อาหารสุนัขคุณภาพดีมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนตรงตามความต้องการของน้องหมา แต่มันจะไม่เกิดประโยชน์ใดเลยหากน้องหมาไม่ยอมกินเข้าไป ดังนั้นนอกจากคุณค่าทางโภชนาการแล้ว อาหารสุนัขจึงควรได้รับการปรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อให้มีรสชาติอร่อยถูกใจบรรดาเจ้าตัวน้อยสี่ขาด้วย
ส่วนเคล็ดลับความอร่อยของอาหารสุนัขนั้น จะอยู่ที่เครื่องปรุงและวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงการเติมส่วนผสมลับที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอม รสชาติ และเนื้อสัมผัส เช่น ไขมัน เกลือ โปรตีน ยีสต์ และอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อให้อาหารมีรสชาติดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอาหารเม็ดที่ต้องเพิ่มรสชาติให้ดึงดูดใจน้องหมาได้
ความอร่อยสำหรับน้องหมาอาจหมายถึงความพึงพอใจในรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสของอาหาร โดยผู้ผลิตอาหารสุนัขส่วนใหญ่ลงทุนศึกษาวิธีการควบคุมปริมาณและแปรรูปส่วนผสมเพื่อให้ได้อาหารที่มีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติอร่อยน่ากิน
เราสามารถทดสอบความอร่อยได้ด้วย 2 วิธีต่อไปนี้:
การกินคำแรก: “การกินคำแรก” เป็นการวัดความประทับใจแรกที่น้องหมามีต่อกลิ่นและรูปลักษณ์ของอาหาร
ปริมาณอาหารทั้งหมด: ทั้งนี้ความแปลกใหม่ของอาหารอาจทำให้ผลสรุปคลาดเคลื่อนได้ นอกจากการกินคำแรกแล้ว จึงต้องทดสอบต่อด้วยการวัด “ปริมาณอาหารทั้งหมด” ที่น้องหมากินเข้าไป ซึ่งปริมาณดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งบอกว่าอาหารสามารถดึงดูดใจน้องหมาได้มากน้อยเพียงใดเมื่อเวลาผ่านไป การทดสอบเหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกอาหารที่ถูกใจน้องหมาได้ ทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าโภชนาการ
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้น้องหมาติดนิสัยเลือกกิน ซึ่งรวมถึงเหตุผลเหล่านี้ด้วย:
น้องหมามีต่อมรับกลิ่นมากกว่าต่อมรับรสเมื่อเปรียบเทียบกับคน นั่นหมายความว่าอาหารที่มีกลิ่นแรงจะดึงความสนใจพวกเค้าได้มากกว่า แต่อาหารที่ไม่ค่อยมีกลิ่นอย่างอาหารเม็ดก็มีความน่ากินสำหรับน้องหมาเช่นกัน เนื่องจากน้องหมาสามารถรับรสของไขมันและเกลือ (ไม่จำเป็นต้องเป็นรสเค็มเสมอไป) ได้ค่อนข้างดี อาหารเม็ดส่วนใหญ่จึงมีส่วนผสมของไขมัน เพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยโดยไม่ทำให้อาหารมีกลิ่นแรง
แม้ว่ารสชาติและกลิ่นจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้น้องหมาตัดสินว่าอาหารถูกใจหรือไม่ แต่ความอร่อยหรือความน่ากินก็อาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความชอบเฉพาะตัวของน้องหมา รวมถึงอาหารที่เจ้าของชอบให้กิน และการกำหนดตารางเวลาในการให้อาหารด้วย
สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อให้น้องหมากินอาหาร มีดังนี้:
ทุกคนในบ้านต้องทำตามแผนอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ หากต้องการให้อาหารอื่นเพิ่มเติม ควรคำนวณปริมาณอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ควรได้รับในแต่ละวันให้เหมาะสมด้วย
การให้กินอาหารของคนบ่อย ๆ จะทำให้น้องหมาติดนิสัยชอบขอและไม่ยอมกินอาหารของตัวเอง นอกจากนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย ตั้งแต่อาการท้องเสียไปจนถึงภาวะตับอ่อนอักเสบ ถึงแม้ว่าอาหารของคนจะดูน่ากินมากกว่า แต่มันก็มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอต่อความต้องการของน้องหมา
