ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงหรือคุณพ่อคุณแม่มือโปร การอาบน้ำให้ลูกสุนัขคือหนึ่งในการดูแลที่คุณควรทำเป็นประจำ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้น้องหมาดูสะอาดสะอ้านเท่านั้น แต่ยังช่วยให้น้องหมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงอีกด้วย เพื่อให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัว ลองทำตามเคล็ดลับการอาบน้ำง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกันได้เลย
เมื่อรับเลี้ยงลูกสุนัขตัวใหม่ หนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่เจ้าของมักจะนึกถึงคือ “ลูกสุนัขอาบน้ำได้เมื่อไหร่” และ 'ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน?' เราสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อพวกเค้ามีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ โดยต้องอาบน้ำให้พวกเค้าอย่างระมัดระวังและอ่อนโยนที่สุด หลังจากอาบน้ำครั้งแรกแล้ว การอาบน้ำครั้งต่อ ๆ ไปควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น
ก่อนเริ่มอาบน้ำ ควรจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ทั้งผ้าเช็ดตัว แชมพูและครีมนวดสำหรับน้องหมาขนยาว แปรงหรือหวี และไดร์เป่าผม
เมื่อน้องหมารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำในอ่าง ก็ถึงเวลาอาบน้ำกันแล้ว!
หากคุณเพิ่งอาบน้ำให้ลูกสุนัขเป็นครั้งแรก ไม่ต้องกังวลไป เรามีเคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัขทุกขั้นตอนมาฝากกัน
ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่เหมาะกับลักษณะขน โดยอาจขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ สำหรับน้องหมาขนสั้น ควรใช้น้ำมันบำรุงขนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ในขณะที่น้องหมาขนยาวนั้น ควรใช้ครีมนวดเพื่อให้เส้นขนแข็งแรง ดูสวยน่าสัมผัส
สามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อมีอายุ 8 สัปดาห์ การอาบน้ำตั้งแต่เด็กจะช่วยให้พวกเค้าคุ้นเคยและทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ในการอาบน้ำครั้งแรกไม่ควรมีการบังคับ แต่ควรค่อย ๆ แนะนำให้พวกเค้ารู้สึกคุ้นเคยและแสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ปล่อยให้ลูกสุนัขเดินเล่นอย่างอิสระและทำความคุ้นเคยกับการอยู่ในอ่าง จากนั้นจึงค่อยใช้แปรงหวีขนให้พวกเค้า อย่าลืมให้ขนม ลูบตัว และกอดพวกเค้าบ่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย
ก่อนการอาบน้ำและตัดแต่งขน ให้แปรงหรือหวีขนเบา ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกบริเวณเส้นขนและผิวหนังออกไป การทำเช่นนี้จะช่วยขจัดปมหรือขนที่พันกันได้อีกด้วย
เตรียมน้ำที่อุ่นแต่ไม่ร้อนจนเกินไป เนื่องจากลูกสุนัขมีผิวที่บอบบาง จึงไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งที่มาสัมผัสตัวมาก
ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำให้พวกเค้า ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครในบ้านใช้น้ำในขณะที่คุณอาบน้ำให้ลูกสุนัข การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหันอาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ
สำหรับลูกสุนัขที่อายุน้อยกว่า 3 – 4 เดือน ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นในการทำความสะอาดตัว และงดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง อุณหภูมิร่างกายของน้องหมาแตกต่างจากคนเรา น้ำที่ใช้จึงต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม น้ำที่ร้อนจนเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อน้องหมาได้
