IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block433
รวมประโยชน์น่ารู้ของอาหารแมวโปรตีนสูง

  • แบ่งปัน

แมวเหมียวเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับเสือและสิงโต แม้จะมีขนาดตัวเล็กกว่าและดุร้ายน้อยกว่า แต่ยังมีความต้องการทางกายภาพและโภชนาการที่คล้ายคลึงกัน โดยแมวและลูกแมวต้องการโปรตีนมากกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารแมวที่มีโปรตีนสูงให้กับพวกเค้า

ลูกแมวต้องการโปรตีนสูงเพื่อเพิ่มพลังงาน การเลือกอาหารให้ลูกแมวจึงต้องพิจารณาจากปริมาณโปรตีนเป็นสำคัญ โดยอาหารแมวส่วนใหญ่จะเลือกใช้โปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์เพื่อให้ได้ปริมาณตรงตามความต้องการในแต่ละวันของลูกแมว แม้ว่าโปรตีนจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นมาก แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

อาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนและสมดุลควบคู่ไปกับสารอาหารชนิดอื่น รวมถึงควรเลือกใช้แหล่งโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่ายด้วย

กรดอะมิโนที่ควรมีอยู่ในอาหารแมว

กรดอะมิโนเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในร่างกาย เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น แมวต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นเพียง 2 ชนิดสำหรับการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี โดยในอาหารแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นดังต่อไปนี้

  1. อาร์จินีน – เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดสำหรับแมว หากขาดกรดอะมิโนชนิดนี้ ระดับแอมโมเนียในกระแสเลือดของลูกแมวจะสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการชักและเป็นอันตรายถึงชีวิตในบางสถานการณ์
  2. ทอรีน – ทอรีนจำเป็นต่อพัฒนาการของดวงตา หัวใจ และการสืบพันธุ์ของลูกแมว แมวสามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนชนิดนี้ได้ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งมักจะไม่เพียงพอต่อพัฒนาการที่เหมาะสม ทั้งนี้ลูกแมวที่ขาดทอรีนอาจมีอาการจอประสาทตาเสื่อม กล้ามเนื้อหัวใจพองโต การสืบพันธุ์ล้มเหลว และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความผิดปกติในร่างกาย

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับแมว

แน่นอนว่าอาหารแมวทุกประเภทมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ผู้เลี้ยงก็ยังคงต้องตรวจสอบปริมาณโปรตีนของอาหารแต่ละชนิด เพื่อให้แน่ใจว่ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของแมวในแต่ละช่วงวัย

แมวส่วนใหญ่ต้องการโปรตีนประมาณ 35% – 45% เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยคุณสามารถเช็กปริมาณโปรตีนที่แมวต้องการได้จากตารางด้านล่างนี้

ช่วงวัย

ปริมาณโปรตีนโดยเฉลี่ย (%)

ลูกแมว

40 – 50%

แมวโตเต็มวัย

35 – 40%

แม่แมวตั้งท้องหรือให้นมลูก

45 – 50%

แมวสูงวัย

35 – 38%

แหล่งโปรตีนในอาหารแมว

โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การเสริมสร้างความแข็งแรง และยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมด้วย อาหารสำหรับลูกแมวจึงควรมีโปรตีนสูง ไม่เพียงแต่ในช่วงปีแรกเท่านั้น แต่รวมถึงช่วงวัยเจริญเติบโตด้วย นอกจากปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมแล้ว แหล่งที่มาของโปรตีนก็สำคัญเช่นกัน โดยแหล่งโปรตีนที่พบบ่อยที่สุดในอาหารแมว มีดังนี้

  1. โปรตีนจากพืช กลูเตนข้าวโพด กลูเตนข้าวสาลี กากถั่วเหลือง และโปรตีนจากข้าวถือเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่เหมาะสำหรับลูกแมว
  2. โปรตีนจากสัตว์ – เนื่องจากเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารสำหรับแมวจึงต้องมีเนื้อสัตว์คุณภาพดีเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าแมวจะได้รับปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม โดยแหล่งโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูง ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ ปลา และไก่งวง เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณควรมองหาในอาหารแมวโปรตีนสูง

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวได้รับปริมาณโปรตีนเพียงพอแล้ว?

