IAMS TH
Kitten Basics: How to Keep Your Kitten in Good Health
Kitten Basics: How to Keep Your Kitten in Good Health

adp_description_block306
เรียนรู้เทคนิคการเลี้ยงลูกแมวให้มีสุขภาพดี

  • แบ่งปัน

ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าบรรดาลูกแมวตัวน้อยมอบความสุขและเสียงหัวเราะไม่รู้จบมาให้เราทุกครอบครัว ดังนั้นเพื่อตอบแทนความรักของพวกเค้า เจ้าของจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีดูแลและข้อควรระวังต่าง ๆ ในการเลี้ยงดูลูกแมว อย่างเรื่องอาหารการกิน ลูกแมวมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง พวกเค้าควรได้รับอาหารคุณภาพดีมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล รวมถึงควรได้รับการดูแลความสะอาด ตัดแต่งขน ฉีดวัคซีนป้องกันโรค และตรวจสุขภาพเป็นประจำ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเค้าแข็งแรงและห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ โดยคุณสามารถอ่านคำแนะนำและเทคนิคในการดูแลลูกแมวให้เติบโตเป็นแมวโตเต็มวัยที่มีความสุขและมีสุขภาพดีได้ในบทความนี้

สิ่งสำคัญในการดูแลลูกแมวให้มีสุขภาพดี

ทาสแมวมือใหม่หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าควรดูแลลูกแมวอย่างไรให้แข็งแรงและมีความสุข ต้องบอกก่อนเลยว่าการดูแลลูกแมวอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงแรก แต่ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้องแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน เพื่อช่วยให้การดูแลเจ้าตัวน้อยของคุณง่ายขึ้น คำแนะนำเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรรู้

  1. รักษาความสะอาด – การอาบน้ำและแปรงขนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดูแลลูกแมวให้แข็งแรง วิธีนี้จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยแนะนำให้เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่ออกแบบมาเพื่อลูกแมวโดยเฉพาะ และควรเช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ
  2. ให้อาหารคุณภาพดีมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน – ลูกแมวมีความต้องการทางโภชนาการที่เฉพาะเจาะจง จึงควรเลือกให้อาหารที่มีคุณภาพสูงและมีสารอาหารที่ครบถ้วน รวมถึงควรเลือกสูตรอาหารสำหรับลูกแมวโดยเฉพาะ เพื่อให้เสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม
  3. ฝึกการเข้าสังคม – แมวก็เป็นสัตว์สังคมเช่นเดียวกันกับเรา เจ้าของควรเปิดโอกาสให้พวกเค้าได้ทำความรู้จักผู้คนหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นบ่อย ๆ สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเค้าพัฒนาทักษะการเข้าสังคมและป้องกันปัญหาของพฤติกรรมในอนาคต
  4. สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค – การตรวจเช็กสุขภาพ การฉีดวัคซีน และการดูแลป้องกันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกแมวแข็งแรงและปราศจากโรคต่าง ๆ ลูกแมวตัวน้อยของคุณจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคน้อยลงหากฉีดวัคซีนครบตามกำหนดหรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

พัฒนาการของลูกแมวในแต่ละช่วงวัย

ทำความเข้าใจพัฒนาการของลูกแมวตัวน้อยเพิ่มเติมได้จากตารางด้านล่างนี้

อายุ

พัฒนาการที่สำคัญ

5 – 6 เดือน

เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

8 เดือน

ฟันแท้ขึ้นครบทุกซี่

9 เดือน

ความสามารถในการย่อยอาหารเทียบเท่ากับน้องแมวโตเต็มวัย

12 เดือน (ตัวเมีย) และ 18 เดือน (ตัวผู้)

น้ำหนักตัวเทียบเท่ากับน้องแมวโตเต็มวัย

อายุระหว่าง 10 – 12 เดือน

ความต้องการพลังงานลดลง

 

อยากรู้ไหมว่าน้องแมวอายุเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคน มาค้นหาคำตอบได้กันจากตารางเทียบอายุด้านล่างนี้

ช่วงวัยอายุแมวอายุแมวเปรียบเทียบกับคน
ลูกแมว0 – 1 เดือน0 – 1 ปี
2 เดือน2 ปี
3 เดือน4 ปี
4 เดือน6 ปี
5 เดือน8 ปี
6 เดือน10 ปี
ลูกแมวในวัยเจริญเติบโต7 เดือน12 ปี
12 เดือน15 ปี
18 เดือน21 ปี
2 ปี24 ปี
น้องแมวโตเต็มวัย3 ปี28 ปี
4 ปี32 ปี
5 ปี36 ปี
6 ปี40 ปี
น้องแมวช่วงวัยอาวุโส7 ปี44 ปี
8 ปี48 ปี
9 ปี52 ปี
10 ปี56 ปี
น้องแมวสูงวัย11 ปี60 ปี
12 ปี64 ปี
13 ปี68 ปี
14 ปี72 ปี
น้องแมววัยชรา15 ปี76 ปี
16 ปี80 ปี
17 ปี84 ปี
18 ปี88 ปี
19 ปี92 ปี
20 ปี96 ปี
21 ปี100 ปี
22 ปี104 ปี
23 ปี108 ปี
24 ปี112 ปี
25 ปี116 ปี

 

เช็กลิสต์การตรวจสอบสภาพร่างกายของลูกแมว

การดูแลส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกแมว ซึ่งหนึ่งในการดูแลที่สำคัญคือการตรวจสภาพร่างกายของลูกแมวอย่างใกล้ชิด โดยคุณสามารถทำตามเช็กลิสต์ต่อไปนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวของคุณมีสุขภาพที่ดี

  1. หู – ตรวจหาสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น รอยแดงหรือของเหลวแปลก ๆ ในช่องหู วิธีนี้จะช่วยให้คุณพบสิ่งผิดปกติได้เร็วและหาวิธีดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที
  2. ดวงตา – คอยสังเกตสิ่งที่ไหลออกมาจากดวงตาหรือความขุ่นมัวในดวงตา ลูกแมวที่แข็งแรงควรมีดวงตาที่สดใสและไม่ขุ่นมัว
  3. จมูก – หากพบว่าลูกแมวมีน้ำมูกไหลผิดปกติหรือมีเลือดคั่งในจมูก ควรรีบไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุในทันที
  4. ช่องปาก – พยายามมองหาสัญญาณของการติดเชื้อหรืออาการอักเสบ โดยลูกแมวควรมีช่องปากที่สะอาดและไม่มีกลิ่นเหม็น
  5. ผิวหนังและเส้นขน – หมั่นตรวจเช็กเห็บหมัดเป็นประจำ โดยลูกแมวที่แข็งแรงจะมีเส้นขนที่นุ่มเงางาม
  6. เล็บ – คอยดูว่าเล็บของเจ้าตัวน้อยยาวเกินไปหรือไม่ มีเล็บหักหรือเปล่า เจ้าของควรตัดเล็บให้พวกเค้าเป็นประจำ และควรจัดหาเสาลับเล็บติดบ้านไว้ด้วย
  7. พฤติกรรม – เจ้าของควรสังเกตพฤติกรรมของลูกแมวอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการเซื่องซึมหรือภาวะซึมเศร้า ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะลูกแมวโดยทั่วไปจะมีความกระตือรือร้นและพร้อมเล่นสนุกได้ทั้งวัน
  8. การย่อยอาหาร – หากพบว่าลูกแมวมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนอย่างต่อเนื่อง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที
  9. การกินน้ำ – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกแมวดื่มน้ำเพียงพอในแต่ละวัน การได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพของลูกแมว

การสังเกตสภาพร่างกายของลูกแมวเป็นประจำมีประโยชน์มาก โดยจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าพวกเค้ามีสุขภาพที่ดีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมแล้ว

 

โดยสรุปแล้ว การเลี้ยงลูกแมวต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเค้าเติบโตเป็นแมวที่มีความสุขและมีสุขภาพดี หากมีคำถามหรือข้อสงสัยใด ๆ อย่าลังเลที่จะขอคำแนะนำหรือปรึกษาสัตวแพทย์ หากคุณมอบความรักและดูแลลูกแมวอย่างถูกวิธี พวกเค้าก็จะอยู่เคียงข้างพร้อมมอบความสุขให้คุณได้นานหลายปี

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกแมว

  1. จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกแมวของเรามีสุขภาพที่ดี?
  2. คุณสามารถสังเกตได้จากสัญญาณสุขภาพดีเหล่านี้ เริ่มต้นด้วยมีดวงตาใสไม่ขุ่นมัว ขนสะอาดเงางาม และกินอาหารได้ตามปกติ นอกจากนี้ลูกแมวควรมีความกระตือรือร้น ไม่เซื่องซึมหรือดูอ่อนเพลียตลอดเวลา การตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่บอกได้ว่าลูกแมวของคุณมีสุขภาพดี

