IAMS TH
Kitten Basics: Taking Care of Your Kitten’s Oral Health banner
Kitten Basics: Taking Care of Your Kitten’s Oral Health

adp_description_block133
คู่มือการดูแลสุขภาพช่องปากของแมวสำหรับทาสแมวมือใหม่

  • แบ่งปัน

การดูแลสุขภาพในช่องปากให้น้องแมวเป็นสิ่งสำคัญที่แนะนำให้ทำเป็นประจำ โดยเจ้าของควรเริ่มดูแลและฝึกแปรงฟันให้น้องแมวตั้งแต่ช่วงที่ฟันกำลังขึ้น เพื่อลดการสะสมของคราบพลัค หินปูน และป้องกันฟันผุ หากไม่แน่ใจว่าควรเริ่มดูแลกันอย่างไร มาติดตามข้อควรรู้ที่จำเป็นต่อการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของน้องแมวได้จากคู่มือนี้
 

ทำความเข้าใจพัฒนาการและลำดับการขึ้นของฟันแมว
 

เพื่อให้แน่ใจว่าจะดูแลฟันของน้องแมวได้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจระยะการเจริญเติบโตของฟันเจ้าเหมียวกันก่อน โดยลูกแมวจะเริ่มมีฟันขึ้นเมื่ออายุ 2 หรือ 3 สัปดาห์ และภายใน 8 – 12 สัปดาห์ พวกเค้าก็จะมีฟันน้ำนมครบทุกซี่ ต่อมาฟันน้ำนมเหล่านี้จะถูกแทนที่ด้วยฟันแท้ ซึ่งในระหว่างการงอกของฟันอาจทำให้พวกเค้ารู้สึกไม่สบาย ปวด มีอาการบวม หรือมีเลือดออกตามไรฟัน เจ้าของสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับวิธีการดูแลและบรรเทาอาการเจ็บปวดเพิ่มเติมได้
 

วิธีแปรงฟันให้น้องแมว มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
 

หากต้องการให้น้องแมวมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ทำตามขั้นตอนการแปรงฟันเหล่านี้กันได้เลย
 

  1. เริ่มต้นด้วยการแนะนำให้ลูกแมวตัวน้อยรู้จักกับแปรงสีฟันและยาสีฟัน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของการแปรงฟัน ปล่อยให้พวกเค้าดมกลิ่นหรือเลียเพื่อทำความคุ้นเคยกับรสชาติและเนื้อสัมผัสของทั้งสองสิ่งกันก่อน
  2. เมื่อลูกแมวคุ้นเคยกับแปรงสีฟันและยาสีฟันแล้ว ค่อย ๆ ยกริมฝีปากพวกเค้าขึ้น จากนั้นขยับแปรงไปมาเป็นวงกลมตามแนวฟันจนครบทุกซี่ ควรเลือกแปรงสีฟันขนนุ่ม ทั้งแปรงและยาสีฟันควรออกแบบมาเพื่อน้องแมวโดยเฉพาะด้ว

  3. การแปรงฟันให้ลูกแมวจะใช้ยาสีฟันปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น และต้องคอยระวังไม่ให้พวกเค้ากลืนยาสีฟันลงไป

  4. หลังแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว ควรให้รางวัลลูกแมวเป็นขนมสุดโปรดหรืออ้อมกอดอุ่น ๆ เพื่อสร้างความทรงจำที่ดี

  5. ค่อย ๆ เพิ่มความถี่และระยะเวลาในการแปรงฟันเมื่อลูกแมวคุ้นเคยกับกระบวนการนี้มากขึ้น ทั้งนี้ควรฝึกแปรงฟันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เจ้าของควรมีความอดทนและปฏิบัติกับพวกเค้าอย่างอ่อนโยน
     

การดูแลและป้องกันปัญหาสุขภาพในช่องปาก
 

การรักษาสุขภาพช่องปากของลูกแมวเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งยังส่งผลดีกับสุขภาพโดยรวมของพวกเค้าด้วย ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับป้องกันการสะสมของคราบพลัคและหินปูน เพื่อให้เหงือกและฟันของลูกแมวแข็งแรง
 

  1. การแปรงฟันด้วยยาสีฟัน – การแปรงฟันเป็นประจำเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการสะสมของคราบพลัคและหินปูน ควรเริ่มฝึกแปรงฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ และควรเลือกใช้ยาสีฟันสูตรเฉพาะสำหรับแมว เพราะยาสีฟันทั่วไปอาจเป็นอันตรายต่อแมวได้ การแปรงฟันอย่างน้อย 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยขจัดคราบพลัคและหินปูนได้ดี รวมถึงช่วยให้ลูกแมวมีสุขภาพเหงือกและฟันที่ดีอีกด้วย
  2. ผ้าหรือกระดาษทำความสะอาดฟัน และน้ำยาบ้วนปาก – ผ้าหรือกระดาษสำหรับทำความสะอาดฟันเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการดูแลช่องปาก สามารถใช้แทนการแปรงฟันได้ สำหรับน้ำยาบ้วนปากจะช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นและช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย

  3. ขนมขัดฟัน – เป็นตัวช่วยที่มีทั้งประโยชน์และรสชาติอร่อย ขนมขัดฟันจะช่วยทำความสะอาดและเสริมให้ฟันแข็งแรง โดยแนะนำให้เลือกขนมสูตรสำหรับลดคราบพลัคและหินปูน แต่ให้หลีกเลี่ยงขนมที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก

  4. ตรวจสุขภาพในช่องปากเป็นประจำ – การตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเหงือกและฟันของลูกแมวแข็งแรง นอกจากนี้คุณหมอยังสามารถช่วยระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้น พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลอย่างเหมาะสมได้อีกด้วย

 

การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพโดยรวมของแมว เจ้าของทุกคนจึงควรดูแลและเอาใจใส่สุขอนามัยในช่องปากของแมวเหมียวตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยการแปรงฟัน การให้ขนมขัดฟัน และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีสุขภาพเหงือกและฟันที่แข็งแรงเป็นเวลาหลายปี! ทั้งนี้สามารถปรึกษาสัตวแพทย์ได้เสมอหากคุณมีข้อกังวลหรือคำถามเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากของลูกแมว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากของแมว

  1. ลูกแมวฟันขึ้นตอนอายุเท่าไหร่?
  2. ลูกแมวส่วนใหญ่จะมีฟันขึ้นเมื่ออายุประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ และเมื่อมีอายุครบ 6 เดือน พวกเค้าจะมีฟันแท้ขึ้นครบ 30 ซี่ แต่ลูกแมวบางตัวอาจใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าฟันแท้จะขึ้นครบทุกซี่

     

  3. ลูกแมวในช่วงที่ฟันกำลังขึ้นจะมีพฤติกรรมกัดแทะหรือไม่?  
  4. เมื่อลูกแมวเข้าสู่ช่วงฟันขึ้น พวกเค้าอาจกัดแทะบ่อยขึ้นเพื่อบรรเทาความรู้สึกไม่สบายจากการงอกของฟันใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาพฤติกรรมนี้ เจ้าของต้องจัดหาของเล่นสำหรับกัดแทะที่เหมาะสมมาให้พวกเค้า เพื่อป้องกันการกัดมือหรือข้าวของที่เป็นอันตรายอื่น ๆ ทั้งนี้คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

     

  5. ควรเริ่มแปรงฟันให้ลูกแมวตอนไหน?  
  6. แนะนำให้เริ่มแปรงฟันทันทีที่ลูกแมวมีฟันแท้ขึ้น หรือเมื่อมีอายุประมาณ 3 – 4 เดือน โดยจำเป็นต้องปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะดูแลพวกเค้าได้อย่างถูกต้อง รวมถึงควรตรวจสุขภาพฟันก่อนที่จะเริ่มแปรงฟันให้ลูกแมวตัวน้อย

     

  7. จะดูแลฟันของลูกแมวให้มีสุขภาพดีได้อย่างไร?  
  8. เพื่อให้สุขภาพช่องปากของลูกแมวแข็งแรง สิ่งสำคัญคือต้องนัดตรวจสุขภาพเป็นประจำกับสัตวแพทย์ แปรงฟันทุกวันโดยใช้ยาสีฟันสูตรสำหรับแมวโดยเฉพาะ นอกจากนี้ควรเลือกของเล่น ขนม และอาหารที่มีส่วนช่วยในการดูแลฟันให้เจ้าตัวน้อยด้วย

     

  9. นอกจากการแปรงฟัน เราสามารถดูแลความสะอาดฟันด้วยวิธีใดได้อีกบ้าง?  
  10. เราสามารถดูแลความสะอาดฟันของแมวได้ด้วยการให้อาหารเม็ดที่มีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ จัดหาของเล่นสำหรับกัดแทะ นัดตรวจสุขภาพฟันและทำความสะอาดกับสัตวแพทย์เป็นประจำ นอกจากนี้ควรสังเกตพฤติกรรมการกินของแมวและรีบไปพบคุณหมอทันทีหากมีอาการผิดปกติ

     

  • How Nutrition Can Help Manage Your Cat’s Hairballs
    How Nutrition Can Help Manage Your Cat’s Hairballs
    adp_description_block442
    สารอาหารช่วยลดปัญหาก้อนขนในแมวได้อย่างไร

    • แบ่งปัน


    ทำไมต้องทำอาหารสูตรควบคุมก้อนขน ?

