เมื่อได้ยินคำว่า “แมวเหมียว” คุณคิดถึงสิ่งใดเป็นอย่างแรก? หลายคนคงคิดถึงขนสวยเงางามของพวกเค้า ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ความสวยเท่านั้นนะ แต่ยังมีเนื้อนุ่มละเอียดคล้ายผ้าไหมคุณภาพดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เส้นขนของพวกเค้ามีสุขภาพดี ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม ว่าแล้วก็มาเรียนรู้เทคนิคการดูแลและปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสภาพเส้นขนของพวกเค้าไปด้วยกันในบทความนี้
หากแมวของคุณมีขนหยาบกระด้าง อย่าเพิ่งเร่งหาวิธีแก้ไข ให้ลองทำความเข้าใจต้นตอของปัญหากันก่อน โดยสาเหตุที่ทำให้ขนแมวสูญเสียความเงางาม มีดังนี้
นอกเหนือจากการกรูมมิ่งเป็นประจำแล้ว โภชนาการก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการมีขนสวยเงางาม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเลือกอาหารแมวที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสม
ขนแมวอาจแห้งและหยาบกระด้างเมื่ออาบน้ำบ่อยเกินไป นั่นเป็นเพราะน้ำมันที่เคลือบอยู่บนผิวหนังถูกทำลายระหว่างการอาบน้ำ ซึ่งน้ำมันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ขนของแมวเงางาม
เราไม่จำเป็นต้องกรูมมิ่งให้เจ้าเหมียวบ่อย เนื่องจากพวกเค้ามักจะดูแลทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำ แต่เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้นหรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ความยืดหยุ่นของร่างกายก็จะลดน้อยลง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดูแลขนของแมว ในกรณีนี้ ผู้เลี้ยงอาจต้องให้ความช่วยเหลือและอาจต้องวางแผนการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมร่วมกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม
สาเหตุสุดท้ายที่อาจเป็นได้คือปัญหาสุขภาพ ขนแมวอาจสูญเสียความเงางามจากปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคเบาหวาน ปรสิต การติดเชื้อ และอาการแพ้ หากคุณพบว่าน้องแมวมีอาการผิดปกติหรือแสดงสัญญาณของการเจ็บป่วย ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
เมื่อรู้ถึงสาเหตุของปัญหากันแล้ว ก็ถึงเวลาแก้ไขเพื่อให้ขนแมวกลับมาเงางามได้อีกครั้ง โดยเคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลขนแมว มีดังนี้
ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดบนร่างกายแมว มันถูกปกคลุมด้วยเส้นขนจำนวนมาก แมวจะผลัดขนและสร้างเส้นขนใหม่หลายครั้งตลอดทั้งชีวิต อย่างไรก็ตาม หากได้รับอาหารคุณภาพไม่ดี มีสารอาหารไม่ครบถ้วน กระบวนการสร้างเส้นขนใหม่ก็อาจช้าลงได้ และอาจทำให้เกิดปัญหาขนร่วงเป็นหย่อม ๆ อีกด้วย แนะนำให้เลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง มาพร้อมวิตามิน แร่ธาตุ ไขมันดี และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเร่งกระบวนการเจริญเติบโตของเส้น ช่วยให้ขนเงางาม และเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารแมวชนิดเม็ด สูตรเลี้ยงในบ้านและบำรุงขน อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยให้ขนของแมวเงางามและมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังมีสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ จึงช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมของน้องแมวที่คุณรักได้เป็นอย่างดี
ขนแมวสูญเสียความเงางามได้จากหลายปัจจัย โดยสาเหตุทั่วไปที่พบได้ มีดังนี้