  3. จะทำให้ลูกแมวมีสุขภาพแข็งแรงได้อย่างไร?
  4. สิ่งสำคัญสำหรับการดูแลรักษาสุขภาพของลูกแมวคือการตรวจสุขภาพเป็นประจำ การเลือกโภชนาการที่เหมาะสม การออกกำลังกาย ตลอดจนการฉีดวัคซีนและการดูแลป้องกันโรคร้าย

  5. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในลูกแมวมีอะไรบ้าง?
  6. ลูกแมวมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ทั้งการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน หนอนพยาธิ ปรสิตอย่างหมัดและเห็บ นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาภาวะเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจในภายหลังได้ด้วย

  7. ลูกแมวป่วยง่ายใช่หรือไม่?
  8. แม้ว่าลูกแมวจะมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง แต่ด้วยการดูแลที่เหมาะสมและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ลูกแมวของคุณก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้

  9. ลูกแมวควรกินน้ำในปริมาณมากใช่หรือไม่?
  10. ลูกแมวจำเป็นต้องกินน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ แต่ปริมาณที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ ขนาดตัว และการทำกิจกรรมของลูกแมว โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

  • The Importance of Taurine in Cat Food
    The Importance of Taurine in Cat Food
    adp_description_block229
    คุณประโยชน์ของทอรีนในอาหารแมว

    • แบ่งปัน

    ทอรีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในอาหารแมวของไอแอมส์™ เช่น อาหารแมวไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์ สูตรสำหรับแมวโต

     

    ทอรีนเป็นกรดอะมิโนอิสระที่พบอยู่ในเนื้อเยื่อและอวัยวะของร่างกาย เช่น หัวใจและดวงตา โดยจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ การมองเห็น และการสืบพันธุ์ในลูกแมว รวมถึงจำเป็นต่อการผลิตน้ำดีที่ช่วยในการย่อยอาหารด้วย ทั้งนี้ทอรีนแตกต่างจากกรดอะมิโนชนิดอื่นตรงที่ไม่ใช่ในการสร้างโปรตีน

     

    สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่สามารถผลิตทอรีนเองได้ แต่สำหรับแมวนั้น ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอ จึงต้องรับเพิ่มจากอาหารเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยทอรีนพบได้ในส่วนผสมที่เป็นเนื้อสัตว์ หรืออาจมาในรูปแบบอาหารเสริม

    ทอรีนมีประโยชน์อย่างไร?

    ทอรีนช่วยเสริมสร้างการมองเห็น การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ การย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน การตั้งท้องและพัฒนาการของลูกในท้อง โดยสามารถพบทอรีนได้ในโปรตีนจากสัตว์เท่านั้น

    การสร้างทอรีนของสุนัขและแมว

    • สุนัข

    น้องหมาสามารถสังเคราะห์ทอรีนได้จากกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ ซิสเทอีนและเมไทโอนีน พวกเค้าจึงไม่ต้องการทอรีนในอาหาร แต่เพราะทอรีนมีประโยชน์มากมาย จึงยังเป็นสารอาหารสำคัญที่อยู่ในอาหารสุนัข

    ทั้งนี้ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณทอรีนในอาหารสุนัข หากกังวลว่าน้องหมาได้รับทอรีนไม่เพียงพอ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

    • แมว

    เนื่องจากน้องแมวไม่สามารถสังเคราะห์ทอรีนเองได้ จึงจำเป็นต้องมีทอรีนในอาหารของพวกเค้า หากในอาหารมีทอรีนน้อยเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญหลายประการ เช่น อาจทำให้จอประสาทตาเสื่อม และน้องแมวอาจตาบอดได้ นอกจากนี้การขาดทอรีนทำให้การเจริญเติบโตช้าลง และส่งผลต่อความสามารถในการสืบพันธุ์

    ตามมาตรฐาน AAFCO นั้น อาหารเม็ดสำหรับแมวโต ต้องมีปริมาณทอรีนอย่างน้อย 25 มก./100 แคลอรี ส่วนอาหารเปียกต้องมี 50 มก./100 แคลอรี อย่างไรก็ตาม น้องแมวแต่ละตัวมีความต้องการทอรีนแตกต่างกัน จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์หากมีความกังวลว่าพวกเค้าได้รับทอรีนไม่เพียงพอ

     ทำไม ไอแอมส์™ จึงเพิ่มทอรีนในอาหารแมว?