สำหรับลูกสุนัขตัวน้อยควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 2 – 3 มื้อต่อวัน หรือให้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เมื่อน้องหมาโตขึ้นก็สามารถลดจำนวนมื้ออาหารลงได้ แต่ต้องเพิ่มปริมาณอาหารแต่ละมื้อให้มากขึ้น คุณอาจเลือกให้อาหารที่หลากหลายได้ แต่ควรคำนวณปริมาณให้เหมาะสมต่อความต้องการในแต่ละวันของพวกเค้าด้วย
การทดสอบควรดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลโดยนักโภชนาการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง สำหรับขั้นตอนแรกในการทดสอบ จะเริ่มจากการให้อาหารน้องหมา 2 ชามในเวลาเดียวกัน ชามแต่ละใบจะมีอาหารแตกต่างกันโดยได้รับการชั่งน้ำหนักและบันทึกรายละเอียดเอาไว้แล้ว
จากนั้นผู้เชี่ยวชาญก็จะสังเกตและจดบันทึกการเลือกกินอาหารคำแรกของน้องหมา เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ชามอาหารทั้งสองจะถูกนำออกไปชั่งน้ำหนักเพื่อวัดปริมาณอาหารที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ในแต่ละวันชามอาหารจะถูกเปลี่ยนตำแหน่งจากซ้ายไปขวาตลอดช่วงการทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าน้องหมาไม่ได้เลือกกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งจากความคุ้นเคย
การวัดปริมาณอาหารจะคำนวณจากความแตกต่างระหว่างน้ำหนักต้น (ก่อนการทดสอบ) และน้ำหนักสิ้นสุด (หลังการทดสอบ) ของอาหารแต่ละชาม โดยการทดสอบจะทำซ้ำติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน เมื่อครบกำหนดก็จะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อสรุปผลความน่ากินของอาหารแต่ละชนิด
รสชาติเหล่านี้คือตัวอย่างรสชาติที่สามารถดึงดูดใจน้องหมาได้เป็นอย่างดี
ไขมันสัตว์
น้ำเกรวี่หรือน้ำซุปเข้มข้น
ไม่ใช่แค่รสชาติเท่านั้นที่ดึงดูดใจน้องหมาได้ แต่รูปลักษณ์ กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสของอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่ากินได้เช่นกัน
เคล็ดลับที่ช่วยให้อาหารสุนัขอร่อยและน่ากินมากยิ่งขึ้นมีดังนี้
ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดหรืออาหารเปียก สิ่งสำคัญคือการเลือกอาหารที่มีแหล่งโปรตีนคุณภาพดี อาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ อย่างเนื้อแกะ เนื้อวัว หรือเนื้อไก่ มักจะมีรสชาติอร่อยถูกใจเจ้าตัวน้อย
การเพิ่มไขมัน เกลือ และสารปรุงแต่งอื่น ๆ จะช่วยให้อาหารเม็ดมีรสชาติอร่อยและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น โดยไขมันถือเป็นรสชาติที่น้องหมาชื่นชอบ และต้องการให้มีในทุกมื้ออาหาร อย่างไรก็ตามควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อคำนวณปริมาณไขมันที่เหมาะสมก่อน
อีกหนึ่งเคล็ดลับในการเพิ่มรสชาติความอร่อยคือการใส่ส่วนผสมพิเศษลงไป ตัวอย่างเช่นเนื้อสัตว์หรือน้ำเกรวี่ชุ่มฉ่ำแสนอร่อย
จุดประสงค์หลักของอาหารเสริมส่วนใหญ่คือเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ จึงอาจมีส่วนผสมที่น้องหมาไม่ชอบใจ แนะนำให้เปลี่ยนเป็นขนมที่มีเนื้อเหลวหรือเนื้อนุ่มเคี้ยวง่ายแทน เพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหารสุนัขโดยที่ยังคงมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเพียงโปรตีนที่ผ่านการย่อยสลายด้วยเอนไซม์จนกลายเป็นกรดอะมิโน โดยมีการเติมสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดเพื่อให้กระบวนการย่อยหยุดลง และได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ต้องการ เมื่อส่วนผสมทุกอย่างผ่านการปรุงและแปรรูปเป็นเม็ดอาหารเรียบร้อยแล้ว เม็ดอาหารทั้งหมดก็จะถูกฉีดพ่นด้วยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจนทั่ว ซึ่งมีส่วนช่วยให้รสชาติอาหารดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้อาหารย่อยง่ายขึ้นอีกด้วย
