IAMS TH
คู่มือการเลือกอาหารให้ลูกสุนัข
คู่มือการเลือกอาหารให้ลูกสุนัข

adp_description_block442
คู่มือการเลือกอาหารให้ลูกสุนัข

  • แบ่งปัน

โภชนาการถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุนัข เพราะอาหารเป็นหนึ่งในความต้องการขั้นพื้นฐาน เราจึงต้องใส่ใจและเลือกสรรโภชนาการให้เจ้าตัวน้อยอย่างพิถีพิถัน มันอาจเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องเลือกอาหารสุนัขมากมายหลายแบบในท้องตลาด แต่ไม่ต้องกังวลไป! ด้วยคู่มือการให้อาหารที่เรานำมาฝากกันนี้ คุณสามารถวางแผนการให้อาหารที่ดีต่อสุขภาพและเหมาะสมกับลูกสุนัขตัวน้อยได้อย่างแน่นอน
 

การให้อาหารลูกสุนัขในช่วงปีแรก

ลูกสุนัขโตเร็วกว่าเด็กประมาณ 12 เท่า นั่นเป็นเหตุผลที่ช่วงปีแรกของชีวิตเป็นช่วงที่สำคัญ และเป็นช่วงที่จะกำหนดพัฒนาการต่อ ๆ ไปของพวกเค้าด้วย โภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโต ทั้งนี้เพื่อให้เลือกอาหารสำหรับลูกสุนัขได้อย่างเหมาะสม คุณสามารถทำตามวิธีดังต่อไปนี้ได้

  • 6 – 12 สัปดาห์ – ช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรกของการเจริญเติบโตเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกสุนัข คุณต้องดูแลพวกเค้าให้ดีที่สุด อาหารควรเลือกเป็นสูตรสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ และควรให้อาหาร 4 มื้อต่อวัน เนื่องจากเจ้าตัวน้อยเหล่านี้มีความต้องการทางโภชนาการแตกต่างจากสุนัขในวัยอื่น
  • 3 – 6 เดือน – แนะนำให้ค่อย ๆ ลดจำนวนมื้ออาหารลง ให้เหลือเพียง 3 มื้อต่อวัน เมื่อลูกสุนัขมีอายุได้ 12 สัปดาห์ คุณอาจพบว่าพุงน้อย ๆ ของพวกเค้ายุบลง แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ยังไม่ต้องปรับจำนวนมื้ออาหารลง ให้จำนวนเท่าเดิมไปจนกว่าคุณจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง
  • 6 – 12 เดือน – เมื่อลูกสุนัขของคุณอายุ 6 ถึง 12 เดือน ให้เริ่มให้อาหารมันเพียงวันละสองครั้ง อาจปรึกษาสัตวแพทย์ว่าควรเปลี่ยนมาให้อาหารสำหรับสุนัขโตเมื่อใดและอย่างไร รวมถึงควรเริ่มวางแผนการทำหมันในช่วงวัยนี้ด้วยเช่นกัน

ความต้องการทางโภชนาการของลูกสุนัข

ลูกสุนัขต้องการปริมาณโปรตีนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับสุนัขโตเต็มวัย เนื่องจากโปรตีนมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ นอกจากนี้อาหารลูกสุนัขยังควรมีธาตุเหล็กที่ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เมื่อลูกสุนัขเติบโตขึ้น พวกเค้าจะเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และเพื่อให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีพัฒนาการที่ดี คุณควรเลือกอาหารที่มีดีเอชเอ ซึ่งช่วยเสริมการพัฒนาสมองและการมองเห็น สุดท้ายคือต้องมีพรีไบโอติกส์เพื่อเสริมการทำงานของลำไส้ ลูกสุนัขของคุณจะได้มีระบบย่อยและขับถ่ายที่แข็งแรง!
 

แนะนำให้เลือกสูตรอาหารที่เหมาะกับช่วงวัยและขนาดพันธุ์ของสุนัข อย่างสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีระบบเผาผลาญไม่ดีเท่าสุนัขพันธุ์เล็กหรือพันธุ์กลาง พวกเค้าจึงต้องการอาหารที่แคลอรีน้อยกว่า ส่วนสุนัขพันธุ์เล็กก็ต้องการเม็ดอาหารที่เหมาะกับขนาดช่องปาก ต้องเคี้ยวง่ายแต่ยังคงอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน
 

หากคุณกำลังมองหาโภชนาการสำหรับเจ้าตัวน้อย อาหารสุนัขไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรสำหรับแม่และลูกสุนัขคือตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ! เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นอย่างโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ ผ่านการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการฝึกและพัฒนาการทางสมองของลูกสุนัข มั่นใจได้เลยว่าลูกสุนัขของคุณจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล นอกจากนี้อาหารของเรายังเหมาะสำหรับแม่สุนัขมือใหม่ด้วย โดยจะช่วยเพิ่มการผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพต่อการเติบโตอย่างแข็งแรงของลูกสุนัข
 

อาหารต้องห้ามสำหรับลูกสุนัข

ได้เรียนรู้โภชนาการที่เหมาะสมไปแล้ว ถึงเวลาของอาหารต้องห้ามกันบ้าง โดยรายการอาหารที่เป็นอันตรายต่อลูกสุนัข มีดังนี้

  • ไซลิทอล (สารให้ความหวาน)
  • องุ่น
  • ลูกเกด
  • หัวหอม
  • กระเทียม
  • ช็อกโกแลต
  • ถั่วแมคาเดเมีย

การดูแลและควบคุมน้ำหนักของลูกสุนัข

การมีรูปร่างอ้วนจ้ำม่ำอาจทำให้ลูกสุนัขดูน่ารักน่ากอด แต่ในความเป็นจริง มันส่งผลเสียต่อสุขภาพของพวกเค้ามากกว่าที่เราคิด โรคอ้วนมักนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและปัญหาสุขภาพมากมาย ผู้เลี้ยงจึงควรกำหนดปริมาณอาหารและขนมในแต่ละวันอย่างเหมาะสม เราไม่จำเป็นต้องให้รางวัลเป็นขนมเสมอไป สามารถเปลี่ยนเป็นการพูดชมหรือสัมผัสตัวเบา ๆ แทนได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัข

  1. เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารชนิดใดดีที่สุดสำหรับลูกสุนัข?
  2. การเลือกอาหารอาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเจ้าของส่วนใหญ่ เนื่องจากในปัจจุบันมีอาหารสุนัขให้เลือกหลากหลายแบบ แต่วิธีการเลือกอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกสุนัข คือเลือกให้เหมาะกับช่วงวัย สายพันธุ์ และความต้องการทางโภชนาการ คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้อาหารเจ้าตัวน้อย

  3. ควรให้อาหารลูกสุนัขอย่างไร?
  4. คุณควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุลแก่ลูกสุนัข โดยสามารถให้ได้ทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียก หรือจะผสมอาหารทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันก็ได้

  5. ควรให้อาหารลูกสุนัขมากน้อยแค่ไหน?
  6. คุณสามารถกำหนดจำนวนมื้ออาหารให้ลูกสุนัขตามตารางด้านล่างนี้

    อายุ

    จำนวนมื้ออาหาร

    6 – 12 สัปดาห์

    4

    3 – 6 เดือน

    3

    6 – 12 เดือน

    2

  7. อาหารที่ดีต่อสุขภาพลูกสุนัขมีอะไรบ้าง?
  8. ไก่ เนื้อวัว ปลา ผลไม้และผักเป็นส่วนผสมในอาหารสุนัขที่ดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม อาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกสุนัขมักจะอุดมไปด้วยโปรตีน ดังนั้นควรเลือกอาหารสุนัขที่มีเนื้อไก่ เนื้อวัว หรือปลาเป็นส่วนประกอบหลัก

  • Recognizing the Signs of Bloat in Your Dog
    Recognizing the Signs of Bloat in Your Dog
    adp_description_block411
    อาการบ่งบอกและวิธีดูแลสุนัขท้องอืดหรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร

    • แบ่งปัน

    อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว แต่อาจพบได้บ่อยในน้องหมาพันธุ์ใหญ่ที่มีหน้าอกลึกและแคบ ปัญหานี้ถือเป็นภาวะอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้วิธีสังเกตและดูแลเมื่อน้องหมามีอาการท้องอืดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม

    อาการท้องอืดคืออะไร?

