IAMS TH
Why Nutrition in Cat Food Is Key for Shiny Coat
Why Nutrition in Cat Food Is Key for Shiny Coat

adp_description_block252
คู่มือการดูแลขนแมวให้สวยเงางาม

  • แบ่งปัน

เมื่อได้ยินคำว่า “แมวเหมียว” คุณคิดถึงสิ่งใดเป็นอย่างแรก? หลายคนคงคิดถึงขนสวยเงางามของพวกเค้า ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ความสวยเท่านั้นนะ แต่ยังมีเนื้อนุ่มละเอียดคล้ายผ้าไหมคุณภาพดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เส้นขนของพวกเค้ามีสุขภาพดี ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม ว่าแล้วก็มาเรียนรู้เทคนิคการดูแลและปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสภาพเส้นขนของพวกเค้าไปด้วยกันในบทความนี้
 

สาเหตุใดบ้างที่ทำให้ขนของแมวไม่สวยเงางาม?

หากแมวของคุณมีขนหยาบกระด้าง อย่าเพิ่งเร่งหาวิธีแก้ไข ให้ลองทำความเข้าใจต้นตอของปัญหากันก่อน โดยสาเหตุที่ทำให้ขนแมวสูญเสียความเงางาม มีดังนี้

  1. โภชนาการที่ไม่ได้คุณภาพ

นอกเหนือจากการกรูมมิ่งเป็นประจำแล้ว โภชนาการก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการมีขนสวยเงางาม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเลือกอาหารแมวที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสม

  1. อาบน้ำบ่อยเกินไป

ขนแมวอาจแห้งและหยาบกระด้างเมื่ออาบน้ำบ่อยเกินไป นั่นเป็นเพราะน้ำมันที่เคลือบอยู่บนผิวหนังถูกทำลายระหว่างการอาบน้ำ ซึ่งน้ำมันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ขนของแมวเงางาม

  1. อายุหรือช่วงวัย

เราไม่จำเป็นต้องกรูมมิ่งให้เจ้าเหมียวบ่อย เนื่องจากพวกเค้ามักจะดูแลทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำ แต่เมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้นหรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ความยืดหยุ่นของร่างกายก็จะลดน้อยลง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดูแลขนของแมว ในกรณีนี้ ผู้เลี้ยงอาจต้องให้ความช่วยเหลือและอาจต้องวางแผนการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสมร่วมกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม

  1. ปัญหาด้านสุขภาพ

สาเหตุสุดท้ายที่อาจเป็นได้คือปัญหาสุขภาพ ขนแมวอาจสูญเสียความเงางามจากปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคเบาหวาน ปรสิต การติดเชื้อ และอาการแพ้ หากคุณพบว่าน้องแมวมีอาการผิดปกติหรือแสดงสัญญาณของการเจ็บป่วย ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

ทำอย่างไรให้ขนแมวกลับมาสวยเงางามอีกครั้ง?

เมื่อรู้ถึงสาเหตุของปัญหากันแล้ว ก็ถึงเวลาแก้ไขเพื่อให้ขนแมวกลับมาเงางามได้อีกครั้ง โดยเคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลขนแมว มีดังนี้

  • แปรงขนเป็นประจำ – การแปรงขนจะช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วออกไป รวมถึงกระตุ้นให้ผิวหนังขับน้ำมันและกระจายไปยังเส้นขน ทำให้ขนแมวของคุณเงางาม
  • เลือกใช้แชมพูที่เหมาะสม – แชมพูถือเป็นสิ่งสำคัญ หากเลือกใช้แชมพูผิดชนิด อาจทำให้น้ำมันตามธรรมชาติบนผิวหนังของแมวถูกกำจัดออกไป ส่งผลให้เส้นขนเสียหายได้
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำมากเกินไป – การอาบน้ำบ่อยอาจทำให้ผิวแห้งและลอกเป็นขุยได้
  • เลือกโภชนาการที่เหมาะสม – เส้นขนของแมวมีโปรตีนมากถึง 90% การให้อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนจึงมีความสำคัญต่อการดูแลขนให้เงางาม

โภชนาการมีความสำคัญต่อผิวหนังและขนของแมวอย่างไร?

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดบนร่างกายแมว มันถูกปกคลุมด้วยเส้นขนจำนวนมาก แมวจะผลัดขนและสร้างเส้นขนใหม่หลายครั้งตลอดทั้งชีวิต อย่างไรก็ตาม หากได้รับอาหารคุณภาพไม่ดี มีสารอาหารไม่ครบถ้วน กระบวนการสร้างเส้นขนใหม่ก็อาจช้าลงได้ และอาจทำให้เกิดปัญหาขนร่วงเป็นหย่อม ๆ อีกด้วย แนะนำให้เลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง มาพร้อมวิตามิน แร่ธาตุ ไขมันดี และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเร่งกระบวนการเจริญเติบโตของเส้น ช่วยให้ขนเงางาม และเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
 

ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารแมวชนิดเม็ด สูตรเลี้ยงในบ้านและบำรุงขน อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยให้ขนของแมวเงางามและมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังมีสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ จึงช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมของน้องแมวที่คุณรักได้เป็นอย่างดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลขนแมว

  1. สาเหตุใดบ้างที่ทำให้ขนแมวไม่สวยเงางาม?
  2. ขนแมวสูญเสียความเงางามได้จากหลายปัจจัย โดยสาเหตุทั่วไปที่พบได้ มีดังนี้

    • กรูมมิ่งและอาบน้ำมากเกินไป
    • การเลือกโภชนาการที่ไม่เหมาะสม
    • การใช้แชมพูผิดชนิด
    • อายุที่เพิ่มมากขึ้นi
    • น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างกะทันหัน
    • โรคเบาหวาน
    • โรคภูมิแพ้
    • การติดเชื้อ

  3. จะดูแลขนแมวให้กลับมามีสุขภาพดีได้อย่างไร?
  4. การดูแลขนแมวให้แข็งแรงและเงางามขึ้นอยู่กับสองปัจจัย ได้แก่ สุขอนามัยและโภชนาการ โดยแนะนำให้กรูมมิ่งพวกเค้าเป็นประจำหรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และเลือกอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างเส้นขนใหม่ ทำให้เส้นขนแข็งแรงเงางาม ทั้งนี้ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรม โดยไม่ควรปล่อยแมวเลียตัวทำความสะอาดบ่อยเกินไป

  5. เราสามารถทาน้ำมันบนขนแมวได้หรือไม่?
  6. แม้ว่าการทาน้ำมันบนขนแมวอาจไม่เป็นอันตราย แต่แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนลงมือทำ

  7. อาหารอะไรบ้างที่ช่วยเสริมสุขภาพเส้นขนของแมว?
  8. ขนเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพโดยรวมของแมว หากพวกเค้าได้รับการบำรุงและมีสุขภาพดีจากภายใน มันจะสะท้อนออกมาทางผิวหนังและขน ดังนั้นควรเลือกอาหารที่มีคุณภาพดี อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เหมาะสม

  • How to Help Your Obese Cat Lose Weight
    How to Help Your Obese Cat Lose Weight
    adp_description_block314
    วิธีสังเกตและดูแลอาการภูมิแพ้ในแมว

    • แบ่งปัน

    เราจะเริ่มต้นด้วยคำถามง่าย ๆ กันก่อน - คุณคิดว่าเจ้าเหมียวของคุณต้องลดน้ำหนักหรือไม่?

    สำหรับทาสแมวแล้ว เจ้าเหมียวสุดแสนจะเพอร์เฟค ตัวกลมนุ่มฟู มีพุงกะทิน้อย ๆ กำลังพอดี ทั้งหมดนี้อาจทำให้คุณคิดว่าพวกเค้ามีสุขภาพดี แต่ความจริงนั้น พวกเค้าอาจกำลังกลายเป็นแมวน้ำหนักเกินแล้วก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันปัญหาแมวอ้วนเกินพบได้บ่อยมากยิ่งขึ้น 

    การให้อาหารมากเกินไปคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด! น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพบางอย่างได้แล้ว เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงแมวที่มีน้ำหนักเกินมักมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวตัว การเลียทำความสะอาดตัวเองทำได้ลำบาก ด้วยเหตุนี้การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเค้าเอง นับว่าโชคดีที่การทำให้น้ำหนักแมวอ้วนลดลงเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่กำหนดปริมาณอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการและออกกำลังกายเป็นประจำเท่านั้นเอง

    โรคอ้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?

    โรคอ้วนกลายเป็นปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มันส่งผลเสียต่อสุขภาพ การใช้ชีวิต และการทำงานของร่างกายในระยะยาว นอกจากนี้ยังเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงอีกมากมาย ปัญหาแมวอ้วนเกินจึงควรได้รับการดูแลในทันที:

    • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

    เมื่อน้องแมวมีน้ำหนักเกิน ระบบภูมิคุ้มกันก็จะอ่อนแอลง ส่งผลให้แมวมีโอกาสติดเชื้อโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้น แมวอ้วนมักติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและเสี่ยงต่อการเกิด 'ก้อนนิ่ว' เนื่องจากเคลื่อนไหวน้อย ดื่มน้ำน้อย และปัสสาวะน้อยลง

    • โรคเบาหวาน

    Around 80% to 90% of obese cats require daily insulin shots as they are more likely to develop diabetes. But, when their excess weight is eliminated, diabetes can often be reversed.

    • ตับวาย

    เมื่อร่างกายของแมวรู้สึกว่าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือการลำเลียงอาหารถูกขัดขวาง ไขมันสำรองจะถูกย้ายไปยังตับเพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่ร่างกายของแมวไม่สามารถควบคุมกระบวนการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีไขมันมาพอกที่ตับและอาจเกิดภาวะตับวายตามมา

    • กรูมมิ่งตัวเองไม่ได้

    แมวที่มีน้ำหนักเกินจะดูแลทำความสะอาดตัวเองได้ยากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังได้

    จะรู้ได้อย่างไรว่าน้องแมวน้ำหนักเกิน?

    • วางมือลงไปบริเวณด้านข้างลำตัวของแมว ควรสัมผัสได้ถึงกระดูกซี่โครง
    • เห็นเอวคอดอย่างชัดเจนเมื่อมองจากมุมบน
    • สุดท้ายนี้ คุณควรสังเกตเห็นหน้าท้องเว้าเล็กน้อยเมื่อมองจากด้านข้าง หากหน้าท้องมีลักษณะเป็นถุงและห้อยย้อยเกือบติดพื้น แสดงว่ามีไขมันในช่องท้อง เป็นไขมันอันตรายที่สะสมอยู่ตามอวัยวะและกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำให้หน้าท้องยื่นหรือป่องออกมา

    สามารถเช็กข้อมูลเพิ่มเติมได้จากตารางด้านล่างนี้ –

    สามารถเช็กข้อมูลเพิ่มเติมได้จากตารางด้านล่างนี้

    ตารางเช็กรูปร่างน้องแมว

    • เห็นกระดูกซี่โครงและกระดูกสันหลังชัดเจน ไม่มีไขมันส่วนเกิน
    • สามารถเห็นและสัมผัสได้ถึงกระดูกซี่โครงโดยง่าย เห็นเอวคอดชัดเจนเมื่อมองจากมุมบน
    • สัมผัสได้ถึงกระดูกซี่โครงโดยมีรู้สึกถึงไขมันส่วนเกิน เห็นเอวคอดชัดเจนเมื่อมองจากมุมบน
    • สัมผัสถึงกระดูกซี่โครงแต่มีชั้นไขมันปกคลุม ไม่เห็นเอว หน้าท้องกลม ห้อยย้อย
    • ไม่สามารถสัมผัสถึงกระดูกซี่โครง มีชั้นไขมันหนากั้น เห็นหน้าท้องกลม ห้อยย้อยชัดเจน
       

    จะหลีกเลี่ยงโรคอ้วนในแมวได้อย่างไร?

