อาหารมื้อแรกที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับลูกสุนัขตัวใหม่ของคุณ ให้อาหารที่เค้าเคยกินมาตั้งแต่แรกก่อนเป็นเวลาหนึ่งหรือสองวันหลังจากที่คุณพาเขากลับบ้าน หากคุณต้องการเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารพรีเมี่ยมเช่น ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข ให้ค่อย ๆ เปลี่ยนอาหารเป็นสูตรใหม่ และสามารถช่วยหลีกเลี่ยงอาการลำไส้แปรปรวนได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้:
วันที่ 1: เติมชามสุนัขของคุณด้วย 75% ของอาหารเดิมและใส่ 25% ของอาหาร ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข
วันที่ 2: ผสมอาหารเดิมของเขากับอาหาร ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข ในอัตราส่วน 50/50
วันที่ 3: ให้ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข อัตราส่วน 75% และอาหารเดิม 25%
วันที่ 4: ให้ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข 100%
เคล็ดลับการให้อาหาร
ในการเลี้ยงลูกสุนัขตั้งแต่หย่านมจนถึง 4 เดือน ควรให้อาหารสูตรลูกสุนัขพรีเมี่ยมที่มีคุณค่าและโภชนาการสมบูรณ์และสมดุล 100% ควรให้อ่านคำแนะนำบนฉลาก ดูปริมาณที่ควรให้ต่อวัน (ปกติ 3 ครั้ง) นำน้ำหนักอาหารทั้งถุงหารด้วยปริมาณการให้ต่อวัน จะทำให้สามารถวางแผนการเลี้ยงสุนัขได้
ให้อาหารที่อุณหภูมิห้องและเอาชามออกภายใน 30 นาทีหลังจากเขากินเสร็จ หลังจากที่สุนัขอายุสี่เดือน สามารถให้อาหารลูกสุนัข 2 ครั้งต่อวันได้ตามปกติ
• ควรจัดเตรียมน้ำสะอาดไว้ให้สุนัของคุณเสมอ
• ทิ้งอาหารเปียกที่สุนัขไม่กินในทุกเย็น
ไม่ควรเพิ่มอาหารเสริมลงในอาหารสุนัขของคุณ การเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริม หรือ 'อาหารของมนุษย์' เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไข่ คอทเทจชีสหรือนมวัวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
การนำลูกสุนัขตัวใหม่เข้าบ้านเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มาพร้อมความรับผิดชอบมากมาย หนึ่งในนั้นคือการพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อตรวจเช็กปัญหาสุขภาพแอบแฝงและสุขภาพโดยรวม อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ผู้เลี้ยงจะปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน การให้อาหาร การฝึกสอน และวิธีการดูแลต่าง ๆ หากไม่แน่ใจว่าควรพาลูกสุนัขไปพบคุณหมอเมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหน ติดตามคำตอบและเรื่องน่ารู้อีกมากมายได้ในบทความนี้
ลูกสุนัขเป็นช่วงวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ผู้เลี้ยงควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทุก ๆ 3 – 4 สัปดาห์ แต่หากจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอาจมีการนัดพบบ่อยขึ้น ทั้งนี้ก่อนพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอ คุณควรสอบถามข้อมูลการฉีดวัคซีนหรือการรักษาต่าง ๆ จากฟาร์มหรือผู้เพาะพันธุ์ให้เรียบร้อย และในกรณีที่รับเลี้ยงสุนัขไร้บ้านก็ควรแจ้งให้คุณหมอทราบเช่นกัน
หากคุณสังเกตพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบพาเจ้าตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์ในทันที
ข้อควรรู้ – แม้จะมีสมุดฉีดวัคซีนหรือหลักฐานการตรวจยืนยันจากผู้เพาะพันธุ์ คุณก็ควรพาลูกสุนัขไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม
ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีเช่นเดียวกับคน นอกจากการฉีดวัคซีนกระตุ้นแล้ว คุณหมอจะตรวจเช็กสุขภาพหัวใจ ปอด ดวงตา หู พร้อมมองหาอาการผิดปกติต่าง ๆ และอาจทำการทดสอบพื้นฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
หลังการตรวจเช็กสุขภาพ คุณหมออาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร เพิ่มหรือลดการออกกำลังกาย รวมถึงอาจต้องดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดียิ่งขึ้น ผู้เลี้ยงควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าตัวน้อยที่คุณรัก อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสุขภาพประจำปี คุณสามารถสอบถามหรือขอปรึกษาเรื่องเหล่านี้จากสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้
ลูกสุนัขเกิดมาพร้อมระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ อย่างไรก็ตาม พวกเค้าจะเริ่มสูญเสียภูมิคุ้มกันเหล่านี้เมื่ออายุ 6 – 8 สัปดาห์ จึงจำเป็นต้องเริ่มฉีดวัคซีนในช่วงเวลาดังกล่าว บวกกับนิสัยชอบดมและเลียเพื่อสำรวจทุกสิ่งรอบตัว ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันไวรัสและโรคร้ายแรงได้ การฉีดวัคซีนจะเริ่มเมื่อลูกสุนัขมีอายุ 6 – 8 สัปดาห์ และต้องฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 2 – 4 สัปดาห์จนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป บางกรณีสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ เนื่องจากมีการระบาดของโรคหรือเมื่อแม่หมาที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีน คุณสามารถขอตารางการฉีดวัคซีนของลูกสุนัขจากสัตวแพทย์ได้
สุนัขจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้หัด และโรคตับอักเสบในสุนัข โดยวัคซีนทั่วไปที่สุนัขจำเป็นต้องได้รับมีดังนี้
การฉีดวัคซีนข้างต้นอาจมีการผสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง