IAMS TH
bathe a puppy
bathe a puppy

adp_description_block292
ควรอาบน้ำลูกหมาตอนไหนดีนะ?

  • แบ่งปัน

ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงหรือคุณพ่อคุณแม่มือโปร การอาบน้ำให้ลูกสุนัขคือหนึ่งในการดูแลที่คุณควรทำเป็นประจำ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้น้องหมาดูสะอาดสะอ้านเท่านั้น แต่ยังช่วยให้น้องหมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงอีกด้วย เพื่อให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัว ลองทำตามเคล็ดลับการอาบน้ำง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกันได้เลย

เมื่อรับเลี้ยงลูกสุนัขตัวใหม่ หนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่เจ้าของมักจะนึกถึงคือ “ลูกสุนัขอาบน้ำได้เมื่อไหร่” และ 'ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน?' เราสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อพวกเค้ามีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ โดยต้องอาบน้ำให้พวกเค้าอย่างระมัดระวังและอ่อนโยนที่สุด หลังจากอาบน้ำครั้งแรกแล้ว การอาบน้ำครั้งต่อ ๆ ไปควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ก่อนเริ่มอาบน้ำ ควรจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ทั้งผ้าเช็ดตัว แชมพูและครีมนวดสำหรับน้องหมาขนยาว แปรงหรือหวี และไดร์เป่าผม

 

เพื่อให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกดีระหว่างการอาบน้ำ ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  • เริ่มต้นด้วยการทำให้พวกเค้าคุ้นเคยกับน้ำ
  • เติมน้ำอุ่นลงในถังหรืออ่างอาบน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำจนเต็ม แต่ให้ระดับน้ำอยู่เหนืออุ้งเท้าเพียงไม่กี่นิ้ว
  • วางลูกสุนัขลงในอ่างและปล่อยให้พวกเค้าจัดท่าทางจนกว่าจะสบายตัว ให้ขนมและพูดคุยกับพวกเค้าด้วยน้ำเสียงที่สงบและมั่นใจ

เมื่อน้องหมารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำในอ่าง ก็ถึงเวลาอาบน้ำกันแล้ว!

 

ขั้นตอนการอาบน้ำให้ลูกสุนัขตัวน้อย

หากคุณเพิ่งอาบน้ำให้ลูกสุนัขเป็นครั้งแรก ไม่ต้องกังวลไป เรามีเคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัขทุกขั้นตอนมาฝากกัน

 

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลักษณะขนของน้องหมา

ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่เหมาะกับลักษณะขน โดยอาจขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ สำหรับน้องหมาขนสั้น ควรใช้น้ำมันบำรุงขนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ในขณะที่น้องหมาขนยาวนั้น ควรใช้ครีมนวดเพื่อให้เส้นขนแข็งแรง ดูสวยน่าสัมผัส

 

  1.  ทำให้บรรยากาศในการอาบน้ำน่าประทับใจ

สามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อมีอายุ 8 สัปดาห์ การอาบน้ำตั้งแต่เด็กจะช่วยให้พวกเค้าคุ้นเคยและทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ในการอาบน้ำครั้งแรกไม่ควรมีการบังคับ แต่ควรค่อย ๆ แนะนำให้พวกเค้ารู้สึกคุ้นเคยและแสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ปล่อยให้ลูกสุนัขเดินเล่นอย่างอิสระและทำความคุ้นเคยกับการอยู่ในอ่าง จากนั้นจึงค่อยใช้แปรงหวีขนให้พวกเค้า อย่าลืมให้ขนม ลูบตัว และกอดพวกเค้าบ่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย

 

  1. แปรงขนของลูกสุนัขอย่างเบามือ

ก่อนการอาบน้ำและตัดแต่งขน ให้แปรงหรือหวีขนเบา ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกบริเวณเส้นขนและผิวหนังออกไป การทำเช่นนี้จะช่วยขจัดปมหรือขนที่พันกันได้อีกด้วย

 

  1. อาบน้ำลูกสุนัขด้วยน้ำอุ่น

เตรียมน้ำที่อุ่นแต่ไม่ร้อนจนเกินไป เนื่องจากลูกสุนัขมีผิวที่บอบบาง จึงไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งที่มาสัมผัสตัวมาก 

ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำให้พวกเค้า ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครในบ้านใช้น้ำในขณะที่คุณอาบน้ำให้ลูกสุนัข การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหันอาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

 

  1. ทำความสะอาดอย่างเบามือด้วยน้ำอุ่นและผ้าขนหนู (สำหรับลูกสุนัขอายุ 3 - 4 เดือน)

สำหรับลูกสุนัขที่อายุน้อยกว่า 3 – 4 เดือน ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นในการทำความสะอาดตัว และงดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง อุณหภูมิร่างกายของน้องหมาแตกต่างจากคนเรา น้ำที่ใช้จึงต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม น้ำที่ร้อนจนเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อน้องหมาได้