แมวทุกตัวต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมที่ดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเค้าได้รับโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการแล้ว? โดยแมวโตทั่วไปควรได้รับโปรตีนประมาณ 35% จากอาหาร อ้างอิงจากข้อกำหนดของ AAFCO (องค์กรควบคุมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา) แมวต้องการโปรตีนอย่างน้อย 30% สำหรับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ และโปรตีนประมาณ 26% สำหรับการบำรุงรักษาร่างกาย หากอาหารผลิตจากแหล่งโปรตีนคุณภาพต่ำหรือมีปริมาณโปรตีนต่ำ อาจทำให้แมวมีอาการอาหารไม่ย่อยและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้

วิธีคำนวณปริมาณโปรตีนในอาหารแมวแบบเปียก

เนื่องจาก AAFCO กำหนดปริมาณโปรตีนในรูปแบบของวัตถุแห้ง ดังนั้นหากให้อาหารเปียกแก่ลูกแมวตัวน้อย คุณอาจต้องคำนวณปริมาณโปรตีนด้วยตนเอง โดยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้

ขั้นตอนที่ 1 – คำนวณหาปริมาณวัตถุแห้งของอาหารโดยหักลงจากปริมาณความชื้นสูงสุด(%) 

ขั้นตอนที่ 2 – นำปริมาณโปรตีนดิบ(%) มาหารด้วยปริมาณวัตถุแห้งที่ได้

ขั้นตอนที่ 3 – คูณผลลัพธ์ด้วย 100 เพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนในรูปแบบร้อยละที่มีอยู่ในวัตถุแห้งของอาหาร

ตัวอย่าง อาหารมีความชื้น 75% มีโปรตีนดิบ 12%

  1. 100 – 75(ความชื้น) = 25(ปริมาณวัตถุแห้งของอาหาร)
  2. 12(ปริมาณโปรตีนดิบ) / 25 = 0.48
  3. 0.48 x 100 = 48%

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารแมวโปรตีนสูง

  1. ควรเลือกอาหารแมวที่ผลิตจากแหล่งโปรตีนชนิดใดบ้าง?
  2. คุณสามารถเลือกได้ทั้งโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนที่จะเลือกซื้ออาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมว

  3. อาหารแมวโปรตีนสูงดีต่อสุขภาพแมวหรือไม่?
  4. ดีอย่างแน่นอน เพราะโปรตีนเป็นแหล่งพลังงานหลัก รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของแมวด้วย

  5. แมวชอบโปรตีนชนิดใดมากที่สุด?
  6. แมวส่วนใหญ่ชอบโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ได้แก่ ไก่ เนื้อแกะ และปล

  7. โปรตีนชนิดใดที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ในแมว?
  8. อาหารแพ้จะขึ้นอยู่กับแมวแต่ละตัว แต่แมวส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้เนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม แมวอาจแพ้เนื้อวัว ไข่ ถั่วเหลือง นม ไก่งวง หรืออาหารชนิดอื่นได้เช่นกัน ผู้เลี้ยงจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนอาหารใหม่ให้กับแมว

  9. โปรตีนชนิดใดที่ย่อยและดูดซึมได้ง่ายที่สุด?
  10. หนึ่งในอาหารโปรตีนสูงที่ย่อยง่ายที่สุดสำหรับแมวคือเนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการแพ้ของแมวก่อนที่จะเปลี่ยนมาให้อาหารโปรตีนสูงแบรนด์หรือชนิดใหม่

  • How Nutrition Can Help Manage Your Cat’s Hairballs
    How Nutrition Can Help Manage Your Cat’s Hairballs
    adp_description_block76
    สารอาหารช่วยลดปัญหาก้อนขนในแมวได้อย่างไร

    • แบ่งปัน


    ทำไมต้องทำอาหารสูตรควบคุมก้อนขน ?

