IAMS TH
ควรพาลูกสุนัขตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?
ควรพาลูกสุนัขตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?

adp_description_block393
ควรพาลูกสุนัขตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?

  • แบ่งปัน

การนำลูกสุนัขตัวใหม่เข้าบ้านเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มาพร้อมความรับผิดชอบมากมาย หนึ่งในนั้นคือการพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อตรวจเช็กปัญหาสุขภาพแอบแฝงและสุขภาพโดยรวม อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ผู้เลี้ยงจะปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน การให้อาหาร การฝึกสอน และวิธีการดูแลต่าง ๆ หากไม่แน่ใจว่าควรพาลูกสุนัขไปพบคุณหมอเมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหน ติดตามคำตอบและเรื่องน่ารู้อีกมากมายได้ในบทความนี้

 

ลูกสุนัขต้องพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?

ลูกสุนัขเป็นช่วงวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ผู้เลี้ยงควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทุก ๆ 3 – 4 สัปดาห์ แต่หากจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอาจมีการนัดพบบ่อยขึ้น ทั้งนี้ก่อนพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอ คุณควรสอบถามข้อมูลการฉีดวัคซีนหรือการรักษาต่าง ๆ จากฟาร์มหรือผู้เพาะพันธุ์ให้เรียบร้อย และในกรณีที่รับเลี้ยงสุนัขไร้บ้านก็ควรแจ้งให้คุณหมอทราบเช่นกัน

หากคุณสังเกตพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบพาเจ้าตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์ในทันที

  • บาดแผลบริเวณดวงตา
  • อาการลมพิษ
  • แผลเปิด
  • อาการชัก
  • เป็นลม หมดสติ
  • มีรอยกัด
  • หายใจลำบาก
  • อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • อาการเจ็บป่วยอื่น ๆ

ข้อควรรู้ – แม้จะมีสมุดฉีดวัคซีนหรือหลักฐานการตรวจยืนยันจากผู้เพาะพันธุ์ คุณก็ควรพาลูกสุนัขไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม
 

การตรวจสุขภาพประจำปี

ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีเช่นเดียวกับคน นอกจากการฉีดวัคซีนกระตุ้นแล้ว คุณหมอจะตรวจเช็กสุขภาพหัวใจ ปอด ดวงตา หู พร้อมมองหาอาการผิดปกติต่าง ๆ และอาจทำการทดสอบพื้นฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
 

หลังการตรวจเช็กสุขภาพ คุณหมออาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร เพิ่มหรือลดการออกกำลังกาย รวมถึงอาจต้องดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดียิ่งขึ้น ผู้เลี้ยงควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าตัวน้อยที่คุณรัก อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสุขภาพประจำปี คุณสามารถสอบถามหรือขอปรึกษาเรื่องเหล่านี้จากสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้

  • การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
  • รายงานสุขภาพ
  • โภชนาการที่เหมาะสม
  • คำถามเกี่ยวกับการดูแล การฝึก หรือปัญหาที่สงสัย

ลูกสุนัขฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

ลูกสุนัขเกิดมาพร้อมระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ อย่างไรก็ตาม พวกเค้าจะเริ่มสูญเสียภูมิคุ้มกันเหล่านี้เมื่ออายุ 6 – 8 สัปดาห์ จึงจำเป็นต้องเริ่มฉีดวัคซีนในช่วงเวลาดังกล่าว บวกกับนิสัยชอบดมและเลียเพื่อสำรวจทุกสิ่งรอบตัว ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันไวรัสและโรคร้ายแรงได้ การฉีดวัคซีนจะเริ่มเมื่อลูกสุนัขมีอายุ 6 – 8 สัปดาห์ และต้องฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 2 – 4 สัปดาห์จนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป บางกรณีสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ เนื่องจากมีการระบาดของโรคหรือเมื่อแม่หมาที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีน คุณสามารถขอตารางการฉีดวัคซีนของลูกสุนัขจากสัตวแพทย์ได้
 

