IAMS TH
bathe a puppy
bathe a puppy

adp_description_block129
ควรอาบน้ำลูกหมาตอนไหนดีนะ?

  • แบ่งปัน

ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงหรือคุณพ่อคุณแม่มือโปร การอาบน้ำให้ลูกสุนัขคือหนึ่งในการดูแลที่คุณควรทำเป็นประจำ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้น้องหมาดูสะอาดสะอ้านเท่านั้น แต่ยังช่วยให้น้องหมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงอีกด้วย เพื่อให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัว ลองทำตามเคล็ดลับการอาบน้ำง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกันได้เลย

เมื่อรับเลี้ยงลูกสุนัขตัวใหม่ หนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่เจ้าของมักจะนึกถึงคือ “ลูกสุนัขอาบน้ำได้เมื่อไหร่” และ 'ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน?' เราสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อพวกเค้ามีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ โดยต้องอาบน้ำให้พวกเค้าอย่างระมัดระวังและอ่อนโยนที่สุด หลังจากอาบน้ำครั้งแรกแล้ว การอาบน้ำครั้งต่อ ๆ ไปควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ก่อนเริ่มอาบน้ำ ควรจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ทั้งผ้าเช็ดตัว แชมพูและครีมนวดสำหรับน้องหมาขนยาว แปรงหรือหวี และไดร์เป่าผม

 

เพื่อให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกดีระหว่างการอาบน้ำ ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  • เริ่มต้นด้วยการทำให้พวกเค้าคุ้นเคยกับน้ำ
  • เติมน้ำอุ่นลงในถังหรืออ่างอาบน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำจนเต็ม แต่ให้ระดับน้ำอยู่เหนืออุ้งเท้าเพียงไม่กี่นิ้ว
  • วางลูกสุนัขลงในอ่างและปล่อยให้พวกเค้าจัดท่าทางจนกว่าจะสบายตัว ให้ขนมและพูดคุยกับพวกเค้าด้วยน้ำเสียงที่สงบและมั่นใจ

เมื่อน้องหมารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำในอ่าง ก็ถึงเวลาอาบน้ำกันแล้ว!

 

ขั้นตอนการอาบน้ำให้ลูกสุนัขตัวน้อย

หากคุณเพิ่งอาบน้ำให้ลูกสุนัขเป็นครั้งแรก ไม่ต้องกังวลไป เรามีเคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัขทุกขั้นตอนมาฝากกัน

 

  1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลักษณะขนของน้องหมา

ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่เหมาะกับลักษณะขน โดยอาจขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ สำหรับน้องหมาขนสั้น ควรใช้น้ำมันบำรุงขนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ในขณะที่น้องหมาขนยาวนั้น ควรใช้ครีมนวดเพื่อให้เส้นขนแข็งแรง ดูสวยน่าสัมผัส

 

  1.  ทำให้บรรยากาศในการอาบน้ำน่าประทับใจ

สามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อมีอายุ 8 สัปดาห์ การอาบน้ำตั้งแต่เด็กจะช่วยให้พวกเค้าคุ้นเคยและทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ในการอาบน้ำครั้งแรกไม่ควรมีการบังคับ แต่ควรค่อย ๆ แนะนำให้พวกเค้ารู้สึกคุ้นเคยและแสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ปล่อยให้ลูกสุนัขเดินเล่นอย่างอิสระและทำความคุ้นเคยกับการอยู่ในอ่าง จากนั้นจึงค่อยใช้แปรงหวีขนให้พวกเค้า อย่าลืมให้ขนม ลูบตัว และกอดพวกเค้าบ่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย

 

  1. แปรงขนของลูกสุนัขอย่างเบามือ

ก่อนการอาบน้ำและตัดแต่งขน ให้แปรงหรือหวีขนเบา ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกบริเวณเส้นขนและผิวหนังออกไป การทำเช่นนี้จะช่วยขจัดปมหรือขนที่พันกันได้อีกด้วย

 

  1. อาบน้ำลูกสุนัขด้วยน้ำอุ่น

เตรียมน้ำที่อุ่นแต่ไม่ร้อนจนเกินไป เนื่องจากลูกสุนัขมีผิวที่บอบบาง จึงไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งที่มาสัมผัสตัวมาก 

ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำให้พวกเค้า ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครในบ้านใช้น้ำในขณะที่คุณอาบน้ำให้ลูกสุนัข การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหันอาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

 

  1. ทำความสะอาดอย่างเบามือด้วยน้ำอุ่นและผ้าขนหนู (สำหรับลูกสุนัขอายุ 3 - 4 เดือน)

สำหรับลูกสุนัขที่อายุน้อยกว่า 3 – 4 เดือน ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นในการทำความสะอาดตัว และงดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง อุณหภูมิร่างกายของน้องหมาแตกต่างจากคนเรา น้ำที่ใช้จึงต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม น้ำที่ร้อนจนเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อน้องหมาได้

 

  1. เริ่มอาบน้ำให้ลูกสุนัขกันได้เลย

สำหรับลูกสุนัขที่มีอายุมากกว่า 3 – 4 เดือน  คุณสามารถจับพวกเค้าอาบน้ำในอ่างอาบน้ำหรือจะใช้ฝักบัวแทนก็ได้ เมื่อถึงเวลาอาบน้ำ ลูกสุนัขอาจรับมือได้ค่อนข้างยาก หากคุณมีอ่างอาบน้ำหรือฝักบัวสำหรับอาบน้ำให้ลูกสุนัขโดยเฉพาะ ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นแทนอุปกรณ์ตามปกติ เพราะจะช่วยให้จัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวของอ่างอาบน้ำไม่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้มและจมจนพวกเค้าเกิดอาการตื่นตระหนก

 

  1. เลือกแชมพูอาบน้ำที่เหมาะสม

เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป จึงจะสามารถใช้แชมพูหรือครีมนวดได้

โดยควรเลือกแชมพูและครีมนวดสูตรสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ ควรเลือกที่มีค่า pH สมดุลเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพผิวหนังและเส้นขน อาจเลือกเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่มีสารเคมีเจือปนก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้เลือกซื้อสินค้าเพราะมีราคาถูก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้ได้จริงหรือไม่ปลอดภัยกับลูกสุนัข

ควรผสมแชมพูกับน้ำในปริมาณที่เท่ากันเพื่อให้เจือจางลง ก่อนนำไปถูลงบนตัวของน้องหมา โดยระวังอย่าให้สัมผัสกับบริเวณที่บอบบาง เช่น ดวงตาและใบหู

 

  1. อาบน้ำให้ลูกสุนัขอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การอาบน้ำให้ลูกสุนัขก็เหมือนกับการอาบน้ำให้เด็กทารกตัวน้อย พวกเค้าอาจจะไม่ชินและรับมือได้ไม่ดีนักในช่วงแรก

หากกังวลว่าจะทำให้เจ้าตัวน้อยเจ็บตัว ให้ใช้ปลายนิ้วนวดแชมพูลงบนขนพวกเค้าเบา ๆ นอกจากจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองแล้ว ยังเหมือนเป็นการนวดตัวให้น้องหมาอีกด้วย รับรองเลยว่าถูกใจพวกเค้าอย่างแน่นอน!

ควรล้างน้ำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าล้างคราบแชมพูออกหมดแล้ว สำหรับลูกสุนัขอายุน้อยควรใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อล้างสบู่ออกให้หมดและเพื่อป้องกันการระคายเคืองบนผิวหนัง หลังอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรรีบเช็ดตัวน้องหมาให้แห้ง

 

  1. เช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ

ค่อย ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตามตัวน้องหมาเพื่อขจัดน้ำส่วนเกินออกไป เมื่อมั่นใจว่าเช็ดตัวจนแห้งดีแล้วหรือไม่มีน้ำหยดจากตัวพวกเค้าแล้ว ให้ใครสักคนช่วยจับหรือนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อให้น้องหมาจะรู้สึกปลอดภัย ก่อนเป่าขนให้แห้งด้วยไดร์เป่าผม ควรเลือกใช้เครื่องที่สามารถกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ลมร้อนต่ำหรือเย็นเท่านั้น

เพื่อให้ลูกสุนัขคุ้นเคยกับเสียงของไดร์เป่าผม ควรหลีกเลี่ยงการเป่าลมใส่หน้าหรือหูโดยตรง และพยายามทำให้ขนแห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับน้องหมาขนยาว ในระหว่างเป่าขนควรหยุดแปรงขนบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ขนพันกัน

 

  1. อาบน้ำเป็นประจำเพื่อสุขภาพผิวหนังที่ดี

สุขภาพของน้องหมาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการอาบน้ำเป็นประจำจะช่วยให้น้องหมามีความสุขและมีสุขภาพดี โดยแนะนำให้เจ้าของอาบน้ำให้น้องหมาเดือนละครั้ง เนื่องจากบริเวณผิวหนังและเส้นขนมักจะมีสิ่งสกปรกจากปัจจัยแวดล้อมและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน 

สำหรับลูกสุนัขควรใช้น้ำอุ่นในการอาบน้ำ และใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ นวดลงบนตัวเบา ๆ อย่าลืมแปรงขนเป็นประจำ เพื่อให้ขนนุ่มและเงางาม ทั้งนี้ไม่แนะนำให้อาบน้ำให้ลุกสุนัขบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง

ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้น้องหมาของคุณมีความสุขและแข็งแรง การอาบน้ำเป็นประจำจะทำให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัวอยู่เสมอ อาจต้องใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นเคย แต่การอาบน้ำจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานหากทำอย่างถูกวิธี

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัข

  1. เราสามารถใช้ไดร์เป่าผมกับลูกสุนัขได้หรือไม่?
  2. คุณสามารถใช้ไดร์เป่าผมกับลูกสุนัขได้ แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง โดยพยายามถือไดร์เป่าผมให้ห่างจากน้องหมาอย่างน้อย 2 - 3 นิ้ว หลีกเลี่ยงการเป่าใส่หน้าหรือหูโดยตรง และอย่าจ่อไดร์เป่าผมที่ตัวนาน ๆ เพื่อไม่ให้น้องหมารู้สึกร้อนจนเกินไป

  3. เราสามารถใช้กระดาษเปียกทำความสะอาดตัวน้องหมาได้หรือไม่?
  4. แนะนำให้เลือกทกระดาษเปียกสำหรับเด็ก เนื่องจากเป็นสูตรที่มีความอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวบอบบางของลูกสุนัข โดยสามารถใช้ทำความสะอาดใบหน้า ลำตัว และบริเวณก้นได้ สิ่งสำคัญคือเลือกสูตรที่ปราศจากสารเคมีรุนแรง น้ำหอม และแอลกอฮอล์

  5. ลูกสุนัขอาบน้ำครั้งแรกได้เมื่อไหร่?
  6. ทางที่ดีควรรอจนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุอย่างน้อย 8 สัปดาห์ จนกว่าจะถึงเวลานั้น ให้เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แทนการอาบน้ำ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองตามตัวออกไป

  7. การอาบน้ำให้ลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ปลอดภัยหรือไม่?
  8. คุณสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ได้ แต่ควรใช้น้ำอุ่นและแชมพูสูตรอ่อนโยนเท่านั้น อย่าลืมล้างตัวพวกเค้าให้สะอาดและเช็ดตัวให้แห้งทันที เนื่องจากลูกสุนัขยังควบคุมอุณหภูมิในร่างกายได้ไม่ดี จึงรู้สึกหนาวได้ง่ายมาก 

  • Why the Taste of Your Dog’s Food Matters
    Why the Taste of Your Dog’s Food Matters
    adp_description_block164
    ดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องอร่อยด้วย เทคนิคเพิ่มความอร่อยให้อาหารน้องหมา

    • แบ่งปัน

    ความอร่อยของอาหารสุนัขสำคัญอย่างไร?

    อาหารสุนัขคุณภาพดีมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนตรงตามความต้องการของน้องหมา แต่มันจะไม่เกิดประโยชน์ใดเลยหากน้องหมาไม่ยอมกินเข้าไป ดังนั้นนอกจากคุณค่าทางโภชนาการแล้ว อาหารสุนัขจึงควรได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อให้มีรสชาติอร่อยถูกใจบรรดาเจ้าตัวน้อยสี่ขาด้วย
     

    ส่วนเคล็ดลับความอร่อยของอาหารสุนัขนั้น จะอยู่ที่เครื่องปรุงและวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงการเติมส่วนผสมลับที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอม รสชาติ และเนื้อสัมผัส เช่น ไขมัน เกลือ โปรตีน ยีสต์ และอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อให้อาหารมีรสชาติดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอาหารเม็ดที่ต้องเพิ่มรสชาติให้ดึงดูดใจน้องหมาได้
     

    อะไรคือความอร่อยสำหรับน้องหมา?

    ความอร่อยสำหรับน้องหมาอาจหมายถึงความพึงพอใจในรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสของอาหาร โดยผู้ผลิตอาหารสุนัขส่วนใหญ่ลงทุนศึกษาวิธีการควบคุมปริมาณและแปรรูปส่วนผสมเพื่อให้ได้อาหารที่มีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติอร่อยน่ากิน


    จะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารมีรสชาติอร่อย?

    เราสามารถทดสอบความอร่อยได้ด้วย 2 วิธีต่อไปนี้:
     

    การกินคำแรก: “การกินคำแรก” เป็นการวัดความประทับใจแรกที่น้องหมามีต่อกลิ่นและรูปลักษณ์ของอาหาร
     

    ปริมาณอาหารทั้งหมด: ทั้งนี้ความแปลกใหม่ของอาหารอาจทำให้ผลสรุปคลาดเคลื่อนได้ นอกจากการกินคำแรกแล้ว จึงต้องทดสอบต่อด้วยการวัด “ปริมาณอาหารทั้งหมด” ที่น้องหมากินเข้าไป ซึ่งปริมาณดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งบอกว่าอาหารสามารถดึงดูดใจน้องหมาได้มากน้อยเพียงใดเมื่อเวลาผ่านไป การทดสอบเหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกอาหารที่ถูกใจน้องหมาได้ ทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าโภชนาการ

     

    นิสัยเลือกกินของน้องหมาเกิดจากอะไร?

    มีเหตุผลมากมายที่ทำให้น้องหมาติดนิสัยเลือกกิน ซึ่งรวมถึงเหตุผลเหล่านี้ด้วย:

    • ได้รับขนมหรืออาหารของคนมากเกินไป
    • ไม่ชอบส่วนผสมบางอย่างในอาหาร
    • ขาดความหลากหลายของอาหาร
    • ปัญหาด้านสุขภาพ

    น้องหมารู้ได้อย่างไรว่าอาหารอร่อย?

    น้องหมามีต่อมรับกลิ่นมากกว่าต่อมรับรสเมื่อเปรียบเทียบกับคน นั่นหมายความว่าอาหารที่มีกลิ่นแรงจะดึงความสนใจพวกเค้าได้มากกว่า แต่อาหารที่ไม่ค่อยมีกลิ่นอย่างอาหารเม็ดก็มีความน่ากินสำหรับน้องหมาเช่นกัน เนื่องจากน้องหมาสามารถรับรสของไขมันและเกลือ (ไม่จำเป็นต้องเป็นรสเค็มเสมอไป) ได้ค่อนข้างดี อาหารเม็ดส่วนใหญ่จึงมีส่วนผสมของไขมัน เพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยโดยไม่ทำให้อาหารมีกลิ่นแรง
     

    แม้ว่ารสชาติและกลิ่นจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้น้องหมาตัดสินว่าอาหารถูกใจหรือไม่ แต่ความอร่อยหรือความน่ากินก็อาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความชอบเฉพาะตัวของน้องหมา รวมถึงอาหารที่เจ้าของชอบให้กิน และการกำหนดตารางเวลาในการให้อาหารด้วย
     

    ทำอย่างไรให้น้องหมายอมกินอาหาร?

    สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อให้น้องหมากินอาหาร มีดังนี้:

     

    • วางแผนการให้อาหาร

    ทุกคนในบ้านต้องทำตามแผนอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ หากต้องการให้อาหารอื่นเพิ่มเติม ควรคำนวณปริมาณอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ควรได้รับในแต่ละวันให้เหมาะสมด้วย

     

    • หลีกเลี่ยงการให้กินอาหารของคน

    การให้กินอาหารของคนบ่อย ๆ จะทำให้น้องหมาติดนิสัยชอบขอและไม่ยอมกินอาหารของตัวเอง นอกจากนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย ตั้งแต่อาการท้องเสียไปจนถึงภาวะตับอ่อนอักเสบ ถึงแม้ว่าอาหารของคนจะดูน่ากินมากกว่า แต่มันก็มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอต่อความต้องการของน้องหมา

     

    • กำหนดเวลาให้อาหาร

    สำหรับลูกสุนัขตัวน้อยควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 2 – 3 มื้อต่อวัน หรือให้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เมื่อน้องหมาโตขึ้นก็สามารถลดจำนวนมื้ออาหารลงได้ แต่ต้องเพิ่มปริมาณอาหารแต่ละมื้อให้มากขึ้น คุณอาจเลือกให้อาหารที่หลากหลายได้ แต่ควรคำนวณปริมาณให้เหมาะสมต่อความต้องการในแต่ละวันของพวกเค้าด้วย

     

    การทดสอบความอร่อยของอาหารมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

    การทดสอบควรดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลโดยนักโภชนาการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง สำหรับขั้นตอนแรกในการทดสอบ จะเริ่มจากการให้อาหารน้องหมา 2 ชามในเวลาเดียวกัน ชามแต่ละใบจะมีอาหารแตกต่างกันโดยได้รับการชั่งน้ำหนักและบันทึกรายละเอียดเอาไว้แล้ว
     

    จากนั้นผู้เชี่ยวชาญก็จะสังเกตและจดบันทึกการเลือกกินอาหารคำแรกของน้องหมา เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ชามอาหารทั้งสองจะถูกนำออกไปชั่งน้ำหนักเพื่อวัดปริมาณอาหารที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ในแต่ละวันชามอาหารจะถูกเปลี่ยนตำแหน่งจากซ้ายไปขวาตลอดช่วงการทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าน้องหมาไม่ได้เลือกกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งจากความคุ้นเคย
     

    การวัดปริมาณอาหารจะคำนวณจากความแตกต่างระหว่างน้ำหนักต้น (ก่อนการทดสอบ) และน้ำหนักสิ้นสุด (หลังการทดสอบ) ของอาหารแต่ละชาม โดยการทดสอบจะทำซ้ำติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน เมื่อครบกำหนดก็จะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อสรุปผลความน่ากินของอาหารแต่ละชนิด

     

    รสชาติที่เจ้าตัวน้อยโปรดปราน

    รสชาติเหล่านี้คือตัวอย่างรสชาติที่สามารถดึงดูดใจน้องหมาได้เป็นอย่างดี


    รสเนื้อ

    • น้องหมาส่วนใหญ่ชอบกินเนื้อสัตว์
    • เนื้อสัตว์มีปริมาณโซเดียมเพียงพอต่อความต้องการของน้องหมา จึงไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริมเพิ่ม
    • อาหารสุนัขควรมีส่วนผสมของเนื้อไก่ เนื้อปลาแซลมอน เนื้อไก่งวง เนื้อแกะ หรือเนื้อวัว
    • เนื้อสัตว์ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี แต่ยังช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้อาหารอีกด้วย
       

    ไขมันสัตว์

    • อาหารสุนัขจะมีรสชาติดีขึ้นเมื่อมีส่วนผสมของไขมันสัตว์
    • ไขมันสัตว์ถือเป็นส่วนผสมสำคัญในอาหารสัตว์เลี้ยง
    • ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อคำนวณปริมาณไขมันที่เหมาะสมสำหรับอาหารแต่ละมื้อ
       