สำหรับลูกสุนัขที่มีอายุมากกว่า 3 – 4 เดือน คุณสามารถจับพวกเค้าอาบน้ำในอ่างอาบน้ำหรือจะใช้ฝักบัวแทนก็ได้ เมื่อถึงเวลาอาบน้ำ ลูกสุนัขอาจรับมือได้ค่อนข้างยาก หากคุณมีอ่างอาบน้ำหรือฝักบัวสำหรับอาบน้ำให้ลูกสุนัขโดยเฉพาะ ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นแทนอุปกรณ์ตามปกติ เพราะจะช่วยให้จัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวของอ่างอาบน้ำไม่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้มและจมจนพวกเค้าเกิดอาการตื่นตระหนก
เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป จึงจะสามารถใช้แชมพูหรือครีมนวดได้
โดยควรเลือกแชมพูและครีมนวดสูตรสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ ควรเลือกที่มีค่า pH สมดุลเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพผิวหนังและเส้นขน อาจเลือกเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่มีสารเคมีเจือปนก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้เลือกซื้อสินค้าเพราะมีราคาถูก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้ได้จริงหรือไม่ปลอดภัยกับลูกสุนัข
ควรผสมแชมพูกับน้ำในปริมาณที่เท่ากันเพื่อให้เจือจางลง ก่อนนำไปถูลงบนตัวของน้องหมา โดยระวังอย่าให้สัมผัสกับบริเวณที่บอบบาง เช่น ดวงตาและใบหู
การอาบน้ำให้ลูกสุนัขก็เหมือนกับการอาบน้ำให้เด็กทารกตัวน้อย พวกเค้าอาจจะไม่ชินและรับมือได้ไม่ดีนักในช่วงแรก
หากกังวลว่าจะทำให้เจ้าตัวน้อยเจ็บตัว ให้ใช้ปลายนิ้วนวดแชมพูลงบนขนพวกเค้าเบา ๆ นอกจากจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองแล้ว ยังเหมือนเป็นการนวดตัวให้น้องหมาอีกด้วย รับรองเลยว่าถูกใจพวกเค้าอย่างแน่นอน!
ควรล้างน้ำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าล้างคราบแชมพูออกหมดแล้ว สำหรับลูกสุนัขอายุน้อยควรใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อล้างสบู่ออกให้หมดและเพื่อป้องกันการระคายเคืองบนผิวหนัง หลังอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรรีบเช็ดตัวน้องหมาให้แห้ง
ค่อย ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตามตัวน้องหมาเพื่อขจัดน้ำส่วนเกินออกไป เมื่อมั่นใจว่าเช็ดตัวจนแห้งดีแล้วหรือไม่มีน้ำหยดจากตัวพวกเค้าแล้ว ให้ใครสักคนช่วยจับหรือนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อให้น้องหมาจะรู้สึกปลอดภัย ก่อนเป่าขนให้แห้งด้วยไดร์เป่าผม ควรเลือกใช้เครื่องที่สามารถกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ลมร้อนต่ำหรือเย็นเท่านั้น
เพื่อให้ลูกสุนัขคุ้นเคยกับเสียงของไดร์เป่าผม ควรหลีกเลี่ยงการเป่าลมใส่หน้าหรือหูโดยตรง และพยายามทำให้ขนแห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับน้องหมาขนยาว ในระหว่างเป่าขนควรหยุดแปรงขนบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ขนพันกัน
สุขภาพของน้องหมาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการอาบน้ำเป็นประจำจะช่วยให้น้องหมามีความสุขและมีสุขภาพดี โดยแนะนำให้เจ้าของอาบน้ำให้น้องหมาเดือนละครั้ง เนื่องจากบริเวณผิวหนังและเส้นขนมักจะมีสิ่งสกปรกจากปัจจัยแวดล้อมและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน
สำหรับลูกสุนัขควรใช้น้ำอุ่นในการอาบน้ำ และใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ นวดลงบนตัวเบา ๆ อย่าลืมแปรงขนเป็นประจำ เพื่อให้ขนนุ่มและเงางาม ทั้งนี้ไม่แนะนำให้อาบน้ำให้ลุกสุนัขบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง
ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้น้องหมาของคุณมีความสุขและแข็งแรง การอาบน้ำเป็นประจำจะทำให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัวอยู่เสมอ อาจต้องใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นเคย แต่การอาบน้ำจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานหากทำอย่างถูกวิธี
