IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block321
วิธีเลือกอาหารแมวที่ใช่สำหรับเจ้าเหมียวของคุณ

  • แบ่งปัน

ความต้องการด้านโภชนาการสำหรับแมวของคุณ

สารอาหารที่ดีมีความสำคัญต่อแมวไม่ต่างจากที่ร่างกายของคุณต้องการ แต่ความต้องการของแมวต่างจากมนุษย์ ! แมวต้องการอาหารที่มีไขมันสูงและใยอาหารต่ำ และถึงแม้ว่าคุณจะเป็นมังสวิรัติ คุณควรจะเข้าใจว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ เค้าต้องการสารอาหารจากโปรตีนและไขมันที่มาจากสัตว์ เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์ ต้องการใยอาหารเพื่อระบบย่อยอาหารที่ดี และต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อพลังงาน

 

ช่วงวัยและไลฟ์สไตล์

ในท้องตลาดมีอาหารแมวกว่าพันสูตร คุณจะทราบได้อย่างไรว่าสูตรไหนเหมาะกับแมวของคุณ

ปัจจัยแรกคือ ต้องพิจารณจากช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ก่อนว่าเป็นแบบไหนแมว แมวให้นมลูก แมวโตเต็มวัย หรือแมวสูงวัย ซึ่งแต่ละช่วงต้องการสารอาหารแตกต่างกัน อาหารแมวทุกชนิดควรระบุว่าเหมาะกับช่วงวัยไหน

นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์ยังส่งผลต่อความต้องการด้านสารอาหารอีกด้วย แมวที่นอนติดโซฟาย่อมต้องการพลังงานน้อยกว่าแมวที่ชอบเที่ยวเล่นนอกบ้าน

อันดับสุดท้าย พิจารณาถึงอาการป่วยใด ๆ ที่แมวคุณเป็นอยู่ รวมถึงภูมิแพ้อาหารที่อาจต้องให้สัตวแพทย์แนะนำอาหารเป็นพิเศษ

 

อาหารเม็ดหรืออาหารเปียก

เมื่อรู้ช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ของแมวแล้ว ต่อไปต้องเลือกว่าจะให้เค้ากินอาหารเม็ดหรืออาหารเปียก แมวส่วนใหญ่ชอบอาหารเม็ด ซึ่งจะช่วยบำรุงสุขภาพและความสะอาดช่องปากผ่านการเคี้ยว แต่แมวบางตัวโดยเฉพาะแมวช่างเลือก ชื่นชอบผิวสัมผัสที่นุ่มและเปียกของอาหารซองหรืออาหารกระป๋อง

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำเอาไว้คือ คุณสามารถให้อาหารเม็ดทิ้งไว้ในชามได้ตลอดวัน แต่อาหารเปียกต้องทิ้งทันทีหลังจาก 30 นาที ดังนั้นอาหารเม็ดจึงเหมาะกับเจ้าของที่ยุ่งและไม่ได้อยู่บ้านตลอดทั้งวัน

เมื่อคุณทราบความต้องการด้านโภชนาการและความชอบของเจ้าเหมียวแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกซื้อ

 

เปรียบเทียบฉลาก

เนื่องจากแมวต้องการสารอาหารจากแหล่งที่มาจากสัตว์ คุณจึงควรเลือกอาหารที่วัตถุดิบหลัก (วัตถุดิบอันดับแรก ๆ ) เป็นโปรตีนที่ทำมาเนื้อสัตว์ อย่าง เนื้อไก่ เนื้อแกะ เนื้อปลา หรือผลพลอยได้จากเนื้อสัตว์ โดยวัตถุดิบเหล่านี้มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทุกชนิด เช่น ทอรีน ซึ่งไม่พบในโปรตีนจากพืช

การผสมคาร์โบไฮเดรตลงในอาหาร อาทิ เนื้อข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ และข้าวฟ่างเมล็ด จะช่วยด้านการดูดซึมสารอาหารและรักษาระดับพลังงาน ส่วนบีทพัลพ์เป็นแหล่งใยอาหารชั้นดีที่ช่วยระบบย่อยอาหาร

เพื่อให้ผิวหนังสุขภาพดีและขนหนานุ่ม เจ้าเหมียวต้องการกรดไขมันจากน้ำมันปลาที่มีวิตามินสูงและไขมันจากเนื้อไก่

 

คุณภาพ

ฉลากอาหารแมวให้รายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณค่าสารอาหารเท่านั้น เนื่องจากข้อบังคับไม่อนุญาตให้ผู้ผลิตอธิบายคุณภาพของวัตถุดิบภายในบรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีชื่อเสียงจะสามารถอธิบายวิธีทดสอบและรับประกันคุณภาพของตัวเองได้

 

เปรียบเทียบราคา

เมื่อเลือกซื้ออาหาร คุณไม่ควรพิจารณาจากราคาเป็นปัจจัยหลัก เพราะอาหารที่ราคาถูกอาจมีที่มาจากวัตถุดิบคุณภาพต่ำ หรือมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบเนื่องจากต้นทุนผู้ผลิตมีความผันผวน

ผลิตภัณฑ์ราคาถูกหลายแบรนด์มีคุณค่าทางสารอาหารต่อวันน้อยกว่าผลิตภัณฑ์คุณภาพเมื่อกินในปริมาณเท่ากัน นอกจากนี้คุณควรพิจารณาราคาต่อวันด้วย ไม่ใช่แค่พิจารณาจากราคาเท่านั้น

 

  • รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหมัดในลูกแมว
    รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหมัดในลูกแมว
    adp_description_block382
    รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหมัดในลูกแมว

    • แบ่งปัน

    หากพบว่าเจ้าเหมียวเกาหรือกัดตัวเองบ่อยผิดปกติ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของการมีหมัด นอกจากจะทำให้เกิดอาการคันและไม่สบายตัวแล้ว หมัดยังสามารถแพร่โรคได้อีกด้วย ในกรณีที่ร้ายแรง ลูกแมวอาจมีภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับลูกแมวตัวน้อย แต่ไม่ต้องกังวล! เรามีคำแนะนำและวิธีจัดการกับหมัดตัวร้ายเหล่านี้มาฝากกัน

     

    วิธีกำจัดหมัดแมว

    • ประเมินอาการเบื้องต้น

    ก่อนจะเริ่มใช้วิธีรักษาหมัดแมวในรูปแบบต่าง ๆ คุณต้องประเมินสถานการณ์เสียก่อน โดยวิธีการอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักของลูกแมว

    ข้อควรระวัง

    1. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดกับลูกแมวที่มีอายุน้อยกว่า 12 สัปดาห์

    2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ป้องกันเหมาะกับอายุและน้ำหนักของลูกแมว

    3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับแมวเท่านั้น
    • ขั้นตอนการกำจัดหมัดแมว

    1. แปรงขน – แปรงหรือหวีซี่เล็กสามารถกำจัดหมัดที่มองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    2. อาบน้ำ – เมื่อลูกแมวมีอายุที่เหมาะสม อาจเลือกใช้แชมพูกำจัดเห็บหมัดสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนและไม่มีฟองแทนก็ได้ 

    3. ทำความสะอาดบ้าน – ซักผ้าปูที่นอนทั้งหมดด้วยน้ำสบู่และดูดฝุ่นบริเวณพรมเป็นประจำ อาจใช้สเปรย์กำจัดหมัดฉีดรอบ ๆ ตัวบ้านด้วยก็ได้

    4. ทำความสะอาดสวนหรือสนามหญ้า – แม้จะเลี้ยงลูกแมวในบ้าน แต่หมัดก็อาจแอบเข้ามาจากข้างนอกได้ คุณสามารถใช้สเปรย์กำจัดหมัดฉีดให้ทั่วทุกบริเวณเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของหมัด

    • การรักษาหมัดในลูกแมวอายุน้อยกว่า 12 สัปดาห์

    ทางเลือกในการรักษาค่อนข้างมีจำกัด เพราะลูกแมวในวัยนี้ยังไม่แข็งแรงมากพอที่จะใช้วิธีการรักษาสำหรับแมวโต โดยแนะนำให้วิธีเหล่านี้แทน

    1. สำหรับลูกแมวที่มีอายุต่ำกว่า 8 สัปดาห์ ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือการใช้หวีกำจัดหมัด โดยให้จุ่มหวีลงในน้ำสบู่ร้อนระหว่างการแปรงขน 

    2. อีกหนึ่งวิธีที่แนะนำคือการอาบน้ำ การอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นและแชมพูสูตรอ่อนโยนช่วยลดจำนวนหมัดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ควรจำกัดเวลาในการอาบน้ำให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันลูกแมวของคุณหนาวหรือรู้สึกกังวลมากจนเกินไป

    • การใช้น้ำมันหอมระเหย

    หลายคนอาจคิดว่าน้ำมันหอมระเหยเป็นสิ่งที่ดีและปลอดภัย แต่ความจริงนั้น น้ำมันหอมระเหยหลายชนิดเป็นพิษต่อแมว แม้จะใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยก็ตาม ยากำจัดหมัดบางชนิดก็มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย แนะนำให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง และหากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติม

    • การป้องกันเห็บหมัดในลูกแมว

    สำหรับลูกแมวที่มีอายุมากกว่า 8 – 10 สัปดาห์และมีน้ำหนักมากกว่า 1 กก. คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเฉพาะจุดได้ แต่ต้องแน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกนั้นเหมาะกับอายุและน้ำหนักของลูกแมว

    • วิธีรักษาหมัดแมวที่ดีที่สุด

    สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของลูกแมวและประสิทธิภาพในการกำจัดหมัด วิธีที่ดีที่สุดคือการรักษาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดที่มีจำหน่ายทั่วไปได้เช่นกัน แต่แนะนำให้อ่านฉลากอย่างละเอียดและหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่เป็นอันตราย เช่น เพอร์เมทรินและน้ำมันหอมระเหยบางชนิด

    การรักษาหมัดอาจใช้เวลานาน แต่หากคุณมีความอดทนและรักษาอย่างถูกวิธี แมวของคุณก็จะปราศจากหมัดและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้ก่อนการรักษาด้วยตนเองหรือก่อนการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อความปลอดภัยของลูกแมว

Close modal