    แมวส่วนใหญ่มีโอกาสเกิดก้อนขน เนื่องจากในช่วงที่เค้าเลียทำความสะอาดตัวเองจะมีการกลืนเส้นขนลงไปอย่างต่อเนื่อง

    เจ้าของแมวบอกกับเราว่า ปัญหาก้อนขนเป็นความกังวลอันดับหนึ่ง

    จากการศึกษาเกี่ยวกับผู้บริโภคของไอแอมส์เผยให้เห็นว่า เจ้าของแมวและแมวของพวกเขาจำนวนไม่น้อยพบว่า การรักษาก้อนขนเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่ายินดีเท่าไร

     

    อาหารสูตรควบคุมก้อนขนมีการพัฒนาสูตรอย่างไร ?

    นักโภชนาการของไอแอมส์ค้นหาวิธีเพื่อควบคุมการสะสมก้อนขนที่ทำให้แมวมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีควบคู่กันไป กลุ่มนักวิจัยศึกษาปัจจัยเสี่ยงในการสะสมก้อนขนในแมวโดยให้อาหารที่มีแหล่งที่มาและชนิดของใยอาหารแตกต่างกัน

    ได้มีการนำแมวจำนวน 98 ตัว มาเข้าร่วมการทบสอบ โดยแบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ที่ได้รับอาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์และเซลลูโลส และอีก 3 กลุ่มได้รับอาหารที่มีแหล่งใยอาหารเป็นบีทพัลพ์เพียงชนิดเดียว

    และใช้เวลาในการทดสอบ 6-7 สัปดาห์ ตามด้วยช่วงควบคุมการให้อาหาร 5 สัปดาห์ รวมแล้วใช้เวลาทดสอบทั้งหมด 101 วัน

    นักวิจัยพบว่า การให้อาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์และเซลลูโลสมีประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายก้อนขนไปตามทางเดินอาหารได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับอาหารที่มีแหล่งใยอาหารเป็นบีทพัลพ์เพียงชนิดเดียว

    เมื่อแมวขับถ่าย พบว่า มีเส้นขนในอุจจาระของกลุ่มแมวที่กินอาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์/เซลลูโลสมากกว่าอุจจาระของกลุ่มแมวที่กินเพียงบีทพัลพ์เพียงชนิดเดียวมากกว่าถึง 80-100%

    การเพิ่มการไหลของเส้นขนที่กลืนเข้าไปในทางเดินอาหารในช่วงที่แมวเลียทำความสะอาดตัวเองได้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสะสมก้อนขนลดลง

    ไม่พบขนเป็นก้อนในกลุ่มแมวที่กินอาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์/เซลลูโลส

     

    ไอแอมส์สูตรก้อนขนทำงานอย่างไร ?

    ระบบใยอาหาร (ส่วนผสมระหว่างบีทพัลพ์/เซลลูโลส) จะค่อย ๆ ขยับเส้นขนไปตามกระเพาะและลำไส้ควบคู่ไปกับบำรุงการย่อยให้มีสุขภาพดี

    บีทพัลพ์ซึ่งเป็นใบอาหารที่เกิดการหมักได้ปานกลางจะช่วยบำรุงสุขภาพลำไส้ให้ดียิ่งขึ้น

    เซลลูโลสช่วยขยับเส้นขนที่แมวกลืนเข้าไป

    สัดส่วนกรดไขมันที่เหมาะสมช่วยบำรุงสุขภาพผิวและขนให้แข็งแรง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดขนร่วง หนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสะสมก้อนขน

     

    ไอแอมส์สูตรก้อนขนแตกต่างกับไอแอมส์สูตรอื่นอย่างไร ?

    ไอแอมส์สูตรก้อนขนให้สารอาหารคุณภาพสูงและรสชาติที่ไม่ต่างจากสูตรอื่น ๆ แถมด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดก้อนขน 

    • สารอาหารคุณภาพสูงสำหรับแมวโต
    • ระดับโปรตีนและไขมันสูง
    • ใยอาหารสูงกว่า เนื่องจากเพิ่มเซลลูโลส
    • สุขภาพอุจจาระที่ดี ผิวหนังและขนแข็งแรง และมีทอรีนคุณภาพ
    • รสชาติอร่อย
    • ผลการทดสอบพบว่า มีความน่ากินและมีความดึงดูดใกล้เคียงกับไอแอมส์สูตรอื่น ๆ สำหรับแมวโต

Close modal