IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block444
เคล็ดลับสำหรับการให้อาหารแมวโตของคุณ

  • แบ่งปัน

 

เมื่ออายุครบ 12 เดือน เจ้าเหมียวของคุณก็ไม่ต้องการแร่ธาตุ โปรตีน และพลังงานในระดับสูงเหมือนกับตอนที่เป็นลูกแมววัยกำลังโตอีกต่อไป คุณจึงควรเปลี่ยนให้เค้ากินอาหารคุณภาพสูง อย่าง ไอแอมส์™  โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สำหรับแมวโตรสไก่ ซึ่งมาพร้อมสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับแมวโต 
 

และเมื่อคุณต้องการเลือกอาหาร อย่าลืมปฏิบัติตามเคล็ดลับต่อไปนี้
 

  • อ่านคำกล่าวอ้างด้านโภชนาการบนบรรจุภัณฑ์ของอาหาร 

อ่านฉลากเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่เลือกเหมาะกับช่วงวัยของแมวคุณ (ลูกแมว แมวโต แมวสูงวัย) นอกจากนี้ควรมองหาคำประกาศที่ระบุว่าอาหารดังกล่าวตรงตามข้อบังคับของสมาคมควบคุมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา (AAFCO) เนื่องจากหากไม่มีคำประกาศด้านสารอาหารของ AAFCO บนฉลากก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าแมวของคุณจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล

  • เลือกอาหารพรีเมียม 

อาหารแมวพรีเมียมมักจะใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงและย่อยได้ง่ายกว่า รวมถึงมีสารอาหารที่เข้มข้นกว่าแบรนด์ราคาถูก แมวของคุณจะได้รับพลังงานที่เพียงพอโดยกินอาหารในปริมาณที่น้อยลง ทำให้ราคาต่อมื้อของอาหารพรีเมียมอาจต่างจากอาหารธรรมดาเพียงไม่กี่บาทเท่านั้น

  • ปรึกษาสัตวแพทย์ 

เนื่องจากความต้องการด้านสารอาหารของแมวคุณเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเค้าโตขึ้น หรือมีภาวะเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่ต้องการอาหารพิเศษ ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์ถึงวิธีการให้อาหาร รวมทั้งชนิด และปริมาณอาหารที่จำเป็นสำหรับเค้าด้วย

 

เมื่อเลือกอาหารได้แล้ว ต่อไปต้องสร้างนิสัยการกินอาหารที่ดี
 

  • ตวงอาหารก่อนให้เสมอ 

เริ่มโดยให้อาหารแมวตามปริมาณที่บรรจุภัณฑ์แนะนำ แม้ว่าปริมาณปกติจะดูไม่น่าทำให้แมวของคุณมีสุขภาพที่ดี หากเค้ากินอาหารไม่หมดหรือน้ำหนักเริ่มเยอะขึ้นจึงค่อยลดปริมาณลง หรือหากเค้าเริ่มดูผอมจึงค่อยเพิ่มปริมาณจนเค้ามีน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ

  • ให้อาหารตรงเวลา 

ปกติแมวโตกินอาหารเพียงวันละมื้อก็เพียงพอแล้ว หากแมวของคุณหิวบ่อยขึ้น ให้แบ่งอาหารเป็นหลายมื้อและให้อย่างตรงเวลา และต้องอย่าลืมว่าการให้อาหารหลายมื้อไม่ได้แปลว่าต้องเพิ่มปริมาณอาหาร แต่ให้แบ่งปริมาณที่แนะนำออกเป็นหลาย ๆ มื้อแทน

  • ให้อาหารทิ้งไว้สำหรับแมวสุขภาพดี 

การให้อาหารเม็ดทิ้งไว้ตลอดวัน เพื่อให้เจ้าเหมียวเลือกกินได้ตามใจก็เป็นทางเลือกที่ดีหากเค้ามีสุขภาพที่ดีอยู่แล้ว แต่หากเจ้าเหมียวน้ำหนักเกินหรือกินมากเกินไปก็ไม่ควรให้อาหารทิ้งไว้

  • ห้ามให้อาหารเหลือจากมื้ออาหารของคุณและควบคุมการให้ขนม 

เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีไขมันและให้พลังงานเยอะ ซึ่งจะไปรบกวนสารอาหารที่แมวได้รับจากอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลอยู่แล้ว

  • ค่อย ๆ ทำให้แมวคุ้นเคยกับอาหารใหม่ เมื่อต้องการเปลี่ยนอาหารแมว 

ทำได้โดยการผสมอาหารใหม่และอาหารเดิมเข้าด้วยกัน เริ่มจากให้อาหารใหม่ในสัดส่วนน้อยก่อนแล้วทยอยเพิ่มขึ้นโดยใช้เวลา 3-4 วัน แมวมักจะยอมรับการเปลี่ยนแปลง หากเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป วิธีนี้จะไม่ทำให้ระบบย่อยอาหารของเค้ามีปัญหา

  • ให้น้ำเปล่าที่สะอาดอยู่เสมอ 

แมวต้องการน้ำเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร กำจัดของเสีย ฯลฯ คุณควรให้แมวดื่มน้ำอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณให้เค้ากินแต่อาหารเม็ดหรือเค้ามีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอุดตันมากเป็นพิเศษ



 

  • vet approved tips image
    vet approved tips image
    adp_description_block404
    วิธีอาบน้ำลูกแมวตัวน้อย

    • แบ่งปัน

    การอาบน้ำเป็นหนึ่งในงานที่ยากมากสำหรับพ่อแม่แมว เพราะเจ้าเหมียวส่วนใหญ่ไม่ชอบน้ำและมักจะหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ แต่มันเป็นการดูแลที่สำคัญและไม่สามารถละเลยได้ โดยเฉพาะเมื่อลูกแมวมีปัญหาสุขภาพผิวหนัง สำหรับทาสแมวมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอาบน้ำลูกแมวอย่างไร เรามีเคล็ดลับและเทคนิคดี ๆ มาฝากกัน ห้ามพลาดบทความนี้เลย!

