การให้อาหารสุนัขที่มีคุณค่าทางโภชนาการแก่สุนัขของคุณ จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าพวกเค้าจะได้รับปริมาณโปรตีน ไขมัน และไฟเบอร์ที่เพียงพอ สารอาหารทั้งสามชนิดมีความสำคัญต่อสุขภาพของสุนัขมาก และทั้งสามก็เป็นส่วนประกอบสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ของ ไอแอมส์™
โปรตีนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในอาหารสุนัขของไอแอมส์™
โปรตีนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของสุนัขแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างและซ่อมแซมโปรตีนในร่างกาย ซึ่งกรดอะมิโนบางตัวร่างกายก็ไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับผ่านทางอาหารเท่านั้น
อาหารสุนัขของ ไอแอมส์™ ได้รับการทดสอบและการันตีว่ามีโปรตีนที่สกัดจากเนื้อสัตว์คุณภาพดีซึ่งมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อสุนัข
กรดไขมันที่จำเป็นในอาหารสุนัขของ ไอแอมส์™
ไขมันเป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งสุนัขต้องการกรดไขมันสองชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย นั่นก็คือกรดไขมันโอเมก้า 6 และ โอเมก้า 3 โดยกรดไขมันโอเมก้า 6 พบได้ในไขมันไก่และข้าวโพด ส่วนกรดไขมันโอเมก้า 3 พบได้ในคาโนลา เนื้อปลาป่น หรือเมล็ดลินิน กรดทั้งสองชนิดมีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างสุขภาพผิวหนังและเส้นขน รวมถึงโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ด้วย
เส้นใยอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในอาหารสุนัขของเรา
จากงานวิจัยไอแอมส์™ แสดงให้เห็นว่าเส้นใยอาหารที่ได้จาก บีทพัลป์ นั้น ช่วยให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้น ส่วนของใยอาหารที่ถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์และแบคทีเรียในลำไส้ จะช่วยสร้างกรดไขมันขึ้นมา ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งพลังงานสำหรับเซลล์ในลำไส้ ส่วนที่ไม่สามารถย่อยได้ก็จะกลายเป็นอุจจาระตามปกติ
การใช้ไฟเบอร์ที่ถูกย่อยได้ดีเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาได้ เช่น เกิดก๊าซส่วนเกินในกระเพาะ ขณะที่ใช้เส้นใยอาหารที่ไม่สามารถย่อยได้มากไป เช่น เปลือกถั่วลิสง จะทำให้สุนัขอุจจาระมากกว่าปกติ และไม่ได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เพียงพอ
ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของไอแอมส์™ มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ที่ปรับให้เหมาะสมและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งช่วยให้ระบบย่อยอาหารของสุนัขแข็งแรง
สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คุณอาจรู้สึกสงสัยและไม่แน่ใจว่าควรให้อาหารน้องหมาอย่างไรจึงจะเหมาะสม แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราช่วยคุณได้! ในบทความนี้ เราจะแชร์เคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัข เพื่อให้คุณมั่นใจว่าพวกเค้าจะได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วนเพื่อเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโต
สิ่งสำคัญในการให้อาหารคือการกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยคุ้นเคยกับการกินอาหารเป็นเวลาและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก เช่น การตื๊อขออาหาร สำหรับการเลือกอาหารให้น้องหมานั้น ควรเลือกอาหารคุณภาพดี เหมาะกับช่วงวัยและขนาดสายพันธุ์ พยายามมองหาตัวเลือกที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมจำพวกสารเติมแต่ง
การให้อาหารมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ การกำหนดปริมาณอาหารให้เพียงพอในแต่ละวันจึงสำคัญมาก โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้
ลูกสุนัขในแต่ละช่วงวัยมีความต้องการทางโภชนาการแตกต่างกัน พวกเค้าจึงควรได้รับอาหารในปริมาณที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม คู่มือการให้อาหารลูกสุนัขของเราออกแบบมาเพื่อช่วยคุณให้อาหารเจ้าตัวน้อยได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะกับอายุและน้ำหนักตัวของพวกเค้าได้ หากทำตามคำแนะนำเหล่านี้ก็มั่นใจได้เลยว่าน้องหมาจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและมีสุขภาพที่แข็งแรง
เราสามารถเปลี่ยนสูตรอาหารได้เมื่อลูกสุนัขโตขึ้นหรือเริ่มมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อพวกเค้าอายุ 12 - 18 เดือน แต่อาจจะเปลี่ยนไปตามแต่สายพันธุ์ อย่างน้องหมาพันธุ์เล็กมักจะโตเต็มวัยเร็วกว่า ในขณะที่น้องหมาพันธุ์ใหญ่อาจใช้เวลานานกว่า
สภาพร่างกายและน้ำหนักตัวคือปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าลูกสุนัขพร้อมสำหรับการเปลี่ยนอาหารแล้ว หากเจ้าตัวน้อยยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีพลังงานมาก อาจยังไม่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอาหาร ในทางกลับกัน หากพวกเค้าเริ่มเติบโตช้าลงและมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย นั่นแสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนสูตรอาหารกันแล้ว
คุณควรปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำว่าควรเปลี่ยนสูตรอาหารเมื่อใด โดยคุณหมอจะช่วยกำหนดเวลาที่ดีที่สุดตามความต้องการและอัตราการเจริญเติบโตของลูกสุนัขแต่ละตัว
การเลือกอาหารที่เหมาะกับขนาดและสายพันธุ์ของลูกสุนัขเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้เลือกอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมอย่างสมวัย ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบและการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คุณจะมั่นใจได้ว่าเจ้าตัวน้อยจะเติบโตเป็นน้องหมาโตเต็มวัยที่แข็งแรงและมีความสุขในทุกวัน

