แมวเหมียวเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับเสือและสิงโต แม้จะมีขนาดตัวเล็กกว่าและดุร้ายน้อยกว่า แต่ยังมีความต้องการทางกายภาพและโภชนาการที่คล้ายคลึงกัน โดยแมวและลูกแมวต้องการโปรตีนมากกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารแมวที่มีโปรตีนสูงให้กับพวกเค้า
ลูกแมวต้องการโปรตีนสูงเพื่อเพิ่มพลังงาน การเลือกอาหารให้ลูกแมวจึงต้องพิจารณาจากปริมาณโปรตีนเป็นสำคัญ โดยอาหารแมวส่วนใหญ่จะเลือกใช้โปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์เพื่อให้ได้ปริมาณตรงตามความต้องการในแต่ละวันของลูกแมว แม้ว่าโปรตีนจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นมาก แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ
อาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนและสมดุลควบคู่ไปกับสารอาหารชนิดอื่น รวมถึงควรเลือกใช้แหล่งโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่ายด้วย
กรดอะมิโนเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในร่างกาย เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น แมวต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นเพียง 2 ชนิดสำหรับการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี โดยในอาหารแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นดังต่อไปนี้
แน่นอนว่าอาหารแมวทุกประเภทมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ผู้เลี้ยงก็ยังคงต้องตรวจสอบปริมาณโปรตีนของอาหารแต่ละชนิด เพื่อให้แน่ใจว่ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของแมวในแต่ละช่วงวัย
แมวส่วนใหญ่ต้องการโปรตีนประมาณ 35% – 45% เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยคุณสามารถเช็กปริมาณโปรตีนที่แมวต้องการได้จากตารางด้านล่างนี้
ช่วงวัย | ปริมาณโปรตีนโดยเฉลี่ย (%) |
ลูกแมว | 40 – 50% |
แมวโตเต็มวัย | 35 – 40% |
แม่แมวตั้งท้องหรือให้นมลูก | 45 – 50% |
แมวสูงวัย | 35 – 38% |
โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การเสริมสร้างความแข็งแรง และยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมด้วย อาหารสำหรับลูกแมวจึงควรมีโปรตีนสูง ไม่เพียงแต่ในช่วงปีแรกเท่านั้น แต่รวมถึงช่วงวัยเจริญเติบโตด้วย นอกจากปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมแล้ว แหล่งที่มาของโปรตีนก็สำคัญเช่นกัน โดยแหล่งโปรตีนที่พบบ่อยที่สุดในอาหารแมว มีดังนี้
แมวทุกตัวต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมที่ดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเค้าได้รับโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการแล้ว? โดยแมวโตทั่วไปควรได้รับโปรตีนประมาณ 35% จากอาหาร อ้างอิงจากข้อกำหนดของ AAFCO (องค์กรควบคุมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา) แมวต้องการโปรตีนอย่างน้อย 30% สำหรับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ และโปรตีนประมาณ 26% สำหรับการบำรุงรักษาร่างกาย หากอาหารผลิตจากแหล่งโปรตีนคุณภาพต่ำหรือมีปริมาณโปรตีนต่ำ อาจทำให้แมวมีอาการอาหารไม่ย่อยและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้
เนื่องจาก AAFCO กำหนดปริมาณโปรตีนในรูปแบบของวัตถุแห้ง ดังนั้นหากให้อาหารเปียกแก่ลูกแมวตัวน้อย คุณอาจต้องคำนวณปริมาณโปรตีนด้วยตนเอง โดยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้
ขั้นตอนที่ 1 – คำนวณหาปริมาณวัตถุแห้งของอาหารโดยหักลงจากปริมาณความชื้นสูงสุด(%)
ขั้นตอนที่ 2 – นำปริมาณโปรตีนดิบ(%) มาหารด้วยปริมาณวัตถุแห้งที่ได้
ขั้นตอนที่ 3 – คูณผลลัพธ์ด้วย 100 เพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนในรูปแบบร้อยละที่มีอยู่ในวัตถุแห้งของอาหาร
ตัวอย่าง อาหารมีความชื้น 75% มีโปรตีนดิบ 12%
คุณสามารถเลือกได้ทั้งโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนที่จะเลือกซื้ออาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมว
ดีอย่างแน่นอน เพราะโปรตีนเป็นแหล่งพลังงานหลัก รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของแมวด้วย
แมวส่วนใหญ่ชอบโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ได้แก่ ไก่ เนื้อแกะ และปล