การฉีดวัคซีนสำหรับสุนัข

สุนัขจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้หัด และโรคตับอักเสบในสุนัข โดยวัคซีนทั่วไปที่สุนัขจำเป็นต้องได้รับมีดังนี้

  • เชื้อพาร์โวไวรัสในสุนัข
  • โรคไข้หัด
  • โรคตับอักเสบ
  • โรคพิษสุนัขบ้า
  • โรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ
  • โรคลำไส้อักเสบติดต่อจากเชื้อโคโรนาไวรัสในสุนัข
  • โรคหลอดลมอักเสบติดต่อของสุนัข
  • โรคเลบโตสไปโรซีสหรือโรคไข้ฉี่หนู

การฉีดวัคซีนข้างต้นอาจมีการผสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์

  1. ควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์บ่อยแค่ไหน?
  2. ในช่วงปีแรก คุณอาจต้องพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอบ่อย ๆ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันที่จำเป็น และเมื่อฉีดวัคซีนครบถ้วนดีแล้ว คุณหมอจะเป็นผู้กำหนดนัดหมายเพิ่มเติม ทั้งนี้คุณจำเป็นต้องพาพวกเค้าไปตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาสุขภาพแอบแฝงด้วย

  3. เช็กลิสต์การตรวจสุขภาพครั้งแรกของลูกสุนัข มีอะไรบ้าง?
  4. หากเป็นการพบสัตวแพทย์ครั้งแรกของลูกสุนัข คุณควรพูดคุยกับผู้เพาะพันธุ์หรือศูนย์พักพิงเพื่อขอข้อมูลการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ หรือการรักษาต่าง ๆ ในกรณีที่ลูกสุนัขกำลังใช้ยาหรืออาหารเสริมอยู่ ให้พกติดตัวไปด้วย รวมถึงควรแจ้งสัตวแพทย์เกี่ยวกับอาหารหรือประเด็นปัญหาที่คุณพบเจอ

  5. ลูกสุนัขต้องเข้าพบสัตวแพทย์กี่ครั้ง?
  6. หากลูกสุนัขอายุน้อยกว่า 4 เดือน คุณควรพาลูกสุนัขไปหาสัตวแพทย์ทุก ๆ 3 หรือ 4 สัปดาห์ เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่ต้องเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว สัตวแพทย์จะจัดตารางเวลานัดหมายให้ คุณควรพาลูกสุนัขไปพบตามกำหนดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าจะได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

  • A Healthy Diet for Your Dog Can Mean Good Health for You
    A Healthy Diet for Your Dog Can Mean Good Health for You-mob
    adp_description_block218
    โภชนาการและอาหารที่ดีของสุนัขจะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของเจ้าของด้วยนะ

    โภชนาการและอาหารที่ดีของสุนัขจะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของเจ้าของด้วยนะ

    • แบ่งปัน

    ในฐานะสัตวแพทย์ ปัจจุบันนี้พบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญในการดูแลสุนัขให้มีสุขภาพดีและมีความสุขมากขึ้น เจ้าของหลายคนกังวลเกี่ยวกับการดูแลสุนัขว่า ทำอย่างไรให้สุนัขได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และได้รับสารอาหารที่สมดุล ให้พลังงานเพียงพอต่อการวิ่ง เล่น และกิจวัตรประจำวันของสุนัข

    หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า
    การที่เจ้าของดูแลสุขภาพของสุนัขให้มีสุขภาพดีนั้นจะมีผลดีต่อสุขภาพของเจ้าของเองเหมือนกัน ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ การได้ใช้เวลากับสุนัขที่มีสุขภาพที่ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ได้เลือกอาหารที่มีคุณภาพครบถ้วนครบโภชนาการให้กับเค้า จะช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลให้กับคุณได้ จากกรณีศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถลดความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอล และระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นผลดีต่อหัวใจของเจ้าของได้อีกด้วย

    การดูแลสุนัขนั้นสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่พวกเขายังอายุน้อย เมื่อสุนัขของคุณได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ได้ออกกำลังกาย ได้รับโภชนาการอาหารที่ดีและได้รับความรักที่เหมาะสม สุนัขก็จะมีความสุข มีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพที่ดี และในที่สุดเมื่อสุนัขมีความสุขและมีสุขภาพดีคุณก็จะไม่ต้องเครียดหรือกังวล นั่นก็จะทำให้คุณมีสุขภาพดีเช่นกัน!