    แมวส่วนใหญ่มีโอกาสเกิดก้อนขน เนื่องจากในช่วงที่เค้าเลียทำความสะอาดตัวเองจะมีการกลืนเส้นขนลงไปอย่างต่อเนื่อง

    เจ้าของแมวบอกกับเราว่า ปัญหาก้อนขนเป็นความกังวลอันดับหนึ่ง

    จากการศึกษาเกี่ยวกับผู้บริโภคของไอแอมส์เผยให้เห็นว่า เจ้าของแมวและแมวของพวกเขาจำนวนไม่น้อยพบว่า การรักษาก้อนขนเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่ายินดีเท่าไร

     

    อาหารสูตรควบคุมก้อนขนมีการพัฒนาสูตรอย่างไร ?

    นักโภชนาการของไอแอมส์ค้นหาวิธีเพื่อควบคุมการสะสมก้อนขนที่ทำให้แมวมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีควบคู่กันไป กลุ่มนักวิจัยศึกษาปัจจัยเสี่ยงในการสะสมก้อนขนในแมวโดยให้อาหารที่มีแหล่งที่มาและชนิดของใยอาหารแตกต่างกัน

    ได้มีการนำแมวจำนวน 98 ตัว มาเข้าร่วมการทบสอบ โดยแบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ที่ได้รับอาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์และเซลลูโลส และอีก 3 กลุ่มได้รับอาหารที่มีแหล่งใยอาหารเป็นบีทพัลพ์เพียงชนิดเดียว

    และใช้เวลาในการทดสอบ 6-7 สัปดาห์ ตามด้วยช่วงควบคุมการให้อาหาร 5 สัปดาห์ รวมแล้วใช้เวลาทดสอบทั้งหมด 101 วัน

    นักวิจัยพบว่า การให้อาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์และเซลลูโลสมีประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายก้อนขนไปตามทางเดินอาหารได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับอาหารที่มีแหล่งใยอาหารเป็นบีทพัลพ์เพียงชนิดเดียว

    เมื่อแมวขับถ่าย พบว่า มีเส้นขนในอุจจาระของกลุ่มแมวที่กินอาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์/เซลลูโลสมากกว่าอุจจาระของกลุ่มแมวที่กินเพียงบีทพัลพ์เพียงชนิดเดียวมากกว่าถึง 80-100%

    การเพิ่มการไหลของเส้นขนที่กลืนเข้าไปในทางเดินอาหารในช่วงที่แมวเลียทำความสะอาดตัวเองได้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสะสมก้อนขนลดลง

    ไม่พบขนเป็นก้อนในกลุ่มแมวที่กินอาหารที่มีส่วนผสมของบีทพัลพ์/เซลลูโลส

     

    ไอแอมส์สูตรก้อนขนทำงานอย่างไร ?

    ระบบใยอาหาร (ส่วนผสมระหว่างบีทพัลพ์/เซลลูโลส) จะค่อย ๆ ขยับเส้นขนไปตามกระเพาะและลำไส้ควบคู่ไปกับบำรุงการย่อยให้มีสุขภาพดี

    บีทพัลพ์ซึ่งเป็นใบอาหารที่เกิดการหมักได้ปานกลางจะช่วยบำรุงสุขภาพลำไส้ให้ดียิ่งขึ้น

    เซลลูโลสช่วยขยับเส้นขนที่แมวกลืนเข้าไป

    สัดส่วนกรดไขมันที่เหมาะสมช่วยบำรุงสุขภาพผิวและขนให้แข็งแรง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดขนร่วง หนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสะสมก้อนขน

     

    ไอแอมส์สูตรก้อนขนแตกต่างกับไอแอมส์สูตรอื่นอย่างไร ?

    ไอแอมส์สูตรก้อนขนให้สารอาหารคุณภาพสูงและรสชาติที่ไม่ต่างจากสูตรอื่น ๆ แถมด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดก้อนขน 

    • สารอาหารคุณภาพสูงสำหรับแมวโต
    • ระดับโปรตีนและไขมันสูง
    • ใยอาหารสูงกว่า เนื่องจากเพิ่มเซลลูโลส
    • สุขภาพอุจจาระที่ดี ผิวหนังและขนแข็งแรง และมีทอรีนคุณภาพ
    • รสชาติอร่อย
    • ผลการทดสอบพบว่า มีความน่ากินและมีความดึงดูดใกล้เคียงกับไอแอมส์สูตรอื่น ๆ สำหรับแมวโต

Close modal