IAMS TH
bathe a puppy
bathe a puppy

adp_description_block46
ควรอาบน้ำลูกหมาตอนไหนดีนะ?

  • แบ่งปัน

ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงหรือคุณพ่อคุณแม่มือโปร การอาบน้ำให้ลูกสุนัขคือหนึ่งในการดูแลที่คุณควรทำเป็นประจำ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้น้องหมาดูสะอาดสะอ้านเท่านั้น แต่ยังช่วยให้น้องหมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงอีกด้วย เพื่อให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัว ลองทำตามเคล็ดลับการอาบน้ำง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกันได้เลย

เมื่อรับเลี้ยงลูกสุนัขตัวใหม่ หนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่เจ้าของมักจะนึกถึงคือ “ลูกสุนัขอาบน้ำได้เมื่อไหร่” และ 'ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน?' เราสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อพวกเค้ามีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ โดยต้องอาบน้ำให้พวกเค้าอย่างระมัดระวังและอ่อนโยนที่สุด หลังจากอาบน้ำครั้งแรกแล้ว การอาบน้ำครั้งต่อ ๆ ไปควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ก่อนเริ่มอาบน้ำ ควรจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ทั้งผ้าเช็ดตัว แชมพูและครีมนวดสำหรับน้องหมาขนยาว แปรงหรือหวี และไดร์เป่าผม

 

เพื่อให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกดีระหว่างการอาบน้ำ ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  • เริ่มต้นด้วยการทำให้พวกเค้าคุ้นเคยกับน้ำ
  • เติมน้ำอุ่นลงในถังหรืออ่างอาบน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำจนเต็ม แต่ให้ระดับน้ำอยู่เหนืออุ้งเท้าเพียงไม่กี่นิ้ว
  • วางลูกสุนัขลงในอ่างและปล่อยให้พวกเค้าจัดท่าทางจนกว่าจะสบายตัว ให้ขนมและพูดคุยกับพวกเค้าด้วยน้ำเสียงที่สงบและมั่นใจ

เมื่อน้องหมารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำในอ่าง ก็ถึงเวลาอาบน้ำกันแล้ว!

 

ขั้นตอนการอาบน้ำให้ลูกสุนัขตัวน้อย

หากคุณเพิ่งอาบน้ำให้ลูกสุนัขเป็นครั้งแรก ไม่ต้องกังวลไป เรามีเคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัขทุกขั้นตอนมาฝากกัน

 

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลักษณะขนของน้องหมา

ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่เหมาะกับลักษณะขน โดยอาจขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ สำหรับน้องหมาขนสั้น ควรใช้น้ำมันบำรุงขนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ในขณะที่น้องหมาขนยาวนั้น ควรใช้ครีมนวดเพื่อให้เส้นขนแข็งแรง ดูสวยน่าสัมผัส

 

  1.  ทำให้บรรยากาศในการอาบน้ำน่าประทับใจ

สามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อมีอายุ 8 สัปดาห์ การอาบน้ำตั้งแต่เด็กจะช่วยให้พวกเค้าคุ้นเคยและทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ในการอาบน้ำครั้งแรกไม่ควรมีการบังคับ แต่ควรค่อย ๆ แนะนำให้พวกเค้ารู้สึกคุ้นเคยและแสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ปล่อยให้ลูกสุนัขเดินเล่นอย่างอิสระและทำความคุ้นเคยกับการอยู่ในอ่าง จากนั้นจึงค่อยใช้แปรงหวีขนให้พวกเค้า อย่าลืมให้ขนม ลูบตัว และกอดพวกเค้าบ่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย

 

  1. แปรงขนของลูกสุนัขอย่างเบามือ

ก่อนการอาบน้ำและตัดแต่งขน ให้แปรงหรือหวีขนเบา ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกบริเวณเส้นขนและผิวหนังออกไป การทำเช่นนี้จะช่วยขจัดปมหรือขนที่พันกันได้อีกด้วย

 

  1. อาบน้ำลูกสุนัขด้วยน้ำอุ่น

เตรียมน้ำที่อุ่นแต่ไม่ร้อนจนเกินไป เนื่องจากลูกสุนัขมีผิวที่บอบบาง จึงไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งที่มาสัมผัสตัวมาก 

ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำให้พวกเค้า ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครในบ้านใช้น้ำในขณะที่คุณอาบน้ำให้ลูกสุนัข การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหันอาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

 

  1. ทำความสะอาดอย่างเบามือด้วยน้ำอุ่นและผ้าขนหนู (สำหรับลูกสุนัขอายุ 3 - 4 เดือน)

สำหรับลูกสุนัขที่อายุน้อยกว่า 3 – 4 เดือน ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นในการทำความสะอาดตัว และงดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง อุณหภูมิร่างกายของน้องหมาแตกต่างจากคนเรา น้ำที่ใช้จึงต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม น้ำที่ร้อนจนเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อน้องหมาได้

 

  1. เริ่มอาบน้ำให้ลูกสุนัขกันได้เลย

สำหรับลูกสุนัขที่มีอายุมากกว่า 3 – 4 เดือน  คุณสามารถจับพวกเค้าอาบน้ำในอ่างอาบน้ำหรือจะใช้ฝักบัวแทนก็ได้ เมื่อถึงเวลาอาบน้ำ ลูกสุนัขอาจรับมือได้ค่อนข้างยาก หากคุณมีอ่างอาบน้ำหรือฝักบัวสำหรับอาบน้ำให้ลูกสุนัขโดยเฉพาะ ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นแทนอุปกรณ์ตามปกติ เพราะจะช่วยให้จัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวของอ่างอาบน้ำไม่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้มและจมจนพวกเค้าเกิดอาการตื่นตระหนก

 

  1. เลือกแชมพูอาบน้ำที่เหมาะสม

เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป จึงจะสามารถใช้แชมพูหรือครีมนวดได้

โดยควรเลือกแชมพูและครีมนวดสูตรสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ ควรเลือกที่มีค่า pH สมดุลเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพผิวหนังและเส้นขน อาจเลือกเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่มีสารเคมีเจือปนก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้เลือกซื้อสินค้าเพราะมีราคาถูก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้ได้จริงหรือไม่ปลอดภัยกับลูกสุนัข

ควรผสมแชมพูกับน้ำในปริมาณที่เท่ากันเพื่อให้เจือจางลง ก่อนนำไปถูลงบนตัวของน้องหมา โดยระวังอย่าให้สัมผัสกับบริเวณที่บอบบาง เช่น ดวงตาและใบหู

 

  1. อาบน้ำให้ลูกสุนัขอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การอาบน้ำให้ลูกสุนัขก็เหมือนกับการอาบน้ำให้เด็กทารกตัวน้อย พวกเค้าอาจจะไม่ชินและรับมือได้ไม่ดีนักในช่วงแรก

หากกังวลว่าจะทำให้เจ้าตัวน้อยเจ็บตัว ให้ใช้ปลายนิ้วนวดแชมพูลงบนขนพวกเค้าเบา ๆ นอกจากจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองแล้ว ยังเหมือนเป็นการนวดตัวให้น้องหมาอีกด้วย รับรองเลยว่าถูกใจพวกเค้าอย่างแน่นอน!

ควรล้างน้ำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าล้างคราบแชมพูออกหมดแล้ว สำหรับลูกสุนัขอายุน้อยควรใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อล้างสบู่ออกให้หมดและเพื่อป้องกันการระคายเคืองบนผิวหนัง หลังอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรรีบเช็ดตัวน้องหมาให้แห้ง

 

  1. เช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ

ค่อย ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตามตัวน้องหมาเพื่อขจัดน้ำส่วนเกินออกไป เมื่อมั่นใจว่าเช็ดตัวจนแห้งดีแล้วหรือไม่มีน้ำหยดจากตัวพวกเค้าแล้ว ให้ใครสักคนช่วยจับหรือนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อให้น้องหมาจะรู้สึกปลอดภัย ก่อนเป่าขนให้แห้งด้วยไดร์เป่าผม ควรเลือกใช้เครื่องที่สามารถกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ลมร้อนต่ำหรือเย็นเท่านั้น

เพื่อให้ลูกสุนัขคุ้นเคยกับเสียงของไดร์เป่าผม ควรหลีกเลี่ยงการเป่าลมใส่หน้าหรือหูโดยตรง และพยายามทำให้ขนแห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับน้องหมาขนยาว ในระหว่างเป่าขนควรหยุดแปรงขนบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ขนพันกัน

 

  1. อาบน้ำเป็นประจำเพื่อสุขภาพผิวหนังที่ดี

สุขภาพของน้องหมาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการอาบน้ำเป็นประจำจะช่วยให้น้องหมามีความสุขและมีสุขภาพดี โดยแนะนำให้เจ้าของอาบน้ำให้น้องหมาเดือนละครั้ง เนื่องจากบริเวณผิวหนังและเส้นขนมักจะมีสิ่งสกปรกจากปัจจัยแวดล้อมและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน 

สำหรับลูกสุนัขควรใช้น้ำอุ่นในการอาบน้ำ และใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ นวดลงบนตัวเบา ๆ อย่าลืมแปรงขนเป็นประจำ เพื่อให้ขนนุ่มและเงางาม ทั้งนี้ไม่แนะนำให้อาบน้ำให้ลุกสุนัขบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง

ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้น้องหมาของคุณมีความสุขและแข็งแรง การอาบน้ำเป็นประจำจะทำให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัวอยู่เสมอ อาจต้องใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นเคย แต่การอาบน้ำจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานหากทำอย่างถูกวิธี

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัข

  1. เราสามารถใช้ไดร์เป่าผมกับลูกสุนัขได้หรือไม่?
  2. คุณสามารถใช้ไดร์เป่าผมกับลูกสุนัขได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง โดยพยายามถือไดร์เป่าผมให้ห่างจากน้องหมาอย่างน้อย 2 - 3 นิ้ว หลีกเลี่ยงการเป่าใส่หน้าหรือหูโดยตรง และอย่าจ่อไดร์เป่าผมที่ตัวนาน ๆ เพื่อไม่ให้น้องหมารู้สึกร้อนจนเกินไป

  3. เราสามารถใช้กระดาษเปียกทำความสะอาดตัวน้องหมาได้หรือไม่?
  4. แนะนำให้เลือกทกระดาษเปียกสำหรับเด็ก เนื่องจากเป็นสูตรที่มีความอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวบอบบางของลูกสุนัข โดยสามารถใช้ทำความสะอาดใบหน้า ลำตัว และบริเวณก้นได้ สิ่งสำคัญคือเลือกสูตรที่ปราศจากสารเคมีรุนแรง น้ำหอม และแอลกอฮอล์

  5. ลูกสุนัขอาบน้ำครั้งแรกได้เมื่อไหร่?
  6. ทางที่ดีควรรอจนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุอย่างน้อย 8 สัปดาห์ จนกว่าจะถึงเวลานั้น ให้เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แทนการอาบน้ำ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองตามตัวออกไป

  7. การอาบน้ำให้ลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ปลอดภัยหรือไม่?
  8. คุณสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ได้ แต่ควรใช้น้ำอุ่นและแชมพูสูตรอ่อนโยนเท่านั้น อย่าลืมล้างตัวพวกเค้าให้สะอาดและเช็ดตัวให้แห้งทันที เนื่องจากลูกสุนัขยังควบคุมอุณหภูมิในร่างกายได้ไม่ดี จึงรู้สึกหนาวได้ง่ายมาก 

  • 5 เหตุผลที่สุนัขของคุณนอนหลับนาน
    5 เหตุผลที่สุนัขของคุณนอนหลับนาน
    adp_description_block320
    5 เหตุผลที่สุนัขของคุณนอนหลับนาน

    • แบ่งปัน

    ใครเคยเป็นบ้าง? อยากสลับตัวกับน้องหมา เพราะอิจฉาที่น้องหมาได้นอนทั้งวัน ไม่ต้องทำงาน แค่พักผ่อนสบาย ๆ อยู่ในบ้าน แม้ว่าจะนอนหลับเต็มอิ่มมาตลอดทั้งคืนแล้ว แต่น้องหมาก็ยังสามารถงีบหลับได้ในช่วงกลางวัน อาจเห็นพวกเค้านอนอาบแดด หลับไปบนโซฟา หรือแค่งีบหลับอยู่ใกล้ ๆ ตัวเรา และเมื่อตื่นขึ้นมาหลังจากงีบหลับไป เจ้าตัวน้อยของคุณก็จะเต็มไปด้วยพลังและพร้อมสำหรับการเล่นอย่างจริงจัง

     

    ทำไมสุนัขของฉันถึงนอนมาก? สุนัขนอนกลางคืนกี่ชั่วโมง? สุนัขนอนทั้งวันผิดปกติหรือไม่? คำถามเหล่านี้พบบ่อยมากในหมู่ผู้เลี้ยงสุนัข เพราะสัตว์หลายชนิด รวมถึงสุนัขด้วย มีพฤติกรรมการนอนแตกต่างจากคน นอกจากนี้วงจรการนอนหลับของสุนัขก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ สุขภาพ และรูปแบบการใช้ชีวิต อ่านบทความของเราเพื่อค้นหาคำตอบว่าน้องหมานอนวันละกี่ชั่วโมง พร้อมทำความเข้าใจพฤติกรรมการนอนของพวกเค้ากันให้มากขึ้น
     

    สุนัขนอนกี่ชั่วโมงในแต่ละวัน?

    สุนัขจำเป็นต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งระยะเวลาในการนอนอาจมากกว่าเรา และเพราะเป็นสัตว์กินเนื้อจึงนอนหลับมากกว่าสัตว์กินพืช เนื่องจากการนอนเป็นอันตรายต่อสัตว์ที่เป็นเหยื่อมากกว่า ระยะเวลาในการนอนหลับของสุนัขจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ สุขภาพโดยรวม และรูปแบบการใช้ชีวิต โดยอายุถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุด
     

    สุนัขนอนทั้งวันจริงหรือไม่? โดยทั่วไป สุนัขจะนอนหลับประมาณ 12 – 14 ชั่วโมงต่อวัน แต่สำหรับลูกสุนัขอาจนอนนานกว่านี้ เนื่องจากลูกสุนัขจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูร่างกายในช่วง 2 – 3 เดือนแรกของชีวิต เรามาดูกันว่าอายุส่งผลต่อวงจรการนอนหลับของสุนัขอย่างไรบ้าง

    • ลูกสุนัข

    ลูกสุนัขต้องนอนมากเท่าที่ร่างกายต้องการเพื่อการเจริญเติบโตและการฟื้นฟู เป็นเรื่องปกติหากลูกสุนัขจะนอนหลับเกือบทั้งวัน ความจริงแล้ว ลูกสุนัขมักจะนอนหลับในช่วงกลางวันและนอนน้อยลงในช่วงกลางคืน

    • สุนัขโต

    สุนัขโตเต็มวัยจะนอนประมาณ 8 – 13 ชั่วโมง หรือโดยเฉลี่ย 11 ชั่วโมงต่อวัน สุนัขโตมักจะนอนได้นานขึ้นในตอนกลางคืน ขึ้นอยู่กับกิจวัตรประจำวันของพวกเค้าและผู้เลี้ยง อย่างไรก็ตาม การงีบหลับในช่วงกลางวันก็ยังคงเกิดขึ้นตามปกติ พวกเค้าอาจนอนสองสามชั่วโมงระหว่างวัน

    • สุนัขสูงวัย

    สุนัขสูงอายุนอนหลับได้มากเท่ากับลูกสุนัข มักจะไม่ตื่นขึ้นมากลางดึกและงีบหลับเป็นเวลาหลายชั่วโมงตลอดทั้งวัน การนอนหลับช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และฟื้นตัวได้ดีเมื่อมีอายุมากขึ้น
     

    สุนัขนอนหลับมากเกินไปหรือเปล่า?

