช่วยระบบย่อยและขับถ่ายและยังช่วยรักษาสุขภาพของลำไส้ ด้วยการให้พลังงานแก่เซลล์ในลำไส้ และช่วยให้อุจจาระมีขนาดเล็กและเป็นก้อนอีกด้วย

FRUCTOOLIGOSACCHARIDES (FOS) แหล่งใยอาหารสูตรเฉพาะ

FOS เป็นไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์ ช่วยรักษาสุขภาพของลำไส้ได้เป็นอย่างดี

สารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระช่วยรักษาความสมดุลในร่างกายของสุนัข โดยจะทำหน้าที่เข้ากำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย และยังทำหน้าที่ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ดังนั้นควรเลือกอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเช่นวิตามินอีและเบต้าแคโรตีนให้กับพวกเค้า

วิตามินและแร่ธาตุ
โดยปกติแล้วในอาหารสุนัขที่มีคุณภาพจะมีสารอาหารและโภชนาการครบถ้วนอยู่แล้ว นั่นรวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุด้วยเช่นกัน สำหรับวิตามินนั้นแนะนำให้สัตวแพทย์เป็นผู้แนะนำในกรณีที่สุนัขต้องการวิตามินหรืออยู่ในกลุ่มที่ขาดวิตามินจะดีที่สุด

 

เมื่อสุนัขเข้าสู่ช่วงสูงวัย

การให้สารอาหารที่ครบถ้วนสมดุลนั้นมีความสำคัญในสุนัขทุกๆช่วงวัย ยิ่งคุณให้อาหารที่ประโยชน์ต่อสุขภาพของพวกเค้าเช่น ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ ซีเนียร์ พลัส ยิ่งทำให้พวกเค้ามีโอกาสที่จะมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพที่ดีขึ้น เรามีเคล็ดลับที่จะช่วยให้สุนัขสูงวัยของคุณมีอายุที่ยาวนานมาฝากกัน

• ลดความเครียดลง หลีกเลี่ยงการให้สุนัขทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานเยอะ หรือเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันที่เค้าทำอยู่เป็นประจำ คุณควรค่อยๆให้เวลากับพวกเค้าเพื่อไม่ให้เค้าเครียดจนเกินไป
• ให้ออกกำลังกายเป็นประจำ การพาพวกเค้าออกกำลังกายโดยการเดิน 15 นาทีต่อวันจะช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบการย่อยอาหารของเค้าดีขึ้น และยังช่วยป้องกันปัญหาน้ำหนักเกินที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย
• ลดปริมาณอาหารลงแต่ให้บ่อยมากขึ้น จากเดิมที่สุนัขกินอาหารมื้อใหญ่แค่วันละครั้ง ลองปรับเปลี่ยนเป็นให้อาหารมื้อเล็กๆสองหรือสามมื้อต่อวันแทน โดยให้ในปริมาณเท่าเดิม การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหารของสุนัขได้ดียิ่งขึ้น • ตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจำ การดูแลสุขภาพเหงือกและช่องปากของสุนัขรวมไปถึงการหมั่นสังเกตความผิดปกติต่างๆของสุนัขอย่างเป็นประจำ จะช่วยให้สุนัขลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากคุณพบความผิดปกติเพียงแค่นิดเดียว ให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อตรวจหาและรีบรักษาได้อย่างเร็วที่สุด
• เลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพ เมื่อสุนัขของคุณเข้าสู่ช่วงสูงวัย ความสนใจในอาหารของพวกเค้ามักจะลดลง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาหารที่มีคุณค่าโภชนาการครบถ้วน ดังนั้น การเลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพจึงสำคัญที่สุด
• Dr. Hayek นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™ ชี้ให้เห็นว่ายังมีเรื่องราวของโภชนาการในสุนัขสูงวัยอีกมากมายที่น่าเรียนรู้ แต่สิ่งที่เน้นย้ำก็คือ สุนัขแต่ละช่วงวัยนั้นมีความต้องการที่แตกต่างกัน เราในฐานะผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นค่อยสังเกตว่าสุนัขของเรานั้นกำลังเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้วหรือยัง ในสายพันธ์เล็กจะเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงสูงวัยเมื่ออายุประมาณ 7 ปี และสำหรับสายพันธุ์ใหญ่ จะเริ่มต้นในช่วงอายุ 5 ปี เราต้องเลือกอาหารที่เหมาะสมให้กับเค้า เพื่อให้เค้ามีชีวิตอย่างแข็งแรงและมีความสุขไปได้นานๆ

  • Recognizing the Signs of Bloat in Your Dog
    Recognizing the Signs of Bloat in Your Dog
    adp_description_block104
    อาการบ่งบอกและวิธีดูแลสุนัขท้องอืดหรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร

    • แบ่งปัน

    อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว แต่อาจพบได้บ่อยในน้องหมาพันธุ์ใหญ่ที่มีหน้าอกลึกและแคบ ปัญหานี้ถือเป็นภาวะอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้วิธีสังเกตและดูแลเมื่อน้องหมามีอาการท้องอืดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม

    อาการท้องอืดคืออะไร?

    อาการท้องอืดหรืออีกชื่อหนึ่งคือภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดตัว เกิดจากการมีปริมาณลมหรือแก๊สสะสมมากกว่าปกติจนทำให้กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและบิดหมุน ส่งผลให้ความดันภายในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น เกิดการกดทับของอวัยวะรอบข้าง ซึ่งทำให้ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติจนน้องหมาเกิดภาวะช็อกได้ และนอกจากลักษณะของอาการที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับอาการท้องอืดที่เจ้าของควรรู้ดังนี้: 

    • อาการท้องอืดจัดเป็นภาวะอันตรายต้องได้รับการดูแลรักษาโดยทันที
    • ภาวะท้องอืดอาจทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ
    • สาเหตุของอาการท้องอืดยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน
    • แต่ละปีในสหรัฐอเมริกาพบว่ามีน้องหมากว่า 36,000 ตัวมีอาการท้องอืด และ 30% ของน้องหมาที่มีอาการเสียชีวิต
    • อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกช่วงวัย
    • น้องหมาบางสายพันธุ์มีโอกาสท้องอืดมากกว่าน้องหมาทั่วไป โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีหน้าอกลึกและแคบ
    • การที่กระเพาะอาหารขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณช่องท้องลดลง

     ลักษณะของอาการท้องอืด

    ในระยะแรกของอาการ น้องหมาจะรู้สึกอึดอัดมาก อาจจะเดินวนไปมาและส่งเสียงร้อง หรือพยายามขยับไปมาเพื่อหาท่าทางที่สบายตัว พวกเค้าอาจมีท่าทีกังวล เลียหรือจ้องไปที่ท้องของตัวเอง รวมถึงอาจมีอาการคล้ายอาเจียน แต่ไม่มีอะไรออกมา

     

    นอกจากนี้อาจพบอาการอื่น ๆ เพิ่มด้วยได้ เช่น อ่อนแรง ท้องพองขยายตัว และอาจเกิดภาวะช็อก ซึ่งส่งผลให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็วและมีอาการหอบ;
     

    หากพบว่าน้องหมามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบสัตวแพทย์ในทันที!

    • หอนหรือส่งเสียงร้องครวญคราง
    • มีท่าทางไม่สบายตัว ดูอึดอัด
    • กระสับกระส่าย
    • เหงือกซีด
    • พยายามอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา
    • หอบหรือหายใจเร็ว
    • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
    • วิตกกังวล
    • อ่อนแรง
    • ท้องบวม (โดยเฉพาะด้านซ้าย)
       

     อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้เมื่อน้องหมาท้องอืด มีดังนี้:
     

    กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้น:

    เนื่องจากมีลมหรือแก๊สสะสมในท้อง


    น้ำลายไหลมาก:

    ปัญหาในระบบทางเดินอาหารอาจทำให้น้องหมาน้ำลายไหลมากกว่าปกติ
     

    พฤติกรรมกระสับกระส่าย:

    อาการกระสับกระส่ายเป็นสัญญาณที่พบได้ทั่วไปเมื่อน้องหมาท้องอืด และพวกเค้าอาจส่งเสียงร้องเมื่อโดนกดที่บริเวณท้อง
     

    หอบ หายใจสั้น:

    การขยายตัวของกระเพาะอาหารทำให้น้องหมาหายใจลำบาก
     

    หัวใจเต้นเร็วขึ้น:

    เนื่องจากกล้ามเนื้อกะบังลมถูกกดไม่สามารถขยายตัวได้ ส่งผลให้เกิดภาวะหายใจลำบากและหัวใจมีอัตราการเต้นเร็วกว่าปกติ

     

    สาเหตุของอาการท้องอืด

    แม้ว่าจะหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็มีส่วนที่ทำให้น้องหมามีอาการท้องอืด:

