สุนัขสูงวัยของคุณสูดดมฟุดฟิดลงในชามแล้วเดินออกไปแทนที่จะกินมันใช่ไหม? คุณอาจคิดว่าเค้าแค่เลือกกิน แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจับตาดูว่าเค้ากินมากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเค้าอายุมากแล้ว ในขณะที่อายุมากขึ้น การรับรู้กลิ่นและรสย่อมลดลง อาจเกี่ยวข้องกับการที่เค้าอยากอาหารน้อยลง แต่การสูญเสียความอยากอาหารสามารถบ่งบอกถึงปัญหาทางการแพทย์ที่ร้ายแรงได้
“ สิ่งสำคัญคือต้องให้สุนัขของคุณ มีแคลอรีเพียงพอเพราะการลดน้ำหนักอาจทำให้สัตว์เลี้ยงสูงวัยอ่อนแอลงได้” Wendy Brooks, D.V.M. เตือนว่าการลดความอยากอาหารควรได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ของคุณ กฎง่ายๆ: หากสัตว์เลี้ยงของคุณไม่ได้กินอะไรเลยในหนึ่งวัน ให้ไปหาสัตว์แพทย์

ในสุนัขนั้นมักจะชอบกินอาหารเปียก เพราะชอบรสชาติและเนื้อสัมผัสของมัน ” Brooks กล่าว คุณสามารถเพิ่มอาหารเม็ดที่เค้าชื่นชอบลงไปในอาหารเปียกได้
สุนัขชอบอาหารอุ่น ๆ หรืออุณหภูมิห้อง (ไม่ร้อนหรือเย็น) หลีกเลี่ยงการเสิร์ฟอาหารเปียกจากตู้เย็นและเก็บอาหารให้พ้นความร้อน อีกสาเหตุที่ทำให้เขาไม่กินเพราะอากาศข้างนอกมันร้อนเกินไป
สุนัขชอบความคงเส้นคงวา เมื่อพูดถึงอาหารของพวกเค้า อย่าเปลี่ยนทุกวัน แต่ลองใช้รสชาติใหม่ เช่น เนื้อแกะ หรือ ไก่ และดูการตอบสนองของเค้า (อาจทำให้กระตุ้นการรับกลิ่นของเค้า) เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องเสีย แนะนำให้ผสมอาหารใหม่กับอาหารเก่าของเค้าเพิ่มขึ้นทีละน้อยในแต่ละวันจนเท่ากัน
ปัญหาสุขภาพของสุนัขสูงวัยทั่วไป เช่น โรคไขข้อ หรือ อาการปวดข้อ สามารถทำให้เค้าไปที่กินอาหารได้ยาก วางอาหารและน้ำในที่ ๆ เค้าใช้เวลาส่วนใหญ่ และวางน้ำในทุกชั้นของบ้านด้วย
สัตว์เลี้ยงสูงวัยมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดน้ำ เตรียมชามสำหรับน้ำสะอาดตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยป้องกันโรค เช่น โรคไต และช่วยในการย่อยอาหาร
สุนัขชอบคนอารมณ์ดี หากคุณเห็นเค้ากินอาหารก็ให้รางวัลด้วยการชมเชยเล็กน้อย เค้าจะรับรู้ว่ามันทำให้คุณมีความสุขและจะทำพฤติกรรมซ้ำอีก
'Q: เมื่อต้องฝึกลูกสุนัข สามารถให้อาหารของคนเป็นรางวัลได้หรือไม่?
A: โดยส่วนตัวแล้ว ฉันจะไม่ใช้ขนมหรืออาหารในการฝึกเลย แต่จะใช้ภาษากายและการให้คำชมเป็นรางวัลในการฝึกแทน ซึ่งมันก็ได้ผลดีเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสุนัขบางตัวไม่ได้สนใจหรือถูกดึงดูดใจด้วยอาหาร
ถึงแม้คนส่วนมากมักจะใช้วิธีนี้และประสบความสำเร็จ แต่ฉันก็ไม่แนะนำวิธีนี้อยู่ดี การให้อาหาร (ของคน) เป็นรางวัล อาจทำให้สุนัขมีความคิดว่าพวกเค้าสามารถกินอาหารของคุณได้ ซึ่งมันอาจกระตุ้นให้พวกเค้าขโมยอาหารจากโต๊ะ หรือจากคนโดยเฉพาะเด็กๆ หรือแขกที่บ้านได้
นอกจากนี้อาหารบางอย่างของคนก็เป็นพิษต่อสุนัข ตัวอย่างเช่นช็อกโกแลต, องุ่น, ลูกเกด, ถั่วแมคาเดเมียและไซลิทอล (สารให้ความหวานมักจะใช้ในหมากฝรั่ง, ขนม, และขนมอบ)
แทนที่จะให้อาหารของคน คุณสามารถใช้ขนมสำหรับสุนัขแทนได้ โดยเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ ผลิตจากเนื้อสัตว์คุณภาพดี และเหมาะกับการฝึก ไม่ควรเลือกขนมที่เคี้ยวง่าย เพราะอาจจะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เวลาซื้อขนมให้พวกเค้า อย่าลืมอ่านฉลากเพื่อดูส่วนประกอบให้แน่ชัดซะก่อน
ในระหว่างการฝึกระวังอย่าให้ขนมพวกเค้ามากจนเกินไป และไม่ควรให้ขนมแทนอาหารหลัก ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณแคลอรี่ที่พวกเค้าควรได้รับในแต่ละวัน
ทั้งนี้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้เวลานานแต่เน้นฝึกบ่อยครั้งแทน อย่างการฝึกลูกสุนัขแต่ละครั้งควรใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้การฝึกแบบเชิงบวก หากคุณเริ่มหงุดหงิดเพราะลูกสุนัขเริ่มไม่สนใจและไม่ยอมอยู่นิ่ง ให้หยุดพักก่อน พยายามให้การฝึกแต่ละครั้งจบแบบสนุกสนาน เพื่อกระตุ้นให้พวกเค้าอยากฝึกอีกในครั้งต่อไป
คำแนะนำโดย Janet Tobiassen, สัตวแพทย์ในรัฐวอชิงตัน ที่ทำการศึกษาและเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ปี 2542 โดยเธอเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยผ่านการฝึกจากชมรม 4-H รวมถึงได้เข้าฝึกอบรมเรื่องการบำบัดและการฝึกสัตว์เลี้ยงเมื่อตอนเรียนคณะสัตวแพทย์ศาสตร์'