     น้ำเกรวี่หรือน้ำซุปเข้มข้น

    • น้องหมาส่วนใหญ่ชอบอาหารเปียกมากกว่าอาหารเม็ด
    • แนะนำให้ผสมอาหารเม็ดเข้ากับน้ำซุปหรือซอสเกรวี่เพื่อเพิ่มความน่ากิน 
    • สามารถเพิ่มความอร่อยให้มื้ออาหารได้ด้วยน้ำเกรวี่ชุ่มฉ่ำและรสชาติเข้มข้นของเนื้อสัตว์

     

    ปัจจัยใดบ้างที่ช่วยให้อาหารสุนัขมีความอร่อยน่ากิน? 

    ไม่ใช่แค่รสชาติเท่านั้นที่ดึงดูดใจน้องหมาได้ แต่รูปลักษณ์ กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสของอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่ากินได้เช่นกัน


    จะทำอย่างไรให้อาหารสุนัขอร่อยและน่ากินมากยิ่งขึ้น?

    เคล็ดลับที่ช่วยให้อาหารสุนัขอร่อยและน่ากินมากยิ่งขึ้นมีดังนี้

    1. เลือกโปรตีนคุณภาพดี

      ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดหรืออาหารเปียก สิ่งสำคัญคือการเลือกอาหารที่มีแหล่งโปรตีนคุณภาพดี อาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ อย่างเนื้อแกะ เนื้อวัว หรือเนื้อไก่ มักจะมีรสชาติอร่อยถูกใจเจ้าตัวน้อย

    2. เติมความอร่อยด้วยไขมัน

      การเพิ่มไขมัน เกลือ และสารปรุงแต่งอื่น ๆ จะช่วยให้อาหารเม็ดมีรสชาติอร่อยและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น โดยไขมันถือเป็นรสชาติที่น้องหมาชื่นชอบ และต้องการให้มีในทุกมื้ออาหาร อย่างไรก็ตามควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อคำนวณปริมาณไขมันที่เหมาะสมก่อน

    3. เพิ่มส่วนผสมพิเศษ

      อีกหนึ่งเคล็ดลับในการเพิ่มรสชาติความอร่อยคือการใส่ส่วนผสมพิเศษลงไป ตัวอย่างเช่นเนื้อสัตว์หรือน้ำเกรวี่ชุ่มฉ่ำแสนอร่อย

    4. เปลี่ยนมาให้ขนมแสนอร่อย

      จุดประสงค์หลักของอาหารเสริมส่วนใหญ่คือเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ จึงอาจมีส่วนผสมที่น้องหมาไม่ชอบใจ แนะนำให้เปลี่ยนเป็นขนมที่มีเนื้อเหลวหรือเนื้อนุ่มเคี้ยวง่ายแทน เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหารสุนัขโดยที่ยังคงมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Liquid digest) คืออะไร และช่วยให้อาหารสุนัขมีรสชาติอร่อยน่ากินได้อย่างไร?

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเพียงโปรตีนที่ผ่านการย่อยสลายด้วยเอนไซม์จนกลายเป็นกรดอะมิโน โดยมีการเติมสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดเพื่อให้กระบวนการย่อยหยุดลง และได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ต้องการ เมื่อส่วนผสมทุกอย่างผ่านการปรุงและแปรรูปเป็นเม็ดอาหารเรียบร้อยแล้ว เม็ดอาหารทั้งหมดก็จะถูกฉีดพ่นด้วยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจนทั่ว ซึ่งมีส่วนช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้อาหารย่อยง่ายขึ้นอีกด้วย

     

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยเพิ่มความอร่อยได้จริงหรือไม่?

    เพิ่มได้จริง เราใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตจากเนื้อไก่กับอาหารเม็ดสำหรับสุนัข เพื่อเพิ่มทั้งความน่ากินและคุณค่าทางโภชนาการ แต่อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงบางชนิดก็ใช้เพียงสารเพิ่มรสชาติอย่างผงหัวหอม เพื่อกลบกลิ่นและรสชาติของส่วนผสมเท่านั้น ไม่มีส่วนช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด

Close modal