IAMS TH
Kitten Basics: Enriched Environments
Kitten Basics: Enriched Environments

adp_description_block360
ทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงแมว

  • แบ่งปัน

ทาสแมวทุกคนต่างก็อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกแมวตัวน้อยของตัวเอง และหนึ่งในนั้นคือการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตและเสริมสร้างสุขภาพที่ดี สิ่งนี้หมายรวมถึงการจัดหากิจกรรม ของเล่น หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ช่วยกระตุ้นสภาพร่างกายและจิตใจพวกเค้าด้วย นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่ดียังช่วยป้องกันปัญหาทางพฤติกรรม เช่น การข่วน การกัด และการทำลายข้าวของได้อีกด้วย

 

การสร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกแมวมีความสุขและสุขภาพดี
 

เพื่อให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้กันได้เลย

  1. การออกกำลังกายและการเล่น – การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับน้องแมวทุกช่วงวัย ควรหาเวลาให้พวกเค้าได้วิ่ง กระโดด และเล่นตามใจชอบบ้าง โดยคุณสามารถใช้ของเล่นเสริมพัฒนาการ เช่น ลูกบอล ตุ๊กตา เลเซอร์ หรือคอนโดแมว เพื่อกระตุ้นให้ลูกแมวอยากเล่นและยอมเคลื่อนไหวร่างกายมากยิ่งขึ้น

  2. พื้นที่แห่งความสนุกและปลอดภัย – ควรจัดเตรียมพื้นที่สำหรับเล่นและพักผ่อนให้กับลูกแมว อาจจัดเตรียมเสาลับเล็บและข้าวของอื่น ๆ ที่พวกเค้าสามารถใช้สร้างอาณาเขตเพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถนำกล่องลังหรืออุโมงค์แมวมาไว้ในบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเค้าได้เล่น ได้สำรวจ และใช้เป็นที่ซ่อนตัว 

  3. ของเล่นที่ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส – น้องแมวมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ทั้งการมองเห็นและการดมกลิ่น เจ้าของจึงควรจัดหาของเล่นเพื่อช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของพวกเค้า อาจใช้ของเล่นที่มีพื้นผิวต่างกันหรือหาต้นแคทนิปมาให้แทนก็ได้ นอกจากของเล่นและอุปกรณ์แล้ว คุณอาจให้อาหารหลาย ๆ ชนิด เพื่อให้ลูกแมวได้รู้จักกับรสชาติและเนื้อสัมผัสใหม่ ๆ

  4. การเข้าสังคม – แมวเป็นสัตว์สังคมและเติบโตได้ดีเมื่อมีเพื่อน หากคุณมีลูกแมวเพียงตัวเดียว อาจใช้ตุ๊กตาสัตว์หรือกระจกเป็นเพื่อนแก้เหงาให้พวกเค้า สิ่งนี้จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยได้รับการกระตุ้นทางสังคมที่จำเป็น แต่หากคุณมีแมวมากกว่าหนึ่ง ควรจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมและเตรียมอุปกรณ์จำเป็นให้เพียงพอสำหรับน้องแมวทุกตัว โดยอาจจัดให้มีพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันและเตรียมของเล่นหลากหลายชนิดเอาไว้ให้พร้อม 
     

    นอกจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว คุณยังสามารถจัดหากิจกรรมหรือตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อให้ลูกแมวมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เราแนะนำมีดังนี้

     

  5. ฝึกทำตามคำสั่ง – ลองฝึกสอนคำสั่งพื้นฐาน เช่น การนั่งหรืออยู่นิ่ง การฝึกจะช่วยให้ลูกแมวมีสมาธิและความมั่นใจมากขึ้น

  6. เลือกใช้ชามอาหารแบบพิเศษ – ชามอาหารประเภทนี้จะช่วยให้ลูกแมวเพลิดเพลินกับการกินมากยิ่งขึ้น และช่วยป้องกันปัญหาลูกแมวกินเร็วเกินไปได้อีกด้วย

  7. ที่นั่งริมหน้าต่าง – น้องแมวส่วนใหญ่ชอบชมวิวนอกบ้าน เพราะมันช่วยให้พวกเค้าเพลิดเพลินและได้สำรวจสิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน

    การเลี้ยงน้องแมวในสภาพแวดล้อมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากจะช่วยให้พวกเค้ามีสุขภาพดีและมีความสุขแล้ว ยังป้องกันปัญหาพฤติกรรมได้อีกด้วย ยิ่งถ้าคุณฝึกทักษะและการเข้าสังคมอย่างเหมาะสม พวกเค้าก็จะสามารถปรับตัวได้ดีและมีความสุขในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นอย่าลืมทำความเข้าใจความต้องการของลูกแมวและจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเอาไว้ให้พร้อม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงแมว

  1. อะไรคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการเลี้ยงแมว?  
  2. มันคือการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งอาจรวมถึงการเตรียมอุปกรณ์ เช่น คอนโดแมว เสาลับเล็บ ของเล่นชนิดต่าง ๆ และที่หลบซ่อนตัว นอกจากนี้ควรเปิดโอกาสให้น้องแมวได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณตามธรรมชาติด้วย เช่น การล่าเหยื่อและการสำรวจ

     