อาหารแพ้จะขึ้นอยู่กับแมวแต่ละตัว แต่แมวส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้เนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม แมวอาจแพ้เนื้อวัว ไข่ ถั่วเหลือง นม ไก่งวง หรืออาหารชนิดอื่นได้เช่นกัน ผู้เลี้ยงจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนอาหารใหม่ให้กับแมว
หนึ่งในอาหารโปรตีนสูงที่ย่อยง่ายที่สุดสำหรับแมวคือเนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการแพ้ของแมวก่อนที่จะเปลี่ยนมาให้อาหารโปรตีนสูงแบรนด์หรือชนิดใหม่
การฝึกเข้ากระบะทรายตั้งแต่อายุน้อย ช่วยปลูกฝังพฤติกรรมเพื่อสุขอนามัยที่ดีได้ โดยแนะนำให้เริ่มฝึกทันทีที่ลูกแมวมีอายุครบ 4 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงวัยที่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดี การฝึกยังช่วยให้บ้านของคุณสะอาด ไม่ต้องเก็บกวาดทุกครั้งที่เจ้าเหมียวขับถ่ายอีกด้วย สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงที่สงสัยว่าควรฝึกลูกแมวอย่างไร ในบทความนี้ เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นการฝึกได้อย่างราบรื่น พร้อมด้วยเรื่องน่ารู้อีกมากมาย ทั้งช่วงวัยที่เหมาะสมสำหรับการฝึกและวิธีเลือกขนาดกระบะทรายที่เหมาะสม
แมวส่วนใหญ่ใช้กระบะทรายเป็นโดยสัญชาตญาณ เพราะมักจะขับถ่ายบนพื้นทรายกันเป็นปกติ แต่สำหรับลูกแมวอาจต้องฝึกสอนกันสักเล็กน้อย การฝึกลูกแมวเข้ากระบะทรายไม่ใช่เรื่องยาก แต่ควรเริ่มฝึกตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยถือเป็นหนึ่งในการฝึกแรก ๆ ที่คุณควรสอนให้ลูกแมว
คุณสามารถเริ่มฝึกลูกแมวได้เมื่อมีอายุ 4 สัปดาห์ หากคุณรับเลี้ยงลูกแมวที่มีอายุมากกว่า 4 สัปดาห์หรือแมวโต ให้เริ่มฝึกทันทีที่พาพวกเค้าเข้าบ้าน
การฝึกลูกแมวขับถ่ายในกระบะทรายเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ต้องการทำความสะอาดบ้านหลายล้านครั้งต่อวัน อย่างไรก็ตาม คุณอาจต้องสอนให้พวกเค้ารู้จักวิธีใช้กระบะทรายอย่างถูกต้องกันเสียก่อน สำหรับทาสแมวมือใหม่ คุณอาจไม่มีความรู้เรื่องวิธีการฝึก ไม่ต้องกังวล เราช่วยคุณได้! เพียงแค่ทำตามเคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้
ขั้นตอนแรกคือการเลือกกระบะทรายที่เหมาะกับตัวลูกแมว ขนาดต้องไม่เล็กจนเกินไป ภายในมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการขับถ่าย และควรเดินเข้าออกได้ง่าย
แมวบางตัวอาจรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องใช้กระบะทรายแบบโดมหรือแบบที่มีฝาปิด เพราะต้องการรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวในขณะขับถ่าย ส่วนแมวบางกลุ่มก็ต้องการความเป็นส่วนตัว อาจต้องให้พวกเค้าลองใช้กระบะทรายแบบต่าง ๆ เพื่อค้นหาแบบที่ถูกใจมากที่สุด
การเลือกจุดที่เหมาะสมสำหรับกระบะทรายเป็นสิ่งจำเป็น แนะนำให้วางในมุมที่เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว แต่ให้อยู่มุมที่เรามองเห็นได้เพื่อป้องกันแมวขับถ่ายไม่เป็นที่ จำนวนกระบะทรายก็สำคัญเช่นกัน หากบ้านของคุณมีหลายชั้นควรวางกระบะทรายให้ครบทุกชั้น อย่างน้อยชั้นละ 1 จุด สามารถวางในห้องน้ำได้ แต่หลีกเลี่ยงบริเวณชามอาหารและน้ำ
เมื่อจัดเตรียมกระบะทรายเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาฝึกลูกแมวของคุณ เริ่มจากนำลูกแมวไปที่กระบะทราย ปล่อยให้พวกเค้าดมกลิ่นและสำรวจเพื่อทำความคุ้นเคย จากนั้นอุ้มลูกแมวลงไปในกระบะทราย พวกเค้าอาจเริ่มใช้เท้าเขี่ยทรายและขับถ่ายในทันที หากลูกแมวมีท่าทีงุนงง ให้ใช้นิ้วเขี่ยทรายให้พวกเค้าดูก่อน
เพื่อให้ลูกแมวเรียนรู้และจดจำการใช้กระบะทรายได้ดีขึ้น ควรให้รางวัลเป็นขนมแสนอร่อยหรือพูดชมเชยเมื่อพวกเค้าใช้กระบะทรายได้สำเร็จ และเพื่อให้ได้ผลดี คุณควรให้รางวัลทันทีหลังขับถ่ายเสร็จ
การรักษาความสะอาดของกระบะทรายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแมวมีนิสัยรักสะอาดและเจ้าระเบียบมาก พวกเค้ามักจะหลีกเลี่ยงการใช้กระบะทรายที่สกปรก ในช่วงแรกอาจตักของเสียออกหลังการใช้งานแต่ละครั้ง หมั่นเติมทรายแมวเพื่อให้แน่ใจว่ามีปริมาณที่เหมาะสม ลูกแมวสามารถขุดได้ง่าย เมื่อลูกแมวเริ่มโตขึ้นและคุ้นเคยกับการใช้กระบะทรายแล้ว สามารถเปลี่ยนมาทำความสะอาดวันละครั้งแทนได้