คุณสามารถใช้ไดร์เป่าผมกับลูกสุนัขได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง โดยพยายามถือไดร์เป่าผมให้ห่างจากน้องหมาอย่างน้อย 2 - 3 นิ้ว หลีกเลี่ยงการเป่าใส่หน้าหรือหูโดยตรง และอย่าจ่อไดร์เป่าผมที่ตัวนาน ๆ เพื่อไม่ให้น้องหมารู้สึกร้อนจนเกินไป
แนะนำให้เลือกทกระดาษเปียกสำหรับเด็ก เนื่องจากเป็นสูตรที่มีความอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวบอบบางของลูกสุนัข โดยสามารถใช้ทำความสะอาดใบหน้า ลำตัว และบริเวณก้นได้ สิ่งสำคัญคือเลือกสูตรที่ปราศจากสารเคมีรุนแรง น้ำหอม และแอลกอฮอล์
ทางที่ดีควรรอจนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุอย่างน้อย 8 สัปดาห์ จนกว่าจะถึงเวลานั้น ให้เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แทนการอาบน้ำ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองตามตัวออกไป
คุณสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ได้ แต่ควรใช้น้ำอุ่นและแชมพูสูตรอ่อนโยนเท่านั้น อย่าลืมล้างตัวพวกเค้าให้สะอาดและเช็ดตัวให้แห้งทันที เนื่องจากลูกสุนัขยังควบคุมอุณหภูมิในร่างกายได้ไม่ดี จึงรู้สึกหนาวได้ง่ายมาก
รู้ไหมว่าผิวหนังและเส้นขนบ่งบอกสุขภาพโดยรวมของสุนัขได้นะ ขนสุขภาพดีควรมีความมันเงาและเรียบเนียน ไม่หยาบหรือขาดง่าย ส่วนผิวหนังสุนัขที่แข็งแรงควรนุ่มและยืดหยุ่น ไม่มันเยิ้มหรือเป็นขุย โภชนาการที่ดีเป็นปัจจัยหลักในการรักษาสุขภาพผิวหนังและขน ควบคู่ไปกับการดูแลทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อลดอาการระคายเคืองและขนพันกัน
การดูแลสุขภาพผิวและขนของน้องหมาให้แข็งแรงไม่ใช่เรื่องยาก เรามาเรียนรู้เทคนิคดี ๆ ในการดูแลรักษา และทำความรู้จักอาหารบำรุงขนสุนัขไปด้วยกัน
เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพผิวหนังและขน สิ่งแรกที่ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่นึกถึงคือการกรูมมิ่งหรือการดูแลทำความสะอาด แต่มันไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียว โภชนาการก็มีส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพผิวหนังและขนของสุนัขเช่นกัน
หากดูแลทำความสะอาดเป็นอย่างดีแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง อาจเป็นไปได้ว่ามีปัญหาจากภายใน ผิวที่แข็งแรงและขนที่สวยเงางามเริ่มต้นจากสุขภาพภายในร่างกาย หากน้องหมามีผิวแห้ง ลอกเป็นขุย มีรอยนูน รอยแผล หรือหมองคล้ำ อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แนะนำให้พาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและปัญหาที่ซ่อนอยู่
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายของสุนัข ผิวหนังส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยขนที่เติบโตและหลุดร่วงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่เราต้องการอาหารคุณภาพดีเพื่อรักษาผิวหนังและเส้นขนให้แข็งแรง น้องหมาก็ควรได้รับแคลอรีในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวันเพื่อรักษาระดับพลังงาน หากกินอาหารที่มีคุณภาพต่ำ ร่างกายจะใช้เวลาในการกำจัดของเสียนานขึ้น ทำให้ไตและตับทำงานหนักขึ้นสองเท่า
อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โภชนาการเป็นกุญแจสำคัญในการมีสุขภาพผิวหนังและขนที่ดี น้องหมาที่ได้รับสารอาหารตรงตามความต้องการทุกวันจะมีผิวที่แข็งแรง อ่อนนุ่ม และมีขนสวยเงางามเป็นประกาย
พ่อแม่หลายคนอาจรู้สึกว่านี่เป็นหนึ่งในงานที่ยากที่สุด ในความเป็นจริง การบรรลุเป้าหมายนั้นค่อนข้างง่าย เพียงแค่ทำตามคำแนะนำเหล่านี้
โภชนาการที่เหมาะสม
