โปรตีนเป็นแหล่งที่มาของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างเส้นขน ผิวหนัง เล็บ กล้ามเนื้อเอ็น เส้นเอ็น และกระดูกอ่อน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมน
โปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช
โปรตีนในอาหารสุนัขนั้น มีทั้งที่ได้จากสัตว์และพืช หรือทั้งสองผสมกัน โปรตีนจากสัตว์คุณภาพสูงนั้น มีกรดอะมิโนจำเป็นเพียงพอต่อความต้องการของสุนัข ในขณะที่โปรตีนจากพืชเพียงอย่างเดียวอาจมีกรดอะมิโนจำเป็นแค่บางชนิดเท่านั้น
แหล่งโปรตีนจากสัตว์ที่ใช้ในอาหารสุนัข ได้แก่ ไก่ เนื้อแกะ ปลา และเนื้อวัว
ถึงแม้ว่าอาหารสุนัขมักจะมีส่วนประกอบจากพืชเป็นหลัก แต่สุนัขก็ไม่ใช่สัตว์กินพืช แต่เป็นสัตว์ที่กินทั้งสัตว์และพืชเป็นหลัก พวกเค้าจึงต้องการเนื้อสัตว์เพื่อตอบสนองความต้องการทางโภชนาการที่เฉพาะเจาะจงของพวกเค้าด้วย
สุนัขเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับหมาป่า โคโยตี้ และหมาจิ้งจอก บรรพบุรุษของสุนัขในปัจจุบัน จึงมาจากนักล่าที่กินสัตว์อื่นเพื่ออยู่รอด
โครงสร้างร่างกายของสุนัขบ้านจะยังมีลักษณะคล้ายกับบรรพบุรุษอยู่บ้าง โดยเป็นโครงสร้างที่เหมาะสำหรับการล่าเหยื่อ สุนัขมีฟันขยายใหญ่จึงถูกจัดเป็นสัตว์กินเนื้อ และระบบทางเดินอาหารของพวกเค้าไม่เหมาะกับการย่อยผลิตภัณฑ์จากพืชมากนัก
โปรตีนจากสัตว์ช่วยให้สุนัขมีสุขภาพที่ดี
การนำลูกสุนัขตัวใหม่เข้าบ้านเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มาพร้อมความรับผิดชอบมากมาย หนึ่งในนั้นคือการพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อตรวจเช็กปัญหาสุขภาพแอบแฝงและสุขภาพโดยรวม อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ผู้เลี้ยงจะปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน การให้อาหาร การฝึกสอน และวิธีการดูแลต่าง ๆ หากไม่แน่ใจว่าควรพาลูกสุนัขไปพบคุณหมอเมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหน ติดตามคำตอบและเรื่องน่ารู้อีกมากมายได้ในบทความนี้
ลูกสุนัขเป็นช่วงวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ผู้เลี้ยงควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทุก ๆ 3 – 4 สัปดาห์ แต่หากจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอาจมีการนัดพบบ่อยขึ้น ทั้งนี้ก่อนพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอ คุณควรสอบถามข้อมูลการฉีดวัคซีนหรือการรักษาต่าง ๆ จากฟาร์มหรือผู้เพาะพันธุ์ให้เรียบร้อย และในกรณีที่รับเลี้ยงสุนัขไร้บ้านก็ควรแจ้งให้คุณหมอทราบเช่นกัน
หากคุณสังเกตพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบพาเจ้าตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์ในทันที
ข้อควรรู้ – แม้จะมีสมุดฉีดวัคซีนหรือหลักฐานการตรวจยืนยันจากผู้เพาะพันธุ์ คุณก็ควรพาลูกสุนัขไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม
ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีเช่นเดียวกับคน นอกจากการฉีดวัคซีนกระตุ้นแล้ว คุณหมอจะตรวจเช็กสุขภาพหัวใจ ปอด ดวงตา หู พร้อมมองหาอาการผิดปกติต่าง ๆ และอาจทำการทดสอบพื้นฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
หลังการตรวจเช็กสุขภาพ คุณหมออาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร เพิ่มหรือลดการออกกำลังกาย รวมถึงอาจต้องดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดียิ่งขึ้น ผู้เลี้ยงควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าตัวน้อยที่คุณรัก อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสุขภาพประจำปี คุณสามารถสอบถามหรือขอปรึกษาเรื่องเหล่านี้จากสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้
ลูกสุนัขเกิดมาพร้อมระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ อย่างไรก็ตาม พวกเค้าจะเริ่มสูญเสียภูมิคุ้มกันเหล่านี้เมื่ออายุ 6 – 8 สัปดาห์ จึงจำเป็นต้องเริ่มฉีดวัคซีนในช่วงเวลาดังกล่าว บวกกับนิสัยชอบดมและเลียเพื่อสำรวจทุกสิ่งรอบตัว ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันไวรัสและโรคร้ายแรงได้ การฉีดวัคซีนจะเริ่มเมื่อลูกสุนัขมีอายุ 6 – 8 สัปดาห์ และต้องฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 2 – 4 สัปดาห์จนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป บางกรณีสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ เนื่องจากมีการระบาดของโรคหรือเมื่อแม่หมาที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีน คุณสามารถขอตารางการฉีดวัคซีนของลูกสุนัขจากสัตวแพทย์ได้
สุนัขจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้หัด และโรคตับอักเสบในสุนัข โดยวัคซีนทั่วไปที่สุนัขจำเป็นต้องได้รับมีดังนี้
การฉีดวัคซีนข้างต้นอาจมีการผสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง