IAMS TH
โภชนาการของแมวและความสำคัญของวิตามินสำหรับแมว
โภชนาการของแมวและความสำคัญของวิตามินสำหรับแมว

adp_description_block377
โภชนาการของแมวและความสำคัญของวิตามินสำหรับแมว

  • แบ่งปัน

โภชนาการที่ดีเป็นกุญแจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดีสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แมวเองก็เช่นกัน พวกเค้าต้องการอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนและสมดุลเพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต รักษาร่างกาย เพิ่มพลังงาน และต่อสู้กับความเจ็บป่วย ในการเลือกอาหารที่ดีสำหรับแมวหรืออาหารแมวเพื่อสุขภาพ พ่อแม่แมวจำเป็นต้องเรียนรู้ส่วนผสมและสารอาหารที่จำเป็นกันก่อน

 

แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ สารอาหารที่พวกเค้าต้องการก็พบอยู่ในเนื้อสัตว์เป็นหลัก เดิมทีแมวเป็นนักล่าและจะกินเหยื่อเพื่อให้ได้โปรตีนในปริมาณสูง ไขมันในปริมาณปานกลาง และคาร์โบไฮเดรตบางส่วนเพื่อตอบสนองความต้องการของร่างกาย แม้ว่าแมวบ้านทุกวันนี้จะไม่จำเป็นต้องล่าสัตว์แล้ว แต่พวกเค้ายังคงต้องการสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม เช่น แร่ธาตุ วิตามิน กรดไขมัน และกรดอะมิโน

 

โภชนาการแมวควรมีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยส่วนผสมที่หลากหลายจะเป็นแหล่งสารอาหารและพลังงานที่ดีให้กับแมว อย่างแคลเซียมจะได้มาจากผลิตภัณฑ์นม เครื่องใน กระดูกป่น เนื้อสัตว์ พืชตระกูลถั่ว และแร่ธาตุเสริม การวางแผนโภชนาการอาหารแมวคือการดูแลให้พวกเค้าได้รับโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำในปริมาณที่เหมาะสม อ่านบทความของเราเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสารอาหารที่จำเป็นต่อความเป็นอยู่ที่ดีของแมวเพิ่มเติม

 

แหล่งที่มาและความสำคัญของโปรตีนในอาหารแมว

เนื่องจากเป็นสัตว์กินเนื้อ แมวจึงจำเป็นต้องกินโปรตีนมากขึ้นเมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่น โปรตีนสำหรับแมวถือเป็นแหล่งพลังงานหลักและตัวช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงรักษาผิวหนัง เส้นขน กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อ แอนติบอดี ฮอร์โมน และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยตับจะผลิตเอนไซม์เพื่อเผาผลาญโปรตีนเป็นพลังงาน หากแมวกินโปรตีนไม่เพียงพอ ร่างกายจะเริ่มสลายกล้ามเนื้อของตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงาน

 

แหล่งโปรตีนหลักที่ใช้ในอาหารแมวคือโปรตีนจากพืชและโปรตีนจากสัตว์ แต่โปรตีนจากพืชอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากมีสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ สารอาหารบางชนิดมีอยู่ในโปรตีนจากสัตว์เท่านั้น เช่น ทอรีน เมทไธโอนีน และซิสตีน

 

โปรตีนจากสัตว์ในอาหารแมวมักจะมาจากไก่ ไก่งวง เนื้อแกะ เนื้อวัว และปลา อาหารแมวที่มีส่วนผสมของผลพลอยได้จากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ก็มีจำหน่ายมากมายในท้องตลาดเช่นกัน แม้ว่าพ่อแม่แมวหลาย ๆ คนจะคิดว่าอาหารเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี แต่แท้จริงแล้วพวกมันเป็นแหล่งโปรตีนที่ยอดเยี่ยม

 

แมวต้องการโปรตีนมากน้อยแค่ไหน?

ความต้องการโปรตีนสำหรับแมวขึ้นอยู่กับอายุหรือช่วงวัย แมวโตต้องการโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับสุนัข คน หรือสัตว์ชนิดอื่น แม้ว่าสัดส่วนที่แน่นอนจะแตกต่างกันไป แต่แมวโตต้องการโปรตีนประมาณ 26% ในมื้ออาหาร โดยคุณสามารถเลือกอาหารแมวที่มีโปรตีนสูงให้กับพวกเค้าได้ ส่วนความต้องการโปรตีนสำหรับลูกแมวอาจเปลี่ยนแปลงไปตามอายุและสุขภาพโดยรวม ทางที่ดีควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวของคุณได้รับสารอาหารที่เหมาะสม

 

