IAMS TH
ควรพาลูกสุนัขตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?
ควรพาลูกสุนัขตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?

adp_description_block177
ควรพาลูกสุนัขตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?

  • แบ่งปัน

การนำลูกสุนัขตัวใหม่เข้าบ้านเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มาพร้อมความรับผิดชอบมากมาย หนึ่งในนั้นคือการพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อตรวจเช็กปัญหาสุขภาพแอบแฝงและสุขภาพโดยรวม อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ผู้เลี้ยงจะปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน การให้อาหาร การฝึกสอน และวิธีการดูแลต่าง ๆ หากไม่แน่ใจว่าควรพาลูกสุนัขไปพบคุณหมอเมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหน ติดตามคำตอบและเรื่องน่ารู้อีกมากมายได้ในบทความนี้

 

ลูกสุนัขต้องพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?

ลูกสุนัขเป็นช่วงวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ผู้เลี้ยงควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทุก ๆ 3 – 4 สัปดาห์ แต่หากจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอาจมีการนัดพบบ่อยขึ้น ทั้งนี้ก่อนพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอ คุณควรสอบถามข้อมูลการฉีดวัคซีนหรือการรักษาต่าง ๆ จากฟาร์มหรือผู้เพาะพันธุ์ให้เรียบร้อย และในกรณีที่รับเลี้ยงสุนัขไร้บ้านก็ควรแจ้งให้คุณหมอทราบเช่นกัน

หากคุณสังเกตพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบพาเจ้าตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์ในทันที

  • บาดแผลบริเวณดวงตา
  • อาการลมพิษ
  • แผลเปิด
  • อาการชัก
  • เป็นลม หมดสติ
  • มีรอยกัด
  • หายใจลำบาก
  • อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • อาการเจ็บป่วยอื่น ๆ

ข้อควรรู้ – แม้จะมีสมุดฉีดวัคซีนหรือหลักฐานการตรวจยืนยันจากผู้เพาะพันธุ์ คุณก็ควรพาลูกสุนัขไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม
 

การตรวจสุขภาพประจำปี

ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีเช่นเดียวกับคน นอกจากการฉีดวัคซีนกระตุ้นแล้ว คุณหมอจะตรวจเช็กสุขภาพหัวใจ ปอด ดวงตา หู พร้อมมองหาอาการผิดปกติต่าง ๆ และอาจทำการทดสอบพื้นฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
 

หลังการตรวจเช็กสุขภาพ คุณหมออาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร เพิ่มหรือลดการออกกำลังกาย รวมถึงอาจต้องดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดียิ่งขึ้น ผู้เลี้ยงควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าตัวน้อยที่คุณรัก อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสุขภาพประจำปี คุณสามารถสอบถามหรือขอปรึกษาเรื่องเหล่านี้จากสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้

  • การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
  • รายงานสุขภาพ
  • โภชนาการที่เหมาะสม
  • คำถามเกี่ยวกับการดูแล การฝึก หรือปัญหาที่สงสัย

ลูกสุนัขฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

ลูกสุนัขเกิดมาพร้อมระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ อย่างไรก็ตาม พวกเค้าจะเริ่มสูญเสียภูมิคุ้มกันเหล่านี้เมื่ออายุ 6 – 8 สัปดาห์ จึงจำเป็นต้องเริ่มฉีดวัคซีนในช่วงเวลาดังกล่าว บวกกับนิสัยชอบดมและเลียเพื่อสำรวจทุกสิ่งรอบตัว ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันไวรัสและโรคร้ายแรงได้ การฉีดวัคซีนจะเริ่มเมื่อลูกสุนัขมีอายุ 6 – 8 สัปดาห์ และต้องฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 2 – 4 สัปดาห์จนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป บางกรณีสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ เนื่องจากมีการระบาดของโรคหรือเมื่อแม่หมาที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีน คุณสามารถขอตารางการฉีดวัคซีนของลูกสุนัขจากสัตวแพทย์ได้
 

การฉีดวัคซีนสำหรับสุนัข

สุนัขจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้หัด และโรคตับอักเสบในสุนัข โดยวัคซีนทั่วไปที่สุนัขจำเป็นต้องได้รับมีดังนี้

  • เชื้อพาร์โวไวรัสในสุนัข
  • โรคไข้หัด
  • โรคตับอักเสบ
  • โรคพิษสุนัขบ้า
  • โรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ
  • โรคลำไส้อักเสบติดต่อจากเชื้อโคโรนาไวรัสในสุนัข
  • โรคหลอดลมอักเสบติดต่อของสุนัข
  • โรคเลบโตสไปโรซีสหรือโรคไข้ฉี่หนู

การฉีดวัคซีนข้างต้นอาจมีการผสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์