 

  1. เริ่มอาบน้ำให้ลูกสุนัขกันได้เลย

สำหรับลูกสุนัขที่มีอายุมากกว่า 3 – 4 เดือน  คุณสามารถจับพวกเค้าอาบน้ำในอ่างอาบน้ำหรือจะใช้ฝักบัวแทนก็ได้ เมื่อถึงเวลาอาบน้ำ ลูกสุนัขอาจรับมือได้ค่อนข้างยาก หากคุณมีอ่างอาบน้ำหรือฝักบัวสำหรับอาบน้ำให้ลูกสุนัขโดยเฉพาะ ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นแทนอุปกรณ์ตามปกติ เพราะจะช่วยให้จัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวของอ่างอาบน้ำไม่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้มและจมจนพวกเค้าเกิดอาการตื่นตระหนก

 

  1. เลือกแชมพูอาบน้ำที่เหมาะสม

เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป จึงจะสามารถใช้แชมพูหรือครีมนวดได้

โดยควรเลือกแชมพูและครีมนวดสูตรสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ ควรเลือกที่มีค่า pH สมดุลเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพผิวหนังและเส้นขน อาจเลือกเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่มีสารเคมีเจือปนก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้เลือกซื้อสินค้าเพราะมีราคาถูก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้ได้จริงหรือไม่ปลอดภัยกับลูกสุนัข

ควรผสมแชมพูกับน้ำในปริมาณที่เท่ากันเพื่อให้เจือจางลง ก่อนนำไปถูลงบนตัวของน้องหมา โดยระวังอย่าให้สัมผัสกับบริเวณที่บอบบาง เช่น ดวงตาและใบหู

 

  1. อาบน้ำให้ลูกสุนัขอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การอาบน้ำให้ลูกสุนัขก็เหมือนกับการอาบน้ำให้เด็กทารกตัวน้อย พวกเค้าอาจจะไม่ชินและรับมือได้ไม่ดีนักในช่วงแรก

หากกังวลว่าจะทำให้เจ้าตัวน้อยเจ็บตัว ให้ใช้ปลายนิ้วนวดแชมพูลงบนขนพวกเค้าเบา ๆ นอกจากจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองแล้ว ยังเหมือนเป็นการนวดตัวให้น้องหมาอีกด้วย รับรองเลยว่าถูกใจพวกเค้าอย่างแน่นอน!

ควรล้างน้ำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าล้างคราบแชมพูออกหมดแล้ว สำหรับลูกสุนัขอายุน้อยควรใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อล้างสบู่ออกให้หมดและเพื่อป้องกันการระคายเคืองบนผิวหนัง หลังอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรรีบเช็ดตัวน้องหมาให้แห้ง

 

  1. เช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ

ค่อย ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตามตัวน้องหมาเพื่อขจัดน้ำส่วนเกินออกไป เมื่อมั่นใจว่าเช็ดตัวจนแห้งดีแล้วหรือไม่มีน้ำหยดจากตัวพวกเค้าแล้ว ให้ใครสักคนช่วยจับหรือนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อให้น้องหมาจะรู้สึกปลอดภัย ก่อนเป่าขนให้แห้งด้วยไดร์เป่าผม ควรเลือกใช้เครื่องที่สามารถกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ลมร้อนต่ำหรือเย็นเท่านั้น

เพื่อให้ลูกสุนัขคุ้นเคยกับเสียงของไดร์เป่าผม ควรหลีกเลี่ยงการเป่าลมใส่หน้าหรือหูโดยตรง และพยายามทำให้ขนแห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับน้องหมาขนยาว ในระหว่างเป่าขนควรหยุดแปรงขนบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ขนพันกัน

 

  1. อาบน้ำเป็นประจำเพื่อสุขภาพผิวหนังที่ดี

สุขภาพของน้องหมาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการอาบน้ำเป็นประจำจะช่วยให้น้องหมามีความสุขและมีสุขภาพดี โดยแนะนำให้เจ้าของอาบน้ำให้น้องหมาเดือนละครั้ง เนื่องจากบริเวณผิวหนังและเส้นขนมักจะมีสิ่งสกปรกจากปัจจัยแวดล้อมและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน 

สำหรับลูกสุนัขควรใช้น้ำอุ่นในการอาบน้ำ และใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ นวดลงบนตัวเบา ๆ อย่าลืมแปรงขนเป็นประจำ เพื่อให้ขนนุ่มและเงางาม ทั้งนี้ไม่แนะนำให้อาบน้ำให้ลุกสุนัขบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง

ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้น้องหมาของคุณมีความสุขและแข็งแรง การอาบน้ำเป็นประจำจะทำให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัวอยู่เสมอ อาจต้องใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นเคย แต่การอาบน้ำจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานหากทำอย่างถูกวิธี