แหล่งที่มาและความสำคัญของวิตามินในอาหารแมว

เมื่อพูดถึงความสำคัญของวิตามินสำหรับแมว ต้องบอกเลยว่ามันเป็นสารอาหารที่สำคัญเช่นกัน วิตามินจำเป็นต่อการทำงานของระบบเผาผลาญ เอนไซม์หลายชนิดที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้หากไม่มีวิตามิน 

 

อาหารหลายชนิดเป็นแหล่งที่มาของวิตามิน เช่น ผลไม้ ผัก เนื้อเยื่อของสัตว์ น้ำมันพืช ธัญพืช และเมล็ดพืช แต่มันเป็นเรื่องยากมากที่จะควบคุมปริมาณวิตามินให้เหมาะสมจากการกินอาหารชนิดต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ อาหารแมวจึงจำเป็นต้องมีวิตามินในปริมาณที่เหมาะสม

 

แมวต้องการวิตามินมากน้อยแค่ไหน?

หากแมวของคุณมีสุขภาพดี กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล คุณก็ไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมและวิตามินสำหรับแมวเพิ่มเติม ในบางกรณี วิตามินเสริมอาจเป็นอันตรายได้ ทางที่ดีควรปรึกษาสัตวแพทย์และดูแลโภชนาการแมวให้เหมาะสม

 

แหล่งที่มาและความสำคัญของแร่ธาตุในอาหารแมว

แมวต้องการแร่ธาตุเพื่อเสริมการทำงานของร่างกาย แร่ธาตุหลายชนิดที่แมวต้องการได้มาจากเนื้อสัตว์และพืช อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โภชนาการอาหารแมวมีความสมดุล ผู้ผลิตมักจะเพิ่มแร่ธาตุลงในอาหารแมว

 

แมวต้องการแร่ธาตุมากน้อยแค่ไหน?

ในอาหารของแมวควรมีแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก โซเดียม คลอไรด์ ทองแดง สังกะสี แมงกานีส ไอโอดีน และซีลีเนียม แร่ธาตุเหล่านี้ช่วยควบคุมการทำงานของเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมการทำงานของเอนไซม์ ส่งออกซิเจนไปทั่วร่างกาย สนับสนุนการเจริญเติบโตของโครงสร้างกระดูก และอื่น ๆ อีกมากมาย โภชนาการแมวจึงควรมีแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวของคุณได้รับสารอาหารตรงตามความต้องการ ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการอาหารแมวที่เหมาะสม

 

ปริมาณไขมัน (Crude fat) คืออะไร?

การวิเคราะห์ปริมาณไขมันในอาหารสัตว์ทำได้โดยการสกัดด้วยตัวทำละลาย และปริมาณไขมันในอาหารทุกสูตรจะแสดงอยู่บนฉลากบรรจุภัณฑ์

 

แหล่งที่มาและความสำคัญของไขมันในอาหารแมว

ไขมันถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นมาก โปรตีนอาจจะเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญสำหรับแมว แต่ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานมากที่สุด และยังช่วยส่งผ่านกระแสประสาทอีกด้วย แหล่งไขมันที่จำเป็น เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพผิวหนังและเส้นขน

 

ไขมันและกรดไขมันจำเป็นอื่น ๆ พบได้ในสูตรอาหารที่มีส่วนผสมของตับ ไก่ เนื้อวัว ไก่งวง และปลา ในบางครั้ง ผู้ผลิตจะเพิ่มแหล่งไขมันพิเศษลงในสูตรอาหาร เช่น น้ำมันปลา ไขมันวัว และน้ำมันถั่วเหลือง โดยคุณสามารถตรวจสอบรายการส่วนผสมและแหล่งที่มาของไขมันได้จากฉลากผลิตภัณฑ์

 

แมวต้องการไขมันมากน้อยแค่ไหน?

แมวจำเป็นต้องควบคุมน้ำหนักและรักษารูปร่างให้เหมาะสมเพื่อความกระฉับกระเฉง จึงไม่แนะนำให้แมวกินอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง พวกเค้าไม่ควรได้รับไขมันมากเกินความจำเป็นในแต่ละวัน หากได้รับไขมันมากเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วนได้ คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกสูตรอาหารที่มีปริมาณไขมันเหมาะสมกับแมวของคุณได้ หรือหากแมวมีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน คุณหมออาจแนะนำให้เลือกอาหารแมวควบคุมน้ำหนักแทน

 

แหล่งที่มาและความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตในอาหารแมว

สัตว์หลายชนิดต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อให้ได้พลังงาน แต่เนื่องจากแมวได้รับพลังงานส่วนใหญ่จากโปรตีนและไขมันแล้ว คาร์โบไฮเดรตจึงไม่ได้มีความสำคัญมากนัก อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้หมายความว่าอาหารแมวไม่จำเป็นต้องมีคาร์โบไฮเดรตเลย แมวยังต้องการคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเล็กน้อย แต่ไม่แนะนำให้แมวกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตปริมาณมาก เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำหนักตัวเกินและอาจนำไปสู่โรคร้ายอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน 

 

แมวต้องการคาร์โบไฮเดรตมากน้อยแค่ไหน?