  3. จะช่วยให้ลูกแมวคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างไรบ้าง?  
  4. ค่อย ๆ แนะนำให้ลูกแมวรู้จักพื้นที่รอบตัว โดยปล่อยให้พวกเค้าได้สำรวจตามใจชอบ และอาจใช้การกระตุ้นเชิงบวก เช่น การให้ขนมหรือพูดชมเชย ทั้งนี้เจ้าของควรเตรียมพื้นที่ส่วนตัวและปลอดภัยให้พวกเค้าด้วย  โดยอาจจะเลือกเป็นเบาะนอน กระเป๋าแมว หรือกล่องลัง คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

     

  5. ลูกแมวใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่นานแค่ไหน?
  6. ลูกแมวส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ในช่วงเวลานี้ สิ่งสำคัญคือต้องจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยและสะดวกสบายเพื่อให้ลูกแมวได้สำรวจสิ่งต่าง ๆ และสร้างกิจวัตรประจำวัน ความสม่ำเสมอและความอดทนเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ลูกแมวรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

     

  7. ลูกแมวต้องการความสนใจมากน้อยแค่ไหน?
  8. ลูกแมวต้องการความเอาใจใส่และการดูแลมากเป็นพิเศษ เนื่องจากร่างกายของพวกเค้ายังเติบโตและพัฒนาได้ไม่เต็มที่ พวกเค้าต้องการอาหารที่ดี การดูแล การเล่น การเข้าสังคม และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ โดยแนะนำให้ใช้เวลาร่วมกับพวกเค้าอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งนี้คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับการดูแลลูกแมวตามช่วงวัยหรือความต้องการที่เฉพาะเจาะจงได้

     

  • cat article detail banner
    cat article detail banner mobile
    adp_description_block68
    การดูแลลูกแมวเบื้องต้น : ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลพลอยได้จากสัตว์ในอาหารแมว

    • แบ่งปัน

     

    ก่อนจะคิดว่า “By Product หรือผลพลอยได้จากสัตว์” ในอาหารแมวเป็นสิ่งไม่ดี เราขอชวนมาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่า 

    ในการใช้งานทั่วไปนั้น ผลพลอยได้จากสัตว์ก็มีความหมายตามชื่อ นั่นคือ ผลผลิตที่ได้จากผลิตภัณฑ์อื่น ดังนั้น ผลพลอยได้จากสัตว์จึงไม่ได้มีคุณภาพต่ำ อย่างเช่น ขนมขิงคงมีหน้าตาพิลึกหากขาดกากน้ำตาลไป ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล

    สำหรับอาหารแมวไอแอมส์™ อย่าง ไอแอมส์ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ นั้น ผลพลอยได้จากสัตว์คือ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ โดยไม่ใช่ส่วนกล้ามเนื้อที่ชาวอเมริกันนิยมบริโภค ซึ่งมีความหมายครอบคลุมเฉพาะทางกายภาพของชิ้นส่วนสัตว์เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงคุณค่าทางสารอาหาร

    แม้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่นิยมบริโภคผลพลอยได้จากสัตว์ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ชิ้นส่วนเหล่านี้ (เช่น เครื่องใน) มีคุณค่าทางสารอาหารไม่ว่าจะเป็น กรดอะมิโน แร่ธาตุ และวิตามิน แถมยังอาจน่าทานกว่าเนื้อสัตว์เสียอีก

    นอกจากคุณประโยชน์ด้านโภชนาการแล้ว การใส่วัตถุดิบเหล่านี้ลงในอาหารสัตว์ยังช่วยลดปริมาณขยะและเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะนอกจากคนแล้ว อุตสาหกรรมปศุสัตว์จะได้ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์เพิ่มเพื่อนำเนื้อมาผลิตอาหารสัตว์ด้วย การให้สัตว์เลี้ยงได้กินชิ้นส่วนที่มีสารอาหารเข้มข้นแถมยังอร่อย จะช่วยลดปริมาณของเสีย ทั้งยังเป็นการใช้สัตว์ทั้งตัวได้อย่างคุ้มค่า

    ทั้งนี้ ความสับสนและความไม่สบายใจที่ผู้บริโภคมีต่อผลพลอยได้จากสัตว์ มาจากกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์อาหารสัตว์บางแบรนด์ หรือจากชื่อที่ไม่น่าฟังว่า “ผลพลอยได้จากสัตว์” เอง

    ควรจำไว้เสมอว่า วัตถุดิบในอาหารสัตว์มีคุณภาพแตกต่างกันได้มาก โดยคุณภาพก็ไม่สามารถตรวจสอบได้จากรายชื่อวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว ผลพลอยได้จากสัตว์แต่ละชนิดก็มีคุณภาพแตกต่างกันเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ ซึ่งท้องตลาดก็มีทั้งผลพลอยได้จากสัตว์คุณภาพดี เนื้อและเนื้อบด (หรือไก่บด หมูบด) คุณภาพต่ำวางจำหน่ายอยู่ไม่ต่างกัน

    เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่มาจากวัตถุดิบคุณภาพต่ำ ควรเลือกอาหารจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงด้านคัดสรรวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์อย่างละเอียด มีนักโภชนาการมากประสบการณ์ประจำอยู่ พร้อมทั้งมีการทดสอบวิเคราะห์ เพื่อให้วัตถุดิบและสินค้าทุกชิ้นเป็นไปตามข้อมูลด้านโภชนาการที่ระบุไว้

     

Close modal