    น้องหมานอนเยอะมาก พฤติกรรมนี้ผิดปกติหรือเปล่า? สุนัขทุกช่วงวัยนอนหลับเฉลี่ยประมาณ 15 ชั่วโมงต่อวัน น้องหมาแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ทั้งความต้องการ สุขภาพ และกิจวัตรประจำวัน หากคุณหมั่นสังเกตพฤติกรรม ในไม่ช้า คุณก็จะเข้าใจวิธีการทำงานของร่างกายและวงจรการนอนหลับของน้องหมา
     

    หากคุณกังวลที่น้องหมานอนเยอะเกินไป อย่าลังเลที่จะปรึกษาสัตวแพทย์ เป็นการดีกว่าเสมอที่จะคลายข้อสงสัยของคุณและพาเจ้าตัวน้อยไปตรวจสุขภาพเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากปัญหาสุขภาพเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้น้องหมานอนเยอะกว่าปกติ เช่น โรคเบาหวาน อาการซึมเศร้า และความวิตกกังวล
     

    สาเหตุที่สุนัขนอนหลับมาก

    มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้น้องหมานอนหลับมากหรือนอนนานเกินไป โดยปัญหาสุขภาพเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย จึงแนะนำให้หมั่นพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว น้องหมาอาจนอนหลับนานขึ้นเพราะสาเหตุเหล่านี้ได้เช่นกัน

    • ความเครียด ความวิตกกังวล และความเบื่อหน่าย

    หากbbที่ง่ายที่สุดคือความเบื่อหน่าย บางครั้งน้องหมาก็เลือกที่จะนอนเพียงเพราะไม่มีอะไรทำ แต่บางครั้งก็อาจเกิดจากความเครียดและความวิตกกังวล โดยคุณจะพบว่าน้องหมามีอาการเซื่องซึมและเผลอหลับบ่อย ๆ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างกิจวัตรประจำวัน พยายามแบ่งเวลาเล่นและออกกำลังกายให้เพียงพอต่อความต้องการของพวกเค้า

    • โรคเบาหวาน

    น้องหมาอาจเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ในปริมาณที่ต้องการ สุนัขบางพันธุ์มีความเสี่ยงต่อโรคนี้สูงกว่าพันธุ์อื่น ๆ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ

    • การติดเชื้อไวรัส

    การติดเชื้อไวรัสในสุนัขติดต่อได้ง่ายและอาจส่งผลต่อร่างกายอย่างรุนแรง น้องหมาจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ และอาจมีภาวะขาดโปรตีนด้วย การฟื้นตัวจากโรคนี้มักจะใช้เวลานานพอสมควร แนะนำให้ฉีดวัคซีนลูกสุนัขตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

    • การติดเชื้อแบคทีเรีย

    การติดเชื้อแบคทีเรียเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในสุนัข อีกทั้งยังติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสปัสสาวะของสุนัขตัวอื่น และสามารถแพร่กระจายมาสู่คนได้เช่นกัน การติดเชื้อนี้อาจทำให้ร่างกายหมดพลังงาน ส่งผลให้น้องหมานอนหลับบ่อยผิดปกติ

    • การได้รับสารพิษ

    หากน้องหมาไม่ได้รับการฝึกอย่างเหมาะสมและชอบกินของแปลกปลอม ความเสี่ยงต่อการได้รับพิษก็จะมากขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารของคนหลายชนิด เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุนัข เช่น อะโวคาโด เครื่องเทศ กาแฟ และชีสบางชนิด
     

    ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าในหนึ่งวันสุนัขนอนกี่ชั่วโมง หากพบว่าน้องหมามีอาการผิดปกติหรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน ควรพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ทันที

Close modal