    อาหารแมวชนิดเม็ดของ ไอแอมส์™ มีส่วนผสมของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มทอรีนให้เจ้าเหมียวได้ เช่น เนื้อไก่ ไข่ เนื้อแกะ และปลา ทั้งนี้ปริมาณทอรีนที่ได้จะแตกต่างกัน และอาจต้องเพิ่มปริมาณทอรีนเพื่อให้แน่ใจว่ามีทอรีนอยู่ระดับที่เหมาะสมที่สุด

    ความสำคัญของทอรีนสำหรับแมว

    ประโยชน์ของทอรีน

    ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่พบได้ในเนื้อเยื่อและอวัยวะอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อ หัวใจ สมอง และดวงตา โดยจะแตกต่างจากกรดอะมิโนส่วนใหญ่ เพราะทอรีนไม่ได้สร้างโปรตีนในเซลล์ แต่มีหน้าที่สำคัญหลายอย่างซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายน้องแมว ดังนี้

    • ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
    • ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี
    • ช่วยดูแลจอประสาทตาและการมองเห็น
    • เสริมสร้างระบบสืบพันธุ์
    • มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมตามอายุ

    ทำไมน้องแมวถึงต้องการทอรีน?

    การขาดทอรีนอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เนื่องจากจำเป็นต่อการทำงานของหลาย ๆ ส่วนในร่างกาย โดยปัญหาที่พบได้จากการขาดทอรีน มีดังนี้

    • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ – หายจากการเจ็บป่วยช้า
    • พลังงานต่ำ – ระดับพลังงานได้รับผลกระทบจากการขาดสารอาหาร
    • ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจในแมว – เป็นภาวะที่หัวใจขยายใหญ่ขึ้น
    • ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร – ท้องเสียหรืออาเจียน
    • ปัญหาจอประสาทตา – สูญเสียการมองเห็นตามอายุ
    • ปัญหาการสืบพันธุ์ – มีลูกยากหรือลูกแมวที่เกิดมามีน้ำหนักแรกเกิดน้อยและเจริญเติบโตได้ไม่ดี
    • ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ – ทอรีนส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นการขาดทอรีนอาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้
    • ผิวหนังไม่แข็งแรงและขนหยาบกระด้าง – หากได้รับทอรีนไม่เพียงพอ น้องแมวอาจมีขนแข็งหยาบกระด้าง และมีสะเก็ดรังแค
    • ปัญหาสุขภาพฟัน – การสะสมของหินปูน ฟันผุ และมีกลิ่นปาก

    การน้องแมวขาดทอรีนส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?

    • สูญเสียการมองเห็น

    ทอรีนมีความสำคัญต่อพัฒนาการและการทำงานของเซลล์ในจอประสาทตา หากได้รับทอรีนไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดความเสื่อมบริเวณส่วนกลางของจอประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นบกพร่องและตาบอดในที่สุด

    • โรคหัวใจ

    การขาดทอรีนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอลง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ภาวะนี้เรียกว่า Dilated Cardiomyopathy ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถบีบตัวได้เป็นปกติ เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต

    • การเจริญเติบโตลดลง

    ทอรีนจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของน้องแมว โดยในช่วงตั้งท้องและให้นมลูกนั้น ทั้งแม่แมวและลูกแมวต้องรักษาระดับทอรีนให้เพียงพอ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวจะมีพัฒนาการที่เหมาะสม

    • ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

    ระบบภูมิคุ้มกันของน้องแมวอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เป็นผลให้พวกเค้าไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้และมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อโรคได้ง่าย

    • ระดับพลังงานลดลง

    น้องแมวที่มีพลังงานน้อยอาจดูเหนื่อยล้าและมักจะอยู่นิ่ง ไม่ค่อยขยับตัว

    • ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร

    ทอรีนมีส่วยช่วยในการผลิตน้ำดีซึ่งจำเป็นต่อการย่อยไขมัน น้องแมวอาจท้องเสียและมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารหากได้รับทอรีนไม่เพียงพอ

    • ความสามารถในการสืบพันธุ์

    น้องแมวที่ขาดทอรีนอาจมีปัญหาการสืบพันธุ์ได้

    • ปัญหาสุขภาพฟัน

    ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดฟันผุได้ดี

    ทอรีนและอาหารแมวของไอแอมส์™

    อาหารแมวไอแอมส์™ มีโปรตีนคุณภาพดีเป็นส่วนประกอบหลัก นอกจากนี้ยังเสริมด้วยทอรีนเพื่อให้แน่ใจว่ามีกรดอะมิโนจำเป็นชนิดนี้ในระดับที่เหมาะสมและสมดุล

    อาหารแมวไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์ สูตรสำหรับแมวโต รสไก่และแซลมอน เป็นหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดสำหรับน้องแมวที่คุณรัก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล มีโปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมถึงมีไฟเบอร์และพรีไบโอติกจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบบย่อยและขับถ่ายดี

Close modal