     

    เคล็ดลับการอาบน้ำให้ลูกแมว
     

    ก่อนเริ่มอาบน้ำให้ลูกแมว คุณควรตัดเล็บพวกเค้าให้เรียบร้อย เพราะเจ้าเหมียวจะข่วนคุณอย่างไม่ลังเลหากรู้สึกไม่พอใจหรือไม่สบายตัว และคุณอาจทำตามเคล็ดลับเหล่านี้เพื่อให้การอาบน้ำเจ้าตัวน้อยง่ายขึ้น!

    1. แปรงขนก่อนอาบน้ำเสมอ

      ลูกแมวผลัดขนตลอดทั้งปี ขนของพวกเค้าอาจร่วงมากขณะอาบน้ำ และอาจอุดตันระบบระบายน้ำของคุณได้ ทางที่ดีจึงควรแปรงขนลูกแมวเพื่อกำจัดเส้นขนที่หลุดร่วงออกไปก่อน

    2. เลือกเวลาที่เหมาะสม

      แนะนำให้เลือกอาบน้ำหลังจากที่ลูกแมวทำกิจกรรมอย่างเต็มที่แล้ว เช่น หลังเวลาเล่นหรือออกกำลังกาย เมื่อลูกแมวเหนื่อยและหมดแรง พวกเค้าอาจจะปล่อยให้คุณอาบน้ำโดยไม่ขัดขืน

    3. ใช้แชมพูสูตรสำหรับแมวโดยเฉพาะ

      ควรเลือกแชมพูที่ถูกออกแบบมาเพื่อแมวโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูหรือสบู่ของคนในทุกกรณี เนื่องจากมันอาจตกค้างอยู่บนเส้นขน ทำให้แมวได้รับเข้าไปขณะเลียตัวทำความสะอาด

    4. ล้างน้ำให้สะอาด

      สิ่งสำคัญคือต้องล้างแชมพูออกจากขนลูกแมวให้หมด และควรระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าหู จมูก หรือตา ทั้งนี้เพื่อให้ลูกแมวรู้สึกสบายตัวมากที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็นจัด แนะนำให้ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องแทน

    5. ให้ขนมแสนอร่อยเป็นรางวัล

      เมื่ออาบน้ำให้ลูกแมวเรียบร้อยแล้ว ควรให้ขนมเป็นรางวัลทันที การเล่นและขนมแสนอร่อยจะทำให้ช่วงเวลาอาบน้ำเป็นประสบการณ์ที่ดีของแมว นอกจากนี้ขนมยังมีประโยชน์ในการหันเหความสนใจได้ดีเมื่อลูกแมวเริ่มวิตกกังวล

     

    การเป่าขนแมวอย่างถูกวิธี

     

    หลังอาบน้ำเสร็จ ควรเช็ดตัวและเป่าขนแมวให้แห้งทันที หากปล่อยให้ขนเปียกชื้นนาน ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนังได้ แต่การใช้ผ้าขนหนูถูตัวแรง ๆ ก็อาจทำให้แมวรู้สึกไม่สบายและเกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนังได้เช่นกัน คุณจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยแนะนำให้ทำตามวิธีต่อไปนี้แทน
     

    1. ขั้นตอนที่ 1 – วางลูกแมวลงบนผ้าขนหนูที่แห้งและสะอาด

    2. ขั้นตอนที่ 2 – ห่อตัวลูกแมวด้วยผ้าขนหนู

    3. ขั้นตอนที่ 3 – จับแมวนั่งบนตัก ปล่อยให้แมวสงบอารมณ์ลงสักพัก

    4. ขั้นตอนที่ 4 – ใช้ผ้าขนหนูซับเบา ๆ ทั่วทั้งตัวแมว

    5. ขั้นตอนที่ 5 – ค่อย ๆ ซับไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งขนชื้นและไม่เปียกโชก

     

    ป้องกันปัญหาขณะอาบน้ำให้ลูกแมว
     

    แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำโดยธรรมชาติ เนื่องจากบรรพบุรุษอาศัยอยู่ในทะเลทราย ซึ่งหมายความว่าพวกเค้าแทบจะไม่เคยเจอฝน ทะเลสาบ หรือแม่น้ำเลย ดังนั้นน้ำทุกประเภท ยกเว้นน้ำดื่ม จึงกลายเป็นสิ่งแปลกปลอม อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติกับลูกแมวอย่างอ่อนโยนจะช่วยลดปัญหาขณะอาบน้ำและสร้างประสบการณ์ที่ดีได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการจ่อฝักบัวที่ตัวลูกแมวตลอดเวลา และพยายามจำกัดเวลาอาบน้ำให้สั้นที่สุด
     

    ข้อควรระวัง – หากลูกแมวยังคงแสดงอาการกังวลหรือเครียดมาก ๆ ขณะอาบน้ำ แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์
     

    การอาบน้ำเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสานสัมพันธ์กับลูกแมวตัวน้อยของคุณ อีกทั้งยังช่วยให้ลูกแมวคุ้นเคยกับการสัมผัส เสริมสร้างความไว้วางใจและกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย

Close modal