การดูแลขนแมวให้แข็งแรงและเงางามขึ้นอยู่กับสองปัจจัย ได้แก่ สุขอนามัยและโภชนาการ โดยแนะนำให้กรูมมิ่งพวกเค้าเป็นประจำหรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และเลือกอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างเส้นขนใหม่ ทำให้เส้นขนแข็งแรงเงางาม ทั้งนี้ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรม โดยไม่ควรปล่อยแมวเลียตัวทำความสะอาดบ่อยเกินไป
แม้ว่าการทาน้ำมันบนขนแมวอาจไม่เป็นอันตราย แต่แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนลงมือทำ
ขนเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพโดยรวมของแมว หากพวกเค้าได้รับการบำรุงและมีสุขภาพดีจากภายใน มันจะสะท้อนออกมาทางผิวหนังและขน ดังนั้นควรเลือกอาหารที่มีคุณภาพดี อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เหมาะสม
ก่อนจะคิดว่า “By Product หรือผลพลอยได้จากสัตว์” ในอาหารแมวเป็นสิ่งไม่ดี เราขอชวนมาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่า
ในการใช้งานทั่วไปนั้น ผลพลอยได้จากสัตว์ก็มีความหมายตามชื่อ นั่นคือ ผลผลิตที่ได้จากผลิตภัณฑ์อื่น ดังนั้น ผลพลอยได้จากสัตว์จึงไม่ได้มีคุณภาพต่ำ อย่างเช่น ขนมขิงคงมีหน้าตาพิลึกหากขาดกากน้ำตาลไป ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล
สำหรับอาหารแมวไอแอมส์™ อย่าง ไอแอมส์ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ นั้น ผลพลอยได้จากสัตว์คือ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ โดยไม่ใช่ส่วนกล้ามเนื้อที่ชาวอเมริกันนิยมบริโภค ซึ่งมีความหมายครอบคลุมเฉพาะทางกายภาพของชิ้นส่วนสัตว์เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงคุณค่าทางสารอาหาร
แม้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่นิยมบริโภคผลพลอยได้จากสัตว์ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ชิ้นส่วนเหล่านี้ (เช่น เครื่องใน) มีคุณค่าทางสารอาหารไม่ว่าจะเป็น กรดอะมิโน แร่ธาตุ และวิตามิน แถมยังอาจน่าทานกว่าเนื้อสัตว์เสียอีก
นอกจากคุณประโยชน์ด้านโภชนาการแล้ว การใส่วัตถุดิบเหล่านี้ลงในอาหารสัตว์ยังช่วยลดปริมาณขยะและเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะนอกจากคนแล้ว อุตสาหกรรมปศุสัตว์จะได้ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์เพิ่มเพื่อนำเนื้อมาผลิตอาหารสัตว์ด้วย การให้สัตว์เลี้ยงได้กินชิ้นส่วนที่มีสารอาหารเข้มข้นแถมยังอร่อย จะช่วยลดปริมาณของเสีย ทั้งยังเป็นการใช้สัตว์ทั้งตัวได้อย่างคุ้มค่า
ทั้งนี้ ความสับสนและความไม่สบายใจที่ผู้บริโภคมีต่อผลพลอยได้จากสัตว์ มาจากกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์อาหารสัตว์บางแบรนด์ หรือจากชื่อที่ไม่น่าฟังว่า “ผลพลอยได้จากสัตว์” เอง
ควรจำไว้เสมอว่า วัตถุดิบในอาหารสัตว์มีคุณภาพแตกต่างกันได้มาก โดยคุณภาพก็ไม่สามารถตรวจสอบได้จากรายชื่อวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว ผลพลอยได้จากสัตว์แต่ละชนิดก็มีคุณภาพแตกต่างกันเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ ซึ่งท้องตลาดก็มีทั้งผลพลอยได้จากสัตว์คุณภาพดี เนื้อและเนื้อบด (หรือไก่บด หมูบด) คุณภาพต่ำวางจำหน่ายอยู่ไม่ต่างกัน
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่มาจากวัตถุดิบคุณภาพต่ำ ควรเลือกอาหารจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงด้านคัดสรรวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์อย่างละเอียด มีนักโภชนาการมากประสบการณ์ประจำอยู่ พร้อมทั้งมีการทดสอบวิเคราะห์ เพื่อให้วัตถุดิบและสินค้าทุกชิ้นเป็นไปตามข้อมูลด้านโภชนาการที่ระบุไว้