    อาการท้องอืดหรืออีกชื่อหนึ่งคือภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดตัว เกิดจากการมีปริมาณลมหรือแก๊สสะสมมากกว่าปกติจนทำให้กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและบิดหมุน ส่งผลให้ความดันภายในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น เกิดการกดทับของอวัยวะรอบข้าง ซึ่งทำให้ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติจนน้องหมาเกิดภาวะช็อกได้ และนอกจากลักษณะของอาการที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับอาการท้องอืดที่เจ้าของควรรู้ดังนี้: 

    • อาการท้องอืดจัดเป็นภาวะอันตรายต้องได้รับการดูแลรักษาโดยทันที
    • ภาวะท้องอืดอาจทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ
    • สาเหตุของอาการท้องอืดยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน
    • แต่ละปีในสหรัฐอเมริกาพบว่ามีน้องหมากว่า 36,000 ตัวมีอาการท้องอืด และ 30% ของน้องหมาที่มีอาการเสียชีวิต
    • อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกช่วงวัย
    • น้องหมาบางสายพันธุ์มีโอกาสท้องอืดมากกว่าน้องหมาทั่วไป โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีหน้าอกลึกและแคบ
    • การที่กระเพาะอาหารขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณช่องท้องลดลง

     ลักษณะของอาการท้องอืด

    ในระยะแรกของอาการ น้องหมาจะรู้สึกอึดอัดมาก อาจจะเดินวนไปมาและส่งเสียงร้อง หรือพยายามขยับไปมาเพื่อหาท่าทางที่สบายตัว พวกเค้าอาจมีท่าทีกังวล เลียหรือจ้องไปที่ท้องของตัวเอง รวมถึงอาจมีอาการคล้ายอาเจียน แต่ไม่มีอะไรออกมา

     

    นอกจากนี้อาจพบอาการอื่น ๆ เพิ่มด้วยได้ เช่น อ่อนแรง ท้องพองขยายตัว และอาจเกิดภาวะช็อก ซึ่งส่งผลให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็วและมีอาการหอบ;
     

    หากพบว่าน้องหมามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบสัตวแพทย์ในทันที!

    • หอนหรือส่งเสียงร้องครวญคราง
    • มีท่าทางไม่สบายตัว ดูอึดอัด
    • กระสับกระส่าย
    • เหงือกซีด
    • พยายามอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา
    • หอบหรือหายใจเร็ว
    • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
    • วิตกกังวล
    • อ่อนแรง
    • ท้องบวม (โดยเฉพาะด้านซ้าย)
       

     อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้เมื่อน้องหมาท้องอืด มีดังนี้:
     

    กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้น:

    เนื่องจากมีลมหรือแก๊สสะสมในท้อง


    น้ำลายไหลมาก:

    ปัญหาในระบบทางเดินอาหารอาจทำให้น้องหมาน้ำลายไหลมากกว่าปกติ
     

    พฤติกรรมกระสับกระส่าย:

    อาการกระสับกระส่ายเป็นสัญญาณที่พบได้ทั่วไปเมื่อน้องหมาท้องอืด และพวกเค้าอาจส่งเสียงร้องเมื่อโดนกดที่บริเวณท้อง
     

    หอบ หายใจสั้น:

    การขยายตัวของกระเพาะอาหารทำให้น้องหมาหายใจลำบาก
     

    หัวใจเต้นเร็วขึ้น:

    เนื่องจากกล้ามเนื้อกะบังลมถูกกดไม่สามารถขยายตัวได้ ส่งผลให้เกิดภาวะหายใจลำบากและหัวใจมีอัตราการเต้นเร็วกว่าปกติ

     

    สาเหตุของอาการท้องอืด

    แม้ว่าจะหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็มีส่วนที่ทำให้น้องหมามีอาการท้องอืด:

    • กินอาหารปริมาณมากในมื้อเดียว แทนการแบ่งมื้ออาหารเป็น 2 – 3 ครั้งต่อวัน
    • กินมากเกินไปและดื่มน้ำเร็วเกินไป
    • อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด เช่น ต้องอยู่ในกรงหรือต้องไปพบสัตวแพทย์
    • วิ่งเล่นทันทีหลังกินอาหาร

     