    • กินอาหารปริมาณมากในมื้อเดียว แทนการแบ่งมื้ออาหารเป็น 2 – 3 ครั้งต่อวัน
    • กินมากเกินไปและดื่มน้ำเร็วเกินไป
    • อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด เช่น ต้องอยู่ในกรงหรือต้องไปพบสัตวแพทย์
    • วิ่งเล่นทันทีหลังกินอาหาร

     

    วิธีป้องกันอาการท้องอืด

    การทำตามคำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยป้องกันอาการท้องอืดในสุนัขได้ แต่ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ด้วย ซึ่งไม่อาจรับประกันได้ว่าคำแนะนำจะเกิดผลจริงกับน้องหมาทุกตัว 

    • ให้กินอาหารทีละน้อย ๆ อาจแบ่งให้อาหารเป็น 2 – 3 มื้อต่อวัน
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเป็นเวลา  1 – 2 ชั่วโมงหลังกินอาหาร
    • อย่าให้น้องหมาดื่มน้ำปริมาณมากก่อนหรือหลังกินอาหารและหลังออกกำลังกาย
    • หากที่บ้านมีน้องหมา 2 ตัวขึ้นไป ควรแยกให้อาหาร เพื่อป้องกันพฤติกรรมกินเร็วและภาวะเครียด
    • หากเป็นไปได้ ควรกำหนดเวลาให้อาหารในช่วงเวลาที่คุณว่างและสามารถสังเกตพฤติกรรมหลังการกินของพวกเค้าได้
    • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหัน
    • หากพบว่าน้องหมามีอาการท้องอืด ควรรีบไปพบสัตวแพทย์ทันที


    การดูแลรักษาอาการท้องอืด 
     

    อาการท้องอืดสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่?

    อาการท้องอืดในสุนัขจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยทันที ในกรณีที่น้องหมาท้องอืดไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการกระเพาะบิด อาจได้รับการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา แต่หากตรวจพบว่ามีอาการท้องบวม กระเพาะขยายและบิดตัว บางกรณีก็อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด

     

    ตัวเลือกในการรักษาอาการท้องอืด

    การระบายลมหรือแก๊สออกมาโดยใช้วิธีสอดท่อเข้าไปในกระเพาะอาหาร จะช่วยบรรเทาแรงกดต่ออวัยวะโดยรอบและป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารเสื่อมสภาพ แต่ในบางกรณีก็ไม่สามารถใช้วิธีสอดท่อได้เพียงเดียว อาจมีต้องการผ่าตัดร่วมด้วย

     

    นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยให้ของเหลวที่เสริมด้วยอิเล็กโทรไลต์ทางเส้นเลือดเพื่อปรับการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะที่สำคัญได้ตามปกติ ในหลายกรณีจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาที่มีฤทธิ์ในการรักษาภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลงอีกด้วย

     

    เมื่อน้องหมาอยู่ในอาการคงที่พร้อมผ่าตัดแล้ว สัตวแพทย์จะทำการผ่าตัดที่เรียกว่า “Gastropexy” เพื่อทำให้กระเพาะอาหารกลับสู่ตำแหน่งปกติพร้อมเอาเนื้อเยื่อผนังกระเพาะอาหารที่ตายแล้วออกไป รวมถึงจะยึดผนังกระเพาะเข้ากับผนังของลำตัว ทำให้โอกาสที่กระเพาะอาหารจะบิดหมุนลดลง และช่วยป้องกันอาการท้องอืดได้ดีขึ้น

     

    เลือกให้อาหารที่ย่อยง่าย

    อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันอาการท้องอืดได้คือการเลือกอาหารสุนัขคุณภาพดี มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ ช่วยให้ย่อยง่าย 
     

    การดูแลเรื่องอาหารถือเป็นวิธีลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาที่ดีสุด อย่างน้อยก็จนกว่าจะสามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของอาการท้องอืดได้ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ผลเต็ม 100% แต่ก็ช่วยลดจำนวนน้องหมาที่ต้องเผชิญกับภาวะร้ายแรงที่อาจถึงแก่ชีวิตนี้ลงได้

     

    สายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการท้องอืด

    • เยอรมัน เชพเพิร์ด
    • บูวีเย เด ฟล็องเดรอะ
    • เกรทเดน
    • บ็อกเซอร์
    • เซนต์เบอร์นาร์ด
    • โดเบอร์แมน
    • เยอรมัน ชอร์ตแฮร์ พอยน์เตอร์
    • ไอริช เซทเทอร์
    • กอร์ดอน เซทเทอร์
    • บอร์ซอย
    • ไอริช วูล์ฟฮาวด์
    • ดัชชุน
    • ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
    • บาสเซ็ต ฮาวด์

Close modal