เพิ่มได้จริง เราใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตจากเนื้อไก่กับอาหารเม็ดสำหรับสุนัข เพื่อเพิ่มทั้งความน่ากินและคุณค่าทางโภชนาการ แต่อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงบางชนิดก็ใช้เพียงสารเพิ่มรสชาติอย่างผงหัวหอม เพื่อกลบกลิ่นและรสชาติของส่วนผสมเท่านั้น ไม่มีส่วนช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด
มีอาหารสุนัขมากมายหลากหลายแบรนด์ที่มีความอร่อยน่ากิน โดยอาหารเหล่านี้มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์คุณภาพดีอุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการเจริญเติบโตของน้องหมา
น้องหมามักชอบกินเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไปจนถึงเนื้อแกะ น้องหมายังชอบกินอาหารเปียกมากกว่าอาหารเม็ดด้วย นอกจากนี้ยังชอบความหลากหลาย และอาจรู้สึกเบื่อหากต้องกินแต่อาหารแบบเดิม ๆ
ได้ เพราะสุดท้ายแล้วน้องหมาที่มีนิสัยเลือกกินหรือกินยากก็จะยอมกินอาหารที่คุณเสิร์ฟให้เมื่อพวกเค้าหิว แต่คุณอาจต้องใช้ความอดทนมากหน่อย เพราะน้องหมาอาจปฏิเสธอาหารบางมื้อ แต่เมื่อรู้สึกหิวมาก ๆ พวกเค้าก็จะยอมกินอาหารที่มีด้วยตัวเอง
น้องหมาบางตัวก็ชอบกินอาหารทุกชนิด แต่บางตัวก็อาจช่างเลือกและจุกจิกเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ ซึ่งพวกเค้าก็อาจชอบกินอาหารเปียกมากกว่าอาหารเม็ด
เน้นให้อาหารที่หลากหลายกับน้องหมาที่เลือกกิน หรืออาจปรุงอาหารง่าย ๆ ให้พวกเค้า โดยใช้ส่วนผสม เช่น ไข่ ซุปผัก ผักสดหรือแช่แข็ง
หากคุณอยากมีเพื่อนเล่นแก้เหงาหรือเพื่อนแท้ที่คอยอยู่เคียงข้าง ขอแนะนำให้รับเลี้ยงลูกสุนัขไว้สักตัว แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าคุณสามารถดูแลรับผิดชอบเจ้าตัวน้อยเหล่านี้ได้ เพราะลูกสุนัขต้องการความรักความเอาใจใส่เพื่อให้เติบโตอย่างมีความสุขและมีสุขภาพดี
การดูแลลูกสุนัขไม่ใช่แค่การให้อาหาร มอบความรัก หรือชวนเล่นเป็นครั้งคราว คุณจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสม ฝึกพวกเค้าให้รู้จักขับถ่ายเป็นที่ รวมถึงต้องพาไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการดูแลทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณและเจ้าตัวน้อยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมากขึ้น คุณจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงการเจริญเติบโตของพวกเค้า สำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่มั่นใจหรือมีความกังวล ในบทความนี้จะบอกเคล็ดลับและวิธีดูแลลูกสุนัขในช่วง 2 – 3 เดือนแรกให้ทุกคนได้รู้กัน
มีอะไรบ้างที่เราควรรู้เกี่ยวกับการดูแลลูกสุนัข? มาเริ่มกันที่การรับลูกสุนัขเข้าบ้านวันแรก คุณควรจัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นอันตรายอยู่รอบ ๆ ตัวลูกสุนัข เช่น สารเคมี สายไฟ ต้นไม้ที่มีพิษ ของมีคม และข้าวของที่แตกหักง่าย เพราะลูกสุนัขก็เปรียบเหมือนทารกตัวน้อย ๆ พวกเค้าบอบบางแต่ก็มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น นอกจากนี้คุณต้องซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ให้พร้อม อย่างเช่น ชามอาหาร ปลอกคอ สายจูง และเบาะนอนนุ่ม ๆ สำหรับพักผ่อน
หนึ่งในการดูแลที่สำคัญคือการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม ควรเลือกสูตรอาหารสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ เนื่องจากพวกเค้ามีความต้องการแตกต่างจากสุนัขวัยอื่น อีกทั้งยังต้องการสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี
การเปลี่ยนมาให้อาหารสำหรับสุนัขโตจะขึ้นอยู่กับขนาดพันธุ์ สำหรับสุนัขพันธุ์เล็กหรือพันธุ์กลาง คุณสามารถเปลี่ยนสูตรอาหารได้เมื่อพวกเค้ามีอายุ 9 – 12 เดือน แต่หากเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ ควรเปลี่ยนเมื่อมีอายุ 12 – 24 เดือน นอกจากการให้อาหารที่ดีและเหมาะสมแล้ว อย่าลืมเตรียมน้ำดื่มสะอาดไว้ให้พวกเค้าด้วย
ไอแอมส์™ มีผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับลูกสุนัขและสุนัขโตให้เลือกหลากหลาย โดยผลิตภัณฑ์ของเราคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม นอกจากนี้ยังอุดมด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ มั่นใจได้เลยว่าน้องหมาของคุณจะเพลิดเพลินกับอาหารทุกคำที่พวกเค้าลิ้มรส
การไปพบสัตวแพทย์เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการดูแลลูกสุนัข การเข้าพบครั้งแรกจะช่วยให้คุณรับรู้ข้อมูลสุขภาพโดยรวมของเจ้าตัวน้อย คุณหมอจะแจ้งตารางการฉีดวัคซีนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเหล่านี้เพิ่มเติมด้วย
ลูกสุนัขควรได้พบเจอกับผู้คน เพื่อนหมาตัวอื่น และเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเรียนรู้ที่จะปรับตัว โดยเวลาที่สำคัญที่สุดในการฝึกเข้าสังคมคือช่วงอายุระหว่าง 3 – 12 สัปดาห์ และแนะนำให้ฝึกอย่างต่อเนื่อง
คุณควรเริ่มฝึกขับถ่ายให้ลูกสุนัขตั้งแต่วันแรกที่พาเข้าบ้าน เพื่อปลูกฝังให้พวกเค้าขับถ่ายเป็นที่ ไม่ต้องคอยทำความสะอาดทุกครั้ง เริ่มต้นฝึกด้วยการเลือกพื้นที่ขับถ่ายนอกบ้าน จากนั้นพาลูกสุนัขไปที่ดังกล่าวเมื่อถึงเวลาขับถ่าย ให้รางวัลทันทีหลังจากพวกเค้าขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการทำโทษไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกสุนัขหวาดกลัวและอาจแสดงท่าทีก้าวร้าว
การฝึกที่ดีที่สุดคือการฝึกในเชิงบวก หรือก็คือการให้รางวัลเมื่อพวกเค้าทำได้ดีหรือทำตัวน่ารัก และควรกำหนดระยะเวลาการฝึกเป็นช่วงสั้น ๆ เพื่อไม่ให้ลูกสุนัขรู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยจนเกินไป
น้องหมาก็มีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันเช่นเดียวกัน ทั้งการมีกลิ่นปาก ฟันหลุด และโรคปริทันต์ ซึ่งพวกเค้ามักจะไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอย่างชัดเจน ผู้เลี้ยงจึงควรดูแลช่องปากและฟันของพวกเค้าเป็นประจำ โดยควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อยหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับการดูแลดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณเพิ่มเติมได้
แม้จะเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลัง แต่ผู้เลี้ยงควรควบคุมปริมาณและเวลาในการออกกำลังกายของลูกสุนัขให้เหมาะสม และปล่อยให้พวกเค้าได้พักผ่อนทุกครั้งที่ต้องการ หลีกเลี่ยงการให้เล่นเป็นเวลานาน ๆ เพียงครั้งเดียว แนะนำให้พาออกไปเดินเล่นระยะสั้น ๆ วันละสองครั้งแทน