    วิธีป้องกันอาการท้องอืด

    การทำตามคำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยป้องกันอาการท้องอืดในสุนัขได้ แต่ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ด้วย ซึ่งไม่อาจรับประกันได้ว่าคำแนะนำจะเกิดผลจริงกับน้องหมาทุกตัว 

    • ให้กินอาหารทีละน้อย ๆ อาจแบ่งให้อาหารเป็น 2 – 3 มื้อต่อวัน
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเป็นเวลา  1 – 2 ชั่วโมงหลังกินอาหาร
    • อย่าให้น้องหมาดื่มน้ำปริมาณมากก่อนหรือหลังกินอาหารและหลังออกกำลังกาย
    • หากที่บ้านมีน้องหมา 2 ตัวขึ้นไป ควรแยกให้อาหาร เพื่อป้องกันพฤติกรรมกินเร็วและภาวะเครียด
    • หากเป็นไปได้ ควรกำหนดเวลาให้อาหารในช่วงเวลาที่คุณว่างและสามารถสังเกตพฤติกรรมหลังการกินของพวกเค้าได้
    • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหัน
    • หากพบว่าน้องหมามีอาการท้องอืด ควรรีบไปพบสัตวแพทย์ทันที


    การดูแลรักษาอาการท้องอืด 
     

    อาการท้องอืดสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่?

    อาการท้องอืดในสุนัขจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยทันที ในกรณีที่น้องหมาท้องอืดไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการกระเพาะบิด อาจได้รับการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา แต่หากตรวจพบว่ามีอาการท้องบวม กระเพาะขยายและบิดตัว บางกรณีก็อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด

     

    ตัวเลือกในการรักษาอาการท้องอืด

    การระบายลมหรือแก๊สออกมาโดยใช้วิธีสอดท่อเข้าไปในกระเพาะอาหาร จะช่วยบรรเทาแรงกดต่ออวัยวะโดยรอบและป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารเสื่อมสภาพ แต่ในบางกรณีก็ไม่สามารถใช้วิธีสอดท่อได้เพียงเดียว อาจมีต้องการผ่าตัดร่วมด้วย

     

    นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยให้ของเหลวที่เสริมด้วยอิเล็กโทรไลต์ทางเส้นเลือดเพื่อปรับการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะที่สำคัญได้ตามปกติ ในหลายกรณีจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาที่มีฤทธิ์ในการรักษาภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลงอีกด้วย

     

    เมื่อน้องหมาอยู่ในอาการคงที่พร้อมผ่าตัดแล้ว สัตวแพทย์จะทำการผ่าตัดที่เรียกว่า “Gastropexy” เพื่อทำให้กระเพาะอาหารกลับสู่ตำแหน่งปกติพร้อมเอาเนื้อเยื่อผนังกระเพาะอาหารที่ตายแล้วออกไป รวมถึงจะยึดผนังกระเพาะเข้ากับผนังของลำตัว ทำให้โอกาสที่กระเพาะอาหารจะบิดหมุนลดลง และช่วยป้องกันอาการท้องอืดได้ดีขึ้น

     

    เลือกให้อาหารที่ย่อยง่าย

    อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันอาการท้องอืดได้คือการเลือกอาหารสุนัขคุณภาพดี มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ ช่วยให้ย่อยง่าย 
     

    การดูแลเรื่องอาหารถือเป็นวิธีลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาที่ดีสุด อย่างน้อยก็จนกว่าจะสามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของอาการท้องอืดได้ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ผลเต็ม 100% แต่ก็ช่วยลดจำนวนน้องหมาที่ต้องเผชิญกับภาวะร้ายแรงที่อาจถึงแก่ชีวิตนี้ลงได้

     

    สายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการท้องอืด

    • เยอรมัน เชพเพิร์ด
    • บูวีเย เด ฟล็องเดรอะ
    • เกรทเดน
    • บ็อกเซอร์
    • เซนต์เบอร์นาร์ด
    • โดเบอร์แมน
    • เยอรมัน ชอร์ตแฮร์ พอยน์เตอร์
    • ไอริช เซทเทอร์
    • กอร์ดอน เซทเทอร์
    • บอร์ซอย
    • ไอริช วูล์ฟฮาวด์
    • ดัชชุน
    • ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
    • บาสเซ็ต ฮาวด์

Close modal