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัข

  1. เราสามารถใช้ไดร์เป่าผมกับลูกสุนัขได้หรือไม่?
  2. คุณสามารถใช้ไดร์เป่าผมกับลูกสุนัขได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง โดยพยายามถือไดร์เป่าผมให้ห่างจากน้องหมาอย่างน้อย 2 - 3 นิ้ว หลีกเลี่ยงการเป่าใส่หน้าหรือหูโดยตรง และอย่าจ่อไดร์เป่าผมที่ตัวนาน ๆ เพื่อไม่ให้น้องหมารู้สึกร้อนจนเกินไป

  3. เราสามารถใช้กระดาษเปียกทำความสะอาดตัวน้องหมาได้หรือไม่?
  4. แนะนำให้เลือกทกระดาษเปียกสำหรับเด็ก เนื่องจากเป็นสูตรที่มีความอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวบอบบางของลูกสุนัข โดยสามารถใช้ทำความสะอาดใบหน้า ลำตัว และบริเวณก้นได้ สิ่งสำคัญคือเลือกสูตรที่ปราศจากสารเคมีรุนแรง น้ำหอม และแอลกอฮอล์

  5. ลูกสุนัขอาบน้ำครั้งแรกได้เมื่อไหร่?
  6. ทางที่ดีควรรอจนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุอย่างน้อย 8 สัปดาห์ จนกว่าจะถึงเวลานั้น ให้เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แทนการอาบน้ำ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองตามตัวออกไป

  7. การอาบน้ำให้ลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ปลอดภัยหรือไม่?
  8. คุณสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ได้ แต่ควรใช้น้ำอุ่นและแชมพูสูตรอ่อนโยนเท่านั้น อย่าลืมล้างตัวพวกเค้าให้สะอาดและเช็ดตัวให้แห้งทันที เนื่องจากลูกสุนัขยังควบคุมอุณหภูมิในร่างกายได้ไม่ดี จึงรู้สึกหนาวได้ง่ายมาก 

  • สัญญาณปัญหาสุนัขท้องเสีย พร้อมวิธีรักษา
    สัญญาณปัญหาสุนัขท้องเสีย พร้อมวิธีรักษา
    adp_description_block449
    เทคนิคการดูแลน้องหมาท้องเสีย

    • แบ่งปัน

    เชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นน้องหมาเจ็บปวด มีอาการตัวสั่น อึดอัด หรือรู้สึกไม่สบายตัว เรารู้ดีว่าสถานการณ์เช่นนี้ทำให้พ่อแม่ปวดใจเสมอ

     

    หลาย ๆ คนก็คงตกใจเมื่อน้องหมาอาเจียนหรือมีอาการท้องเสีย รวมถึงสงสัยว่าทำไมน้องหมาถึงอาเจียน น้องหมาท้องเสียเป็นเพราะอะไร? แล้วอาการแบบใดที่บ่งบอกถึงปัญหาที่ร้ายแรง? เรามาหาคำตอบและทำความเข้าใจอาการเหล่านี้ไปด้วยกัน

     

    สุนัขอาเจียนและสุนัขท้องเสียเกิดจากสาเหตุอะไร?

    การอาเจียนเป็นปัญหาทั่วไปที่พบได้บ่อยและเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย มันคือการขับของเหลวในกระเพาะหรือลำไส้ส่วนบนของสุนัขอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่จะมีอาการคลื่นไส้เกิดขึ้นก่อน เช่น น้ำลายไหล เลียริมฝีปาก และกลืนน้ำลายมากผิดปกติ สาเหตุของการอาเจียนไม่ได้ร้ายแรงทุกครั้งไป อาจเป็นเพราะน้องหมากินอาหารเร็วเกินหรือกลืนกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป แต่ในบางกรณีก็เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาที่น่ากังวล เช่น การได้รับสารพิษ หรือการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง

     

    ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้องหมาท้องเสียนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากปัจจัยเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง อาการท้องไส้ปั่นป่วนในทางการแพทย์จะเรียกว่ากระเพาะและลำไส้อักเสบ โดยเกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคือง สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหัน การแพ้อาหาร การกินสิ่งแปลกปลอม การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส รวมถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น ตับอ่อนอักเสบหรือไตวาย

     

    พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจสับสนระหว่างการอาเจียนกับการสำรอก โดยทั่วไปแล้วการสำรอกจะเกิดขึ้นหลังจากกินอาหารไม่นาน และเป็นอาการที่ไม่ต้องเกร็งช่องท้อง อาหารที่ไม่ได้ย่อยจะถูกขับออกมาทางปากโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ในทางกลับกัน การอาเจียนจะอาเจียนเกี่ยวข้องกับการหดตัวของช่องท้อง ส่งผลให้อาหารที่ย่อยแล้วบางส่วนผสมกับน้ำดีถูกขับออกมา

     

    อาการปวดท้องในสุนัข

    แน่นอนว่าอาการปวดท้องทำให้น้องหมารู้สึกแย่และไม่สบายตัว พ่อแม่จึงควรทำความเข้าใจลักษณะอาการเพื่อดูแลและบรรเทาความเจ็บปวดได้ทันท่วงที โดยอาการที่พบบ่อยมีดังนี้

    • น้ำลายไหล
    • กัดฟัน
    • ขยับหรือเลียริมฝีปากบ่อยผิดปกติ

    ในกรณีที่รุนแรง น้องหมาอาจแสดงอาการเหล่านี้

    • อาเจียน
    • เรอ
    • ตด
    • ท้องเสีย
    • การบีบตัวของลำไส้รุนแรงมากขึ้น

    หากน้องหมามีอาการเจ็บปวด เบื่ออาหาร แสดงอาการขาดน้ำ มีไข้ หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย หรือตัวสั่น ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงปัญหาที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

     

    ในกรณีที่รุนแรง อาการท้องเสียอาจทำให้น้องหมาน้ำหนักลดและอาเจียนบ่อย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น โรคตับหรือไต ตับอ่อนอักเสบ และโรคมะเร็ง แนะนำให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมและอาการเครียดในสุนัข เนื่องจากมักจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นหรือกระตุ้นให้เกิดปัญหากระเพาะอาหาร

     

    สุนัขท้องเสีย รักษาเบื้องต้นได้อย่างไร?

    สำหรับการรักษาอาการสุนัขท้องเสีย วิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นส่วนใหญ่ เช่น หากสุนัขถ่ายเหลวจากการเปลี่ยนอาหารหรือการกินอาหารเร็วเกินไป สามารถดูแลรักษาที่บ้านได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการร้ายแรงอื่น ๆ ร่วมด้วย แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติม

     

    เมื่อสุนัขท้องเสีย วิธีรักษาทั่วไปคือ

    • ปรับตารางการให้อาหาร
    • เปลี่ยนมาให้อาหารรสจืดและย่อยง่าย
    • การจัดเตรียมน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ วางชามน้ำในมุมที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา
    • สามารถซื้อยาจากร้านทั่วไปได้ แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้ยาน้องหมาเสมอ

     

    รู้หรือไม่? การเสริมโพรไบโอติกเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ขอแนะนำไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารเสริมรูปแบบเม็ดเพื่อสุขภาพที่ดีของระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่ใช่การรักษาแต่เป็นวิธีแก้ปัญหาชั่วคราว หากน้องหมาท้องเสียหรืออาเจียนอย่างต่อเนื่อง ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด

     

    ในบางกรณีที่สุนัขท้องเสีย รักษาเบื้องต้นได้ด้วยตนเองที่บ้าน แต่หากเกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการรุนแรงก็จำเป็นต้องไปพบสัตวแพทย์ อายุและสุขภาพโดยรวมของสุนัขก็เป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลรักษาเช่นกัน การตรวจพบอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้การรักษาง่ายขึ้นและลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยได้ หากน้องหมาอาเจียนหลายครั้งในหนึ่งวัน อาเจียนเสมหะบ่อย หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง ควรพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว

     

    อาหารปรุงเอง เช่น เนื้อไก่ มันฝรั่งต้ม และข้าว เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสุนัขท้องเสีย แต่ไม่ควรให้ติดต่อกันในระยะยาว เพราะสุนัขอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการให้อาหารดิบ เนื่องจากมีเชื้อโรคที่เป็นอันตราย เช่น ซัลโมเนลลา ทางที่ดีควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อความปลอดภัยของน้องหมาที่คุณรัก

     

    สุนัขท้องร้องโครกคราก วิธีแก้มีอะไรบ้าง? นอกจากการปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์แล้ว คุณสามารถให้อาหารเสริมเพื่อสุขภาพระบบทางเดินอาหารได้ด้วย ลองเลย! ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารเสริมรูปแบบเม็ดเพื่อสุขภาพที่ดีของระบบทางเดินอาหาร มีส่วนประกอบของพรีไบโอติกและโพรไบโอติกที่เป็นประโยชน์กับลำไส้ เนื้อสัมผัสนุ่ม เคี้ยวง่าย ปราศจากสารสังเคราะห์ สารปรุงแต่งกลิ่นรส และวัตถุกันเสีย จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหารของสุนัขได้เป็นอย่างดี

     

    การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาอาการอาเจียนและท้องเสียของสุนัข จะช่วยให้น้องหมามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หากคุณมีข้อสงสัยหรือความกังวลใจ อย่าลังเลที่จะปรึกษาสัตวแพทย์

Close modal