    หลังจากทำให้แมวอ้วนกลับมามีรูปร่างสมส่วนแล้ว เป้าหมายต่อไปคือต้องดูแลพวกเค้าให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว พฤติกรรมต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงและควรทำเพื่อไม่ให้น้องแมวน้ำหนักเกิน:

    • ให้อาหารแบบไม่กำหนดเวลา

    เพื่อป้องกันไม่ให้แมวอ้วน ควรกำหนดเวลาให้อาหารที่แน่นอนและให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม

    ให้อาหารแบบไม่กำหนดเวลา

    • ไม่ชวนน้องแมวออกกำลังกายหรือทำกิจกรรม

    น้องแมวมีแนวโน้มจะอ้วนมากขึ้น หากไม่ได้ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเลย เพื่อลดความเบื่อหน่ายและป้องกันไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม ควรเตรียมของเล่นหลากหลายชนิดเอาไว้พวกเค้า รวมถึงแบ่งเวลามาทำกิจกรรมร่วมกัน หรือลองฝึกใส่สายจูงออกไปเดินเล่นด้วยกันบ้างเป็นครั้งคราว

    ไม่ชวนน้องแมวออกกำลังกายหรือทำกิจกรรม

    • ให้อาหารแบบไม่จำกัดปริมาณ

    สามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสำหรับแมวเหมียว โดยปริมาณจะพิจารณาจากกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน อายุ และน้ำหนักตัวที่ต้องการ เมื่อกำหนดปริมาณอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันแล้ว อาจแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยหลาย ๆ มื้อต่อวัน

    ให้อาหารแบบไม่จำกัดปริมาณ

    การลดน้ำหนักถือเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าเหมียว จึงควรควบคุมน้ำหนักให้ดี ไม่ปล่อยให้เจ้าเหมียวกลายเป็นแมวอ้วนตุ้ยนุ้ย

    • เล่นเก็บบอล

    การเล่นหรือทำกิจกรรมสนุก ๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดน้ำหนักเจ้าเหมียวได้เป็นอย่างดี แมวส่วนใหญ่ชอบเล่นไล่จับแสงเลเซอร์หรือแสงจากไฟฉาย บางตัวก็ชอบออกไปเดินเล่น บางตัวก็ชอบเล่นล่าเหยื่อเพื่อให้ได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณนักล่าออกมา อาจลองหาคอนโดแมวมาไว้ในบ้านให้พวกเค้าปีนป่าย หรือจะสอนเล่นคาบบอลก็สนุกไปอีกแบบ สำหรับการจัดหาของเล่นนั้น คุณจะซื้อหรือประดิษฐ์ของเล่นขึ้นมาเองก็ได้ รู้มั้ยว่า อาหารก็เป็นของเล่นได้เหมือนกัน เพียงแค่เอาอาหารไปซ่อนไว้ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน ให้พวกเคาตามหา เท่านี้ก็จะได้เกมสนุก ๆ อีกหนึ่งเกมแล้ว ทั้งนี้การเล่นสามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่อย่าปล่อยให้เจ้าแมวอ้วนหมดแรง รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป หรือหายใจลำบาก และควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเล่นกับแมวสูงวัย

    • ใช้ความอดทน

    โรคอ้วนป้องกันง่ายกว่ารักษาก็จริง แต่การลดน้ำหนักก็ไม่ใช่เรื่องยากและเริ่มต้นทำได้ทุกเมื่อ อาจต้องใช้เวลา ความมุ่งมั่น และความอดทนมากหน่อย การลดน้ำหนักเป็นกระบวนการที่เห็นผลช้า เพียงแค่ลดปริมาณอาหารอย่างเดียวไม่อาจสำเร็จได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่นได้อีก

    การออกกำลังกายเป็นประจำ ปรับพฤติกรรมในแต่ละวัน และกำหนดปริมาณอาหารเป็นวิธีป้องกันโรคอ้วนในแมวได้อย่างยอดเยี่ยม

    • เคล็ดลับในการควบคุมน้ำหนักเจ้าเหมียว

    • ปรึกษาขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนเสมอ
    • งดขนมทุกประเภท
    • แบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยหลาย ๆ มื้อ
    • เลือกสูตรอาหารสำหรับควบคุมน้ำหนักโดยเฉพาะ
    • ชั่งน้ำหนักน้องแมวทุก 2 สัปดาห์
    • ในช่วงสัปดาห์แรก น้ำหนักแมวไม่ควรลดมากกว่า 1% - 1.5% จากน้ำหนักปกติ
    • อดทนและออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ

     

Close modal