    แล้วมีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการให้อาหารสุนัขของคุณ?

    เจ้าของส่วนมากจะมองว่าสุนัขเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว นั่นหมายถึงบางครั้งพวกเขาจะให้สุนัขกินอาหารเหมือนตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะเลือกอาหารพิเศษที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือไม่มีกลูเตนเพื่อที่จะได้รับประทานเองด้วยและแบ่งให้สุนัขกินด้วย อย่างไรก็ตาม ถึงพฤติกรรมนั้นจะเกิดจากการอยากมอบความรักให้สุนัข เจ้าของหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าความต้องการอาหารของสุนัขนั้นแตกต่างจากตัวเอง

    อย่างเช่น ธัญพืช ในฐานะสัตวแพทย์สิ่งสำคัญที่จะต้องทราบก็คือธัญพืชนั้นดีสำหรับสุนัขของคุณ


    มีเปอร์เซนต์น้อยมากที่สุนัขนั้นจะมีอาการแพ้โปรตีน ในสุนัขส่วนใหญ่นั้นจะได้นัอาหารครบถ้วนจากอาหารสุนัขสำเร็จรูปอยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องให้อาหารเสริมเพิ่มเติมแต่อย่างใด

    นี่คือสาเหตุว่าทำไมธัญพืชจึงเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานที่ดีต่อสุขภาพ ธัญพืชบางชนิด เช่น ข้าวและข้าวสาลี ร่างกายสามารถดึงไปใช้พลังงานได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ธัญพืชอื่น ๆ เช่น ข้าวบาร์เลย์ และข้าวฟ่าง ใช้เวลานานกว่าที่ร่างกายจะดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงาน การผสมของธัญพืชหลากหลายชนิดทำให้เป็นแหล่งพลังงานที่สะสมไว้และร่างกายสุนัขดึงมาใช้ตามช่วงเวลาซึ่งจะช่วยให้สุนัขสามารถรักษาพลังงานไว้ได้ ทั้งนี้ ธัญพืชทั้งหมดที่อยู่ในอาหารสุนัข ไอแอมส์™ เป็นส่วนผสมที่มีประโยชน์ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ช่วยให้พลังงานอย่างสม่ำเสมอ

    นอกจากธัญพืชที่จะพบได้ในอาหารสุนัขของ ไอแอมส์™ แล้ว คุณยังจะได้พบโปรตีนคุณภาพสูงที่ได้มาจากเนื้อไก่และเนื้อแกะรวมถึงสารอาหารที่จำเป็นในการดูแลการทำงานของหัวใจสุนัข ส่วนผสมที่รวมอยู่ในอาหารจะทำให้สุนัขของคุณได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอสำหรับกิจวัตรประจำวัน การเดิน การวิ่ง การเล่นซนด้วยความร่าเริง

    เพื่อให้สุนัขของคุณมีสุขภาพที่ดีและมีความสุข ผู้เลี้ยงจะต้องมั่นใจว่าคุณได้ให้อาหารที่สมดุลและพาสุนัขไปออกกำลังกายที่เพียงพอ ซึ่งเมื่อสุนัขได้รับการดูแลที่ดีแล้วสิ่งที่ผู้เลี้ยงจะได้รับกลับมาก็คือ พวกเขาจะมอบความรักให้กับคุณอย่างไร้เงื่อนไข จะเข้ามาออดอ้อนและบางครั้งก็ชวนเล่น แค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะทำให้คุณและน้องหมาเข้าใจกันแล้วล่ะ

     A Healthy Diet for Your Dog Can Mean Good Health for You
Close modal