IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block112
รวมประโยชน์น่ารู้ของอาหารแมวโปรตีนสูง

  • แบ่งปัน

แมวเหมียวเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับเสือและสิงโต แม้จะมีขนาดตัวเล็กกว่าและดุร้ายน้อยกว่า แต่ยังมีความต้องการทางกายภาพและโภชนาการที่คล้ายคลึงกัน โดยแมวและลูกแมวต้องการโปรตีนมากกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารแมวที่มีโปรตีนสูงให้กับพวกเค้า

ลูกแมวต้องการโปรตีนสูงเพื่อเพิ่มพลังงาน การเลือกอาหารให้ลูกแมวจึงต้องพิจารณาจากปริมาณโปรตีนเป็นสำคัญ โดยอาหารแมวส่วนใหญ่จะเลือกใช้โปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์เพื่อให้ได้ปริมาณตรงตามความต้องการในแต่ละวันของลูกแมว แม้ว่าโปรตีนจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นมาก แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

อาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนและสมดุลควบคู่ไปกับสารอาหารชนิดอื่น รวมถึงควรเลือกใช้แหล่งโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่ายด้วย

กรดอะมิโนที่ควรมีอยู่ในอาหารแมว

กรดอะมิโนเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในร่างกาย เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น แมวต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นเพียง 2 ชนิดสำหรับการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี โดยในอาหารแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นดังต่อไปนี้

  1. อาร์จินีน – เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดสำหรับแมว หากขาดกรดอะมิโนชนิดนี้ ระดับแอมโมเนียในกระแสเลือดของลูกแมวจะสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการชักและเป็นอันตรายถึงชีวิตในบางสถานการณ์
  2. ทอรีน – ทอรีนจำเป็นต่อพัฒนาการของดวงตา หัวใจ และการสืบพันธุ์ของลูกแมว แมวสามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนชนิดนี้ได้ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งมักจะไม่เพียงพอต่อพัฒนาการที่เหมาะสม ทั้งนี้ลูกแมวที่ขาดทอรีนอาจมีอาการจอประสาทตาเสื่อม กล้ามเนื้อหัวใจพองโต การสืบพันธุ์ล้มเหลว และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความผิดปกติในร่างกาย

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับแมว

แน่นอนว่าอาหารแมวทุกประเภทมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ผู้เลี้ยงก็ยังคงต้องตรวจสอบปริมาณโปรตีนของอาหารแต่ละชนิด เพื่อให้แน่ใจว่ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของแมวในแต่ละช่วงวัย

แมวส่วนใหญ่ต้องการโปรตีนประมาณ 35% – 45% เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยคุณสามารถเช็กปริมาณโปรตีนที่แมวต้องการได้จากตารางด้านล่างนี้

ช่วงวัย

ปริมาณโปรตีนโดยเฉลี่ย (%)

ลูกแมว

40 – 50%

แมวโตเต็มวัย

35 – 40%

แม่แมวตั้งท้องหรือให้นมลูก

45 – 50%

แมวสูงวัย

35 – 38%

แหล่งโปรตีนในอาหารแมว

โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การเสริมสร้างความแข็งแรง และยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมด้วย อาหารสำหรับลูกแมวจึงควรมีโปรตีนสูง ไม่เพียงแต่ในช่วงปีแรกเท่านั้น แต่รวมถึงช่วงวัยเจริญเติบโตด้วย นอกจากปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมแล้ว แหล่งที่มาของโปรตีนก็สำคัญเช่นกัน โดยแหล่งโปรตีนที่พบบ่อยที่สุดในอาหารแมว มีดังนี้

  1. โปรตีนจากพืช กลูเตนข้าวโพด กลูเตนข้าวสาลี กากถั่วเหลือง และโปรตีนจากข้าวถือเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่เหมาะสำหรับลูกแมว
  2. โปรตีนจากสัตว์ – เนื่องจากเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารสำหรับแมวจึงต้องมีเนื้อสัตว์คุณภาพดีเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าแมวจะได้รับปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม โดยแหล่งโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูง ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ ปลา และไก่งวง เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณควรมองหาในอาหารแมวโปรตีนสูง

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวได้รับปริมาณโปรตีนเพียงพอแล้ว?

แมวทุกตัวต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมที่ดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเค้าได้รับโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการแล้ว? โดยแมวโตทั่วไปควรได้รับโปรตีนประมาณ 35% จากอาหาร อ้างอิงจากข้อกำหนดของ AAFCO (องค์กรควบคุมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา) แมวต้องการโปรตีนอย่างน้อย 30% สำหรับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ และโปรตีนประมาณ 26% สำหรับการบำรุงรักษาร่างกาย หากอาหารผลิตจากแหล่งโปรตีนคุณภาพต่ำหรือมีปริมาณโปรตีนต่ำ อาจทำให้แมวมีอาการอาหารไม่ย่อยและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้

วิธีคำนวณปริมาณโปรตีนในอาหารแมวแบบเปียก

เนื่องจาก AAFCO กำหนดปริมาณโปรตีนในรูปแบบของวัตถุแห้ง ดังนั้นหากให้อาหารเปียกแก่ลูกแมวตัวน้อย คุณอาจต้องคำนวณปริมาณโปรตีนด้วยตนเอง โดยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้

ขั้นตอนที่ 1 – คำนวณหาปริมาณวัตถุแห้งของอาหารโดยหักลงจากปริมาณความชื้นสูงสุด(%) 

ขั้นตอนที่ 2 – นำปริมาณโปรตีนดิบ(%) มาหารด้วยปริมาณวัตถุแห้งที่ได้

ขั้นตอนที่ 3 – คูณผลลัพธ์ด้วย 100 เพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนในรูปแบบร้อยละที่มีอยู่ในวัตถุแห้งของอาหาร

ตัวอย่าง อาหารมีความชื้น 75% มีโปรตีนดิบ 12%

  1. 100 – 75(ความชื้น) = 25(ปริมาณวัตถุแห้งของอาหาร)
  2. 12(ปริมาณโปรตีนดิบ) / 25 = 0.48
  3. 0.48 x 100 = 48%

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารแมวโปรตีนสูง

  1. ควรเลือกอาหารแมวที่ผลิตจากแหล่งโปรตีนชนิดใดบ้าง?
  2. คุณสามารถเลือกได้ทั้งโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนที่จะเลือกซื้ออาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมว

  3. อาหารแมวโปรตีนสูงดีต่อสุขภาพแมวหรือไม่?
  4. ดีอย่างแน่นอน เพราะโปรตีนเป็นแหล่งพลังงานหลัก รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของแมวด้วย

  5. แมวชอบโปรตีนชนิดใดมากที่สุด?
  6. แมวส่วนใหญ่ชอบโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ได้แก่ ไก่ เนื้อแกะ และปล

  7. โปรตีนชนิดใดที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ในแมว?
  8. อาหารแพ้จะขึ้นอยู่กับแมวแต่ละตัว แต่แมวส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้เนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม แมวอาจแพ้เนื้อวัว ไข่ ถั่วเหลือง นม ไก่งวง หรืออาหารชนิดอื่นได้เช่นกัน ผู้เลี้ยงจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนอาหารใหม่ให้กับแมว

  9. โปรตีนชนิดใดที่ย่อยและดูดซึมได้ง่ายที่สุด?
  10. หนึ่งในอาหารโปรตีนสูงที่ย่อยง่ายที่สุดสำหรับแมวคือเนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการแพ้ของแมวก่อนที่จะเปลี่ยนมาให้อาหารโปรตีนสูงแบรนด์หรือชนิดใหม่

  • cat-articcat article detail bannerle-detail-banner
    All Natural, Holistic, and Organic Kitten Food
    adp_description_block368
    อาหารลูกแมวแบบธรรมชาติทั้งหมด โฮลิสติก และออร์แกนิค

    • แบ่งปัน

    หากคุณกำลังตัดสินใจระหว่างอาหารแมวแบบธรรมชาติทั้งหมด โฮลิสติก และแบบออร์แกนิคอยู่ เรามีเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณอาจยังไม่ทราบ ในปัจจุบันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีการผลักดันเทรนด์อาหาร “ธรรมชาติทั้งหมด”  “โฮลิสติก” และ “ออร์แกนิค” ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า “ธรรมชาติทั้งหมด” “โฮลิสติก” และ “ออร์แกนิค” นั้นมีประโยชน์จริง ๆ หรือไม่

     

    อาหารแมวแบบ “ธรรมชาติทั้งหมด” มีความหมายว่าอะไร ?

     

    AAFCO ให้ความหมาย “ธรรมชาติ” ว่า มาจากพืช สัตว์ หรือวัตถุดิบที่ขุดขึ้นเท่านั้น ไม่มีส่วนประกอบของสารปรุงรส หรือสารแปรรูปที่เกิดจากการสังเคราะห์ทางเคมี ยกเว้นในกรณีที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในกระบวนการผลิตอย่างสุจริต

    ตีความอย่างง่ายว่า ความหมายนี้กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นตาม “ธรรมชาติ” หลายชนิดรวมถึง ยาสูบ หรือยาและสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

    ไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจาก “ธรรมชาติทั้งหมด” นี้มีประโยชน์ต่อลูกแมวของคุณ จึงควรมีหน่วยงานควบคุมหันมาศึกษาคุณประโยชน์ที่แท้จริงของสารจากธรรมชาติเหล่าทั้งหมดนี้ นอกจากนี้ต้องไม่ลืมว่า ในความหมายที่ระบุอยู่นั้นไม่ได้ยกเว้นผลพลอยได้จากพืชและสัตว์ เพราะนอกจากจะเป็นสารที่มาจาก “ธรรมชาติ” แล้วยังมีคุณค่าทางโภชนาการทั้งในอาหารคนและอาหารสัตว์

     

    อาหารแมวแบบ “โฮลิสติก”

     

    ไม่มีหน่วยงานควบคุมใดระบุหมายความของอาหารแมวแบบ “โฮลิสติก” ไว้ในหมู่หมวดอาหารอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญเนื่องจากอาหารที่วางจำหน่ายในท้องตลาดทั้งหมดต้อง “ครบถ้วนและสมดุล” กับอายุ หรือระดับพลังงานที่เหมาะสมกับน้องหมาที่กำหนดไว้ หรือกล่าวง่าย ๆ ว่าต้องเป็นอาหารที่ “สมบูรณ์”

     

    อาหารแมวแบบ “ออร์แกนิค”

     

    อาหารแมวที่ระบุว่าเป็นอาหารแมวแบบ “ออร์แกนิค” ได้นั้นต้องมีผู้รับรองที่รัฐบาลอนุมัติ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบฟาร์มที่ปลูกอาหาร เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ปลูกปฏิบัติตามมาตรฐานของ USDA ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญยังคงถกเถียงกันอยู่ว่า อาหารแมวแบบออร์แกนิคมีความปลอดภัย หรือมีคุณค่าทางโภชนาการใด ๆ เพิ่มเติมกว่าปกติหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนใด ๆ บังคับใช้กับอาหารแมวแบบออร์แกนิคอยู่เลย


    ในปัจจุบันความหมายของอาหารแมวแบบ “ธรรมชาติทั้งหมด” “โฮลิสติก” และ “ออร์แกนิก” นั้นมีความคลุมเครืออยู่มาก ทำให้รัฐบาลต่าง ๆ และกลุ่มผู้บริโภคคอยเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้เกิดการให้ความรู้และความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความหมายที่คำศัพท์ต่าง ๆ นี้ คุณจึงควรทำความเข้าใจกับคำศัพท์เหล่านี้ให้ดี

     

Close modal