อาหารของแมวไม่ควรมีคาร์โบไฮเดรตเกิน 10% อาหารเม็ดอาจมีคาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง แต่การผสมอาหารเม็ดและอาหารเปียกจะช่วยให้ป้องกันไม่ให้แมวได้รับคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป

 

อาหารที่ดีสำหรับแมว

อาหารแมวที่ดีควรประกอบไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณที่เหมาะสม ต้องมีโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของแมว หากคุณกังวลเกี่ยวกับการเลือกอาหาร หรือสงสัยว่าอาหารแบบใดคืออาหารแมวเพื่อสุขภาพ ควรกำหนดปริมาณอาหารในแต่ละวันอย่างไร และแมวของคุณจำเป็นต้องกินอาหารแมวควบคุมน้ำหนักหรือไม่ คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้เสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับแมว

  1. จะเพิ่มโปรตีนให้แมวได้อย่างไร?
  2. โปรตีนสำหรับแมวถือเป็นสารอาหารที่สำคัญ คุณสามารถเพิ่มโปรตีนให้แมวได้ด้วยการเลือกอาหารแมวที่มีโปรตีนสูง

  3. ควรให้อาหารแมวมากแค่ไหน?
  4. แมวแต่ละตัวมีความต้องการที่แตกต่างกัน ปริมาณอาหารที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพโดยรวม ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบว่าแมวของคุณต้องการอาหารปริมาณเท่าใดในแต่ละวัน

  5. อาหารแบบใดดีกว่ากัน อาหารเม็ดหรืออาหารเปียก?
  6. ทั้งอาหารเปียกและอาหารเม็ดเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับแมว อาหารเปียกย่อยง่าย ส่วนอาหารเม็ดก็กินง่าย คุณสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม หรือจะให้อาหารทั้งสองชนิดพร้อมกันก็ได้

  7. ให้แมวกินอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวได้หรือไม่?
  8. แมวสามารถกินอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวได้ แต่ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของแมว

  9. อาหารแมวที่ดีคืออาหารแบบใด?
  10. อาหารแมวที่ดีควรประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุ และวิตามินสำหรับแมว

  • cat article
    cat article
    adp_description_block16
    วิธีดูแลลูกแมวแรกเกิด

    • แบ่งปัน

    ลูกแมวตัวน้อยเต็มไปด้วยความน่ารัก และเหมาะสำหรับการเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านที่สุด แม้ว่าการมีลูกแมวจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เจ้าของควรทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างไปตามช่วงวัย และวิธีการดูแลเจ้าตัวน้อยอย่างถูกวิธีด้วย สำหรับทาสแมวมือใหม่อาจเกิดข้อสงสัยว่า “แล้ววิธีการดูแลลูกแมวที่ถูกต้องเป็นอย่างไรกัน?” ซึ่งไอแอมส์ได้รวบรวมคำตอบและเทคนิคดี ๆ อีกมากมายมาให้แล้ว รับรองเลยว่าการดูแลลูกแมวแรกเกิดจะกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณเลยหล่ะ

     

    อะไรคือเหตุผลที่การดูแลลูกแมวมีความสำคัญมาก?

    การดูแลลูกแมวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าจะเติบโตมาอย่างแข็งแรง ในช่วงวัยนี้พวกเค้ายังต้องปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ การอยู่เคียงข้างพวกเค้าจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

     

    อะไรคือความหมายที่แท้จริงของการเลี้ยงดูลูกแมวให้เติบโต?

    ลูกแมวตัวน้อยกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวตั้งแต่วันแรกที่คุณพาพวกเค้าเข้าบ้าน แม้การเลี้ยงดูลูกแมวอาจเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับทาสแมวมือใหม่ แต่มันก็มีช่วงเวลาที่สนุกสนาน ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคุณและเจ้าตัวน้อยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้

     

    อะไรคือสิ่งสำคัญในการดูแลลูกแมวตัวน้อย?

    สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลลูกแมวประกอบไปด้วยปัจจัยเหล่านี้:

    • การดูแลความสะอาด:

      การรักษาความสะอาดถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรทำความสะอาดเบาะนอน หรือพื้นที่ที่ลูกแมวอยู่เป็นประจำ
    • การให้อาหารคุณภาพดี:

      ลูกแมวต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล เพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม เราขอแนะนำอาหารแมวจากไอแอมส์™ ที่ได้รับการพัฒนาสูตรโดยสัตวแพทย์ และผลิตจากเนื้อไก่คุณภาพดี การเลือกอาหารที่ดีมีคุณภาพ จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสมอง และเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    • การตรวจสุขภาพเป็นประจำ:

      ควรพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อติดตามพัฒนาการและความประพฤติกรรมของลูกแมวอย่างใกล้ชิด
    • การทำความสะอาดขน:

      ควรฝึกพวกเค้าให้คุ้นเคยกับการทำความสะอาดขนตั้งแต่ยังเป็นลูกแมว โดยเฉพาะน้องแมวขนยาว

    ตามติดพัฒนาการของลูกแมวในแต่ละช่วงวัย

    สำหรับทาสแมวมือใหม่ คุณอาจไม่ทันสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัยของเจ้าตัวน้อย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้จากตารางต่อไปนี้:

    พัฒนาการลูกแมว0-2 สัปดาห์ (ช่วงแรกเกิด)2-7 สัปดาห์ (ช่วงเข้าสังคม)7-14 สัปดาห์ (ช่วงนักสำรวจ)3-6 เดือน (ช่วงเรียนรู้ความสำคัญ)6-18 เดือน (ช่วงวัยรุ่น)
    ลักษณะการเปลี่ยนแปลงเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหาเสียงต่าง ๆเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมเป็นช่วงวัยที่ลูกแมวกระตือรือร้นมากที่สุดเป็นช่วงวัยที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากแม่แมวหรือพี่น้องในครอกเติบโตอย่างเต็มที่ในช่วงวัยนี้
     ตาของลูกแมวจะเปิดในช่วงนี้ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นและการได้ยินพัฒนาอย่างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4เริ่มแสดงความรักผ่านการกอดและการเลียเริ่มทำความเข้าใจและจัดลำดับความสำคัญของผู้คนรอบตัวหากยังไม่ทำหมัน จะเริ่มแสดงพฤติกรรมทางเพศ
     หากลูกแมวถูกแยกออกจากแม่หรือพี่น้อง อาจมีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวกับผู้คนและแมวตัวอื่น ๆการมองเห็นพัฒนาอย่างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 5 และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วสามารถใช้อุ้งเท้า ปาก ในการจับสิ่งของได้ดีขึ้น  
      เริ่มเลียขนทำความสะอาดตัวเองเริ่มเล่นไล่งับหางตัวเอง และกระโจนไปมา  
      เริ่มพัฒนานิสัยการนอน การเคลื่อนไหว และการโต้ตอบกับ   
      สิ่งต่าง ๆ รอบตัว   

    เตรียมความพร้อมให้กับเจ้าลูกแมวตัวน้อย

    • ควรดูแลลูกแมวในแต่ละช่วงวัยอย่างไร?

      การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการดูแลลูกแมวคือการเปลี่ยนอาหาร แมวต้องการสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและเพื่อมีสุขภาพที่ดี ทาสแมวควรเลือกอาหารคุณภาพดี เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนจากการให้อาหารสูตรลูกแมวมาเป็นสูตรแมวโตเต็มวัย
    • ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากลูกแมวไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม:

      หากลูกแมวถูกละเลย และขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดี พวกเค้าอาจเกิดภาวะซึมเศร้า และมีร่างกายอ่อนแอ รวมถึงมีโอกาสติดเชื้อโรคร้ายสูง หากไม่ได้รับการดูแลความสะอาด
    • มีวิธีการป้องกันอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้กับลูกแมวได้?

      ในช่วงวัยลูกแมว ควรพาพวกเค้าไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ และหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติอย่างใกล้ชิด
    • เคล็ดลับการดูแลสำหรับทาสแมวมือใหม่

      ตามมาดูเคล็ดลับดี ๆ ที่ทาสแมวมือใหม่ควรรู้กัน :
      • หลังต้อนรับลูกแมวเข้าบ้านแล้ว ควรฝึกให้ใช้กระบะทรายทันที
      • ให้เวลาพวกเค้าทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ส่วนตัว
      • หากลูกแมวเริ่มมีพฤติกรรมงับมือ ให้พูดอย่างจริงจังว่า “ไม่” เพื่อให้พวกเค้ารู้ว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรทำ
      • ให้รางวัลลูกแมวทุกครั้งเมื่อพวกเค้าเชื่อฟังคำสั่ง เป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับพวกเค้า

Close modal