ลูกแมวก็มีก้อนขนได้แม้จะไม่พบบ่อยเท่าแมวโต วัยเด็กเป็นวัยที่เรียนรู้ได้ไว เมื่อเค้าโตขึ้นลูกแมวจะเริ่มพัฒนานิสัยการเลียทำความสะอาดขนขึ้นมา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดก้อนขนได้หากเค้ามีขนยาว
แมวจำนวนมากใช้เวลาเกือบทั้งวันในการทำความสะอาดขนของตัวเอง ระหว่างที่เลียทำความสะอาดไปเจ้าเหมียวก็กลืนเส้นขนลงไปด้วย จนเกิดการสะสมในกระเพาะ หากก้อนขนไม่ไหลไปตามทางเดินอาหาร แมวจะพยายามไอหรือขย้อนเพื่อจำกัดก้อนขนออกมา
ตลอดอายุขัย แมวส่วนใหญ่ต้องเจอกับภาวะก้อนขนอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ลูกแมว แมวพันธุ์ขนยาว หรือแมวที่ทำความสะอาดขนบ่อย ๆ จะมีโอกาสพบก้อนขนมากกว่าปกติ
คุณสามารถช่วยลดภาวะก้อนขนในลูกแมวหรือแมวโตให้น้อยลงได้ด้วยเคล็ดลับต่อไปนี้
อาหารที่ใช้จะช่วยบรรเทาภาวะก้อนขนทั้งในลูกแมวและแมวโต อย่าง ไอแอมส์™ ชนิดเม็ดสูตร
บีทพัลพ์จะช่วยขยับก้อนขนไปตามทางเดินอาหาร
สำหรับแมวโต งานวิจัยของเราพบว่าไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลดก้อนขน ช่วยขับก้อนขนออกมาทางอุจจาระได้มากกว่าอาหารเม็ดจากแบรนด์ชั้นนำถึง 80% นอกจากนี้ใยอาหารในสูตรยังประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่ทำให้เกิดการหมักระดับปานกลาง เพื่อบำรุงสุขภาพทางเดินอาหารอีกด้วย
การรักษาสุขภาพผิวหนังและขนจะช่วยให้ขนร่วงน้อยลง ส่งผลให้แมวกลืนขนจากการเลียทำความสะอาดขนลดลง และลดการสะสมก้อนขนระหว่างที่เค้าเติบโตขึ้นเป็นแมวโตเต็มวัย นอกจากนี้โปรตีนและไขมันคุณภาพสูงจากสัตว์ที่พบได้ในสูตรอาหารลูกแมวของไอแอมส์™ ก็ให้สารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพผิวหนังและขนของเค้า
สำหรับลูกแมวและแมวที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาก้อนขน คุณสามารถช่วยแปรงขนให้เค้าบ่อย ๆ เพื่อลดปริมาณขนที่เค้ากลืนเข้าไปได้
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ส่วนใหญ่จะติดต่อผ่านการถูกกัดและข่วนโดยสัตว์ที่ติดเชื้อ เนื่องจากไม่มียาในการรักษา ทางออกเดียวที่จะต่อสู้กับไวรัสร้ายแรงนี้คือการฉีดวัคซีนป้องกัน
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นหนึ่งในวัคซีนหลักสำหรับแมว มันช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยให้แมวมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่ก่อนจะพาเจ้าเหมียวไปฉีดวัคซีน เรามาทำความเข้าใจรายละเอียดของโรคและวิธีป้องกันไปด้วยกันในบทความนี้
โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ ซึ่งติดต่อได้ทั้งในสัตว์และคน ไม่ใช่แค่สุนัขอย่างที่เข้าใจผิดกัน เชื้อชนิดนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลเปิด ผ่านเยื่อเมือกในตา ปาก และจมูก รวมถึงแพร่กระจายผ่านการสัมผัสน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อด้วย โดยแมวส่วนใหญ่จะแสดงอาการภายในเวลาไม่กี่วันหรืออาจใช้เวลานานถึงสองสามปีหลังได้รับเชื้อ
เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดเชื้อร้ายแรง พ่อแม่แมวจึงควรเรียนรู้สัญญาณเตือนและลักษณะอาการของโรคให้ดี ซึ่งอาการที่พบได้มีดังนี้
มีไข้
เซื่องซึม
ความอยากอาหารลดลง
หายใจลำบาก
น้ำลายไหลมาก
กลืนลำบาก
พฤติกรรมผิดปกติ
การรักษาโรคพิษสุนัขบ้าอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มียารักษา การฉีดวัคซีนป้องกันจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าแมวของคุณจะปลอดภัยจากโรคร้ายนี้
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแมวทั้งในบ้านและนอกบ้าน เพราะแมวมักจะเข้าสังคมด้วยการเลีย ดม หรือเกาตัวให้กัน แมวในบ้านจึงยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ การฉีดวัคซีนป้องกันถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่ลูกแมวจะติดเชื้อ วัคซีนจะกระตุ้นการสร้างแอนติเจนในร่างกาย ทำให้แมวสามารถรับมือกับไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าได้
การฉีดวัคซีนจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ สายพันธุ์ และไลฟ์สไตล์ของลูกแมว รวมถึงประเภทของวัคซีนด้วย วัคซีนบางชนิดก็ต้องฉีดทุกปี บางชนิดอาจฉีดทุก ๆ 3 ปี โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับตารางการฉีดวัคซีนของแมวเพิ่มเติมได้
ลูกแมวควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มแรกเมื่อมีอายุ 12 สัปดาห์ หลังจากฉีดวัคซีนครั้งแรก ต้องฉีดวัคซีนทุกปีหรือทุก ๆ 3 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของวัคซีน
หลังจากการฉีดวัคซีน น้องแมวอาจมีอาการผิดปกติเล็กน้อย โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้มีดังนี้
มีไข้ต่ำ
เซื่องซึม
ความอยากอาหารลดลง
นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว พ่อแม่แมวควรพาเจ้าเหมียวไปฉีดวัคซีนหลักอื่น ๆ ด้วย เช่น วัคซีนรวม F4 วัคซีนรวม FeVac 5 และวัคซีน FVRCP การฉีดวัคซีนควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้ลูกแมวของคุณมีสุขภาพที่ดี