วิธีง่าย ๆ เลยคือการให้อาหารสุนัขบำรุงขนและผิวหนัง สุนัขจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลเพื่อให้ผิวแข็งแรงและขนเงางาม อาหารที่ดีสำหรับผิวหนังสุนัขควรอุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุ และวิตามินในปริมาณที่เหมาะสม แคลอรีในแต่ละวันก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อให้สุนัขมีพลังงานเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นขนและการผลัดเซลล์ผิว หากอาหารสุนัขย่อยง่ายหรือมีส่วนผสมคุณภาพต่ำ น้องหมาอาจได้รับพลังงานไม่เพียงพอ แนะนำให้เลือกอาหารสุนัขที่ส่วนผสมคุณภาพสูง และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
อาหารเสริม
นอกจากอาหารสุนัขบำรุงขนและผิวหนังแล้ว ปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากมายในท้องตลาด ซึ่งอาจทำให้พ่อแม่หลายคนรู้สึกสับสนว่าสารอาหารชนิดใดที่ช่วยรักษาสุขภาพผิวและเส้นขนให้แข็งแรง เราขอแนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เพราะได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าเป็นหนึ่งในอาหารบำรุงขนสุนัขที่ดีที่สุด ช่วยให้น้องหมามีขนสวยเงางามและผิวหนังเรียบเนียน กรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่เพียงแต่เป็นสารต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติอีกด้วย
อาบน้ำเป็นประจำ
การอาบน้ำเป็นการดูแลที่สำคัญ เนื่องจากช่วยกำจัดฝุ่น เศษสิ่งสกปรก รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ออกจากผิวหนังและขน โดยแนะนำให้อาบน้ำน้องหมาทุก ๆ 2 – 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของสายพันธุ์ หรือทำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำมากเกินไปเพราะอาจส่งผลให้ผิวและขนแห้ง หากน้องหมามีอาการแพ้หรือไม่ตอบสนองต่อแชมพูสำหรับสุนัข ควรปรึกษาสัตวแพทย์และค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับน้องหมาของคุณ
ป้องกันโรคภูมิแพ้และการติดเชื้อปรสิต
น้องหมาที่เป็นโรคภูมิแพ้มักจะมีผิวหนังอักเสบ ทำให้เกิดรอยแดงและอาการคัน เมื่อน้องหมาเกาตัวอย่างต่อเนื่องและรุนแรง เกราะป้องกันผิวหนังของพวกเค้าจะอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย น่าเสียดายที่โรคภูมิแพ้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และทำได้เพียงรักษาเท่านั้น การเรียนรู้วิธีจัดการกับอาการแพ้จากสัตวแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ
เห็บหมัดเป็นปรสิตที่พบบ่อยที่สุดในสุนัข มันเป็นตัวก่อให้เกิดอาการระคายเคือง อาการคัน และความไม่สบายตัว ทำให้น้องหมาเกา ข่วน และกัดผิวหนังของตัวเองอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้ชั้นผิวหนังฉีกขาด ผิวแห้ง ระคายเคือง และบวมแดง นอกจากนี้เห็บหมัดยังเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพที่เป็นอันตรายถึงชีวิตด้วย ทางที่ดีควรป้องกันเห็บหมัดอย่างถูกวิธีและทำเป็นประจำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
การดูแลสุขภาพโดยรวม
การดูแลสุขภาพโดยรวมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพผิวและขนที่ดี น้องหมาควรได้รับโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุลนั่นเอง รวมถึงต้องพักผ่อนและออกกำลังกายให้เพียงพอด้วย เมื่อทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว รับรองเลยว่าน้องหมาของคุณจะมีผิวแข็งแรงและขนสวยเปล่งประกาย
พ่อแม่น้องหมาทุกคนควรให้ความสำคัญกับอาหารที่ดีสำหรับผิวหนังสุนัข รวมถึงทำความเข้าใจว่าสารอาหารชนิดใดที่ช่วยรักษาสุขภาพผิวและเส้นขนให้แข็งแรง เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยจะมีสุขภาพผิวและขนที่ดี