  1. ควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?
  2. ในช่วงปีแรก คุณอาจต้องพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอบ่อย ๆ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันที่จำเป็น และเมื่อฉีดวัคซีนครบถ้วนดีแล้ว คุณหมอจะเป็นผู้กำหนดนัดหมายเพิ่มเติม ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องพาพวกเค้าไปตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาสุขภาพแอบแฝงด้วย

  3. เช็กลิสต์การตรวจสุขภาพครั้งแรกของลูกสุนัข มีอะไรบ้าง?
  4. หากเป็นการพบสัตวแพทย์ครั้งแรกของลูกสุนัข คุณควรพูดคุยกับผู้เพาะพันธุ์หรือศูนย์พักพิงเพื่อขอข้อมูลการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ หรือการรักษาต่าง ๆ ในกรณีที่ลูกสุนัขกำลังใช้ยาหรืออาหารเสริมอยู่ ให้พกติดตัวไปด้วย รวมถึงควรแจ้งสัตวแพทย์เกี่ยวกับอาหารหรือประเด็นปัญหาที่คุณพบเจอ

  5. ลูกสุนัขต้องเข้าพบสัตวแพทย์กี่ครั้ง?
  6. หากลูกสุนัขอายุน้อยกว่า 4 เดือน คุณควรพาลูกสุนัขไปหาสัตวแพทย์ทุก ๆ 3 หรือ 4 สัปดาห์ เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่ต้องเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว สัตวแพทย์จะจัดตารางเวลานัดหมายให้ คุณควรพาลูกสุนัขไปพบตามกำหนดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าจะได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

  • Puppy Basics: Selecting the Right Food
    Puppy Basics: Selecting the Right Food
    adp_description_block286
    เปิดเคล็ดลับการเลือกอาหารสำหรับลูกสุนัข

    • แบ่งปัน

    สุนัขต้องการโภชนาการที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี สุนัขแต่ละขนาดและสายพันธุ์ต้องการสารอาหารในปริมาณที่แตกต่างกัน อย่างลูกสุนัขที่อยู่ในช่วงกำลังเจริญเติบโต จะต้องการพลังงานมากขึ้นสำหรับการพัฒนาโดยรวม สารอาหารต่าง ๆ เช่น ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุ ช่วยให้ลูกสุนัขเติบโตอย่างสมวัยและแข็งแรง การเลือกอาหารลูกสุนัขจึงถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เพราะมีผลโดยตรงต่อพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยในช่วงปีแรก
     

    ขอแนะนำ ไอแอมส์™ หนึ่งในแบรนด์อาหารลูกสุนัขชั้นนำ คัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดี อุดมไปด้วยพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกสุนัขที่คุณรัก
     

    ควรเลือกอาหารสำหรับลูกสุนัขอย่างไร?

    ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อต้องเลือกซื้ออาหารให้เจ้าตัวน้อย โดยลูกสุนัขต้องการสารอาหารมากขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับสุนัขโตเต็มวัย เพื่อให้พวกเค้าเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัย คุณควรมองหาอาหารที่ย่อยง่ายและมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต หากเลือกอาหารที่เหมาะสม ลูกสุนัขยังจะได้รับประโยชน์เหล่านี้เพิ่มเติมด้วย

    • ขนสวยเงางาม
    • กล้ามเนื้อชัดโดดเด่น
    • การมองเห็นดีขึ้น
    • การย่อยอาหารดีขึ้น
    • การเคลื่อนไหวของลำไส้ดีขึ้น
    • ร่าเริงสดใสและอารมณ์ดี
    • สุขภาพดี มีความสุข

    วิธีการเลือกแบรนด์อาหารลูกสุนัข

    แม้ว่าอาหารปรุงเองจะมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่บางครั้งก็อาจไม่เพียงพอสำหรับร่างกายที่กำลังเติบโตของลูกสุนัข ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องพึ่งพาอาหารลูกสุนัขสำเร็จรูปที่อุดมด้วยโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยการเลือกแบรนด์อาหารลูกสุนัขที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

    • เป็นที่รู้จักและมีความน่าเชื่อถือ – ควรเลือกซื้ออาหารสุนัขจากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก มีความน่าเชื่อถือ และมีมาตรฐานรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
    •  ฉลากผลิตภัณฑ์ – ควรอ่านชื่อและฉลากบนผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจเช็กข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด เช่น คุณค่าทางโภชนาการ น้ำหนักสุทธิ และแผนภูมิสารอาหารที่ต้องมีระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารลูกสุนัขทุกแบรนด์ นอกจากการตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการแล้ว คุณต้องเช็กที่อยู่และรายละเอียดการติดต่อของผู้ผลิตด้วย ข้อมูลในส่วนนี้จะมีประโยชน์มากเมื่อคุณต้องการส่งคำแนะนำและข้อร้องเรียนไปยังแบรนด์โดยตรง ทั้งนี้ควรอ่านรายการส่วนผสมอย่างละเอียด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดอาการแพ้กับเจ้าตัวน้อยของคุณ บนฉลากยังควรระบุวันผลิตและวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำแนะนำในการให้อาหารด้วย
    • ส่วนผสม – การเลือกอาหารให้ลูกสุนัขต้องทำอย่างระมัดระวังและพิถีพิถัน พวกเค้าต้องการแหล่งโปรตีน ไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี อีกทั้งยังต้องการกรดอะมิโน 22 ชนิดเพื่อผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการอยู่รอด การตรวจเช็กรายการส่วนผสมอย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้คุณวิเคราะห์ส่วนผสมและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยได้ดียิ่งขึ้น

    นอกจากนี้คุณต้องคำนึงถึงสายพันธุ์ ขนาด และน้ำหนักตัวของลูกสุนัขด้วย อย่างสุนัขพันธุ์เล็กจะโตเร็วกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ สารอาหารและพลังงานที่ต้องการก็จะแตกต่างกัน การเปลี่ยนสูตรอาหารให้เหมาะกับช่วงวัยก็ไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าลูกสุนัขส่วนใหญ่จะเริ่มกินอาหารเม็ดเมื่อมีอายุ 4 สัปดาห์ก็ตาม หากคุณไม่มั่นใจเกี่ยวกับสายพันธุ์หรือปริมาณสารอาหารที่จำเป็น สามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้
     

    สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัขแต่ละสายพันธุ์

    สุนัขแต่ละสายพันธุ์ต้องการสารอาหารในปริมาณที่แตกต่างกันเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อย เราได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณสารอาหารที่จำเป็นสำหรับน้องหมาแต่ละขนาดมาฝากกัน

    1. สุนัขพันธุ์เล็ก – น้องหมาพันธุ์เล็กไม่มีทางตัวใหญ่เท่ากับสายพันธุ์อื่น ๆ แต่เจ้าจิ๋วเหล่านี้เติบโตเร็วมาก พวกเค้าจึงต้องการสารอาหารมากขึ้นในช่วงแรกของชีวิต แต่เนื่องจากมีขนาดตัวและอวัยวะที่เล็ก จึงจำเป็นจะต้องเลือกอาหารที่สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการได้อย่างครบถ้วนแม้จะกินในปริมาณที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ควรให้อาหารน้องหมาพันธุ์เล็กและพันธุ์ทอยอย่างน้อย 3 – 4 มื้อต่อวัน เพื่อให้พวกเค้าได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดที่สำหรับการเจริญเติบโต
    2. สุนัขพันธุ์กลาง – ควรเลือกอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ให้กับน้องหมาพันธุ์นี้ อาหารสองมื้อต่อวันก็เพียงพอแล้วสำหรับความต้องการของพวกเค้า แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล
    3. สุนัขพันธุ์ใหญ่ – น้องหมาสายพันธุ์นี้ไม่ต้องการแคลเซียมมากอย่างที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน แม้ว่าจะมีโครงสร้างกระดูกที่ใหญ่กว่าเพื่อน ๆ พันธุ์อื่นก็ตาม พวกเค้าต้องการแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแคลอรีในปริมาณที่พอเหมาะ การให้อาหารมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาด้านพัฒนาการและกระดูก จึงจำเป็นต้องกำหนดปริมาณอาหารให้เหมาะสม ทั้งนี้คุณควรเลือกสูตรอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่น้อย รวมถึงจำกัดการให้อาหารไว้ที่ 2 – 3 มื้อต่อวัน

    การเจริญเติบโตและการพัฒนาการของลูกสุนัขในช่วงปีแรกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน โดยเลือกให้เหมาะกับอายุ ขนาดสายพันธุ์ และระมัดระวังเรื่องอาการแพ้ต่าง ๆ ด้วย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความต้องการทางโภชนาการและสายพันธุ์ของลูกสุนัข ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร
     

    ทำไมอาหารลูกสุนัขของ ไอแอมส์™ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด?

    ไอแอมส์™ ให้ความสำคัญกับโภชนาการสำหรับสุนัขทุกวัยและทุกสายพันธุ์ อาหารสุนัขสูตรสำหรับแม่และลูกสุนัขของเราถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เพราะมีสารอาหารจำเป็นเพียงพอต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมของลูกสุนัขตัวน้อย นอกจากจะเต็มไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุแล้ว ยังมีดีเอชเอที่จำเป็นต่อพัฒนาการสมองและการเรียนรู้ รวมถึงมีโคลอสตรุมซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นและพบได้ในน้ำนมของแม่สุนัขเท่านั้น นอกจากนี้อาหารสุนัขสำหรับแม่และลูกสุนัข สูตร โปรแอคทีฟ เฮลท์™ จากไอแอมส์™ ยังมีส่วนผสมของไฟเบอร์ พรีไบโอติกจากธรรมชาติ และฟรุกโต โอลิโกแซคคาไรด์ (FOS) ซึ่งช่วยเสริมกล้ามเนื้อและระบบย่อยอาหารให้แข็งแรงอีกด้วย

Close modal