IAMS TH
Does-Your-Cat-Have-Allergies-banner
Does-Your-Cat-Have-Allergies-banner

adp_description_block448
วิธีช่วยเจ้าแมวอ้วนลดน้ำหนักอย่างได้ผล

  • แบ่งปัน

ภูมิแพ้ในแมวเกิดจากการตอบสนองที่ผิดปกติต่อสิ่งเร้าในสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว หากพบว่าพวกเค้ามีท่าทางไม่สบายตัว จามอย่างต่อเนื่อง และเกาตัวเองไม่หยุด อาการเหล่านี้คืออาการแพ้ในแมวที่พบได้บ่อย

อาการแพ้ของแมวมีหลากหลายรูปแบบ อย่างอาการคันหรืออาการระคายเคือง อาจทำให้น้องแมวเกาหรือกัดแทะตัวเองไม่หยุด แต่สำหรับอาการที่ส่งผลต่อการหายใจถือว่าร้ายแรงที่สุด และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

 หากระบุได้ว่าสารก่อภูมิแพ้ชนิดใดส่งผลกับน้องแมว เราก็สามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ และหาวิธีดูแลพวกเค้าได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

อะไรคือสาเหตุของภูมิแพ้ในแมว?

ขั้นตอนแรกในการรักษาโรคภูมิแพ้แมวคือค้นหาว่าอะไรเป็นสาเหตุ โดยการไปพบสัตวแพทย์เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการค้นหาตัวกระตุ้นการแพ้ของแมว

ภูมิแพ้ในแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่อาการทั้งหมดมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก นั่นคือภูมิแพ้น้ำลายหมัด ภูมิแพ้อาหาร และภูมิแพ้สารในสิ่งแวดล้อม(โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง)  

  • ภูมิแพ้น้ำลายหมัด

เป็นอาการแพ้ที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดจากการโดนหมัดกัดหรือเป็นผลข้างเคียงจากยากำจัดหมัด โดยอาการคันจะเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดของภูมิแพ้ประเภทนี้ หากพบว่าน้องแมวเกาหรือกัดแทะตัวเองบ่อย ๆ โดยเฉพาะบริเวณโคนหาง มันอาจเป็นไปได้ว่าพวกเค้ากำลังแพ้น้ำลายหมัด

  • ภูมิแพ้อาหาร

การแพ้อาหารอาจทำให้น้องแมวอาเจียน ท้องเสีย และอาจมีอาการคันร่วมด้วย โดยเฉพาะบริเวณคอและศีรษะ ในกรณีที่มีอาการรุนแรง น้องแมวอาจมีปัญหาขนร่วงเป็นหย่อม ควรรีบไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าพวกเค้าแพ้อาหารชนิดใด และขอคำแนะนำเรื่องการเลือกสูตรอาหารที่เหมาะสม

  • ภูมิแพ้สารในสิ่งแวดล้อม

การแพ้สารในสิ่งแวดล้อมอาจมีตัวกระตุ้นที่แตกต่างกัน เช่น ต้นไม้บางชนิด  ละอองเกสร และเชื้อรา น้องแมวบางตัวอาจแพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือน้ำหอมจากทรายแมว นอกจากนี้น้องแมวยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบในแมวด้วย โดยพวกเค้าจะมีอาการคันอย่างรุนแรง ซึ่งนำไปสู่การอักเสบที่ผิวหนัง มีรอยแดง มีแผลตกสะเก็ด และขนร่วง

อาการแพ้ของแมว

บางอาการก็เพียงแค่สร้างความน่ารำคาญให้พวกเค้า แต่บางอาการก็เป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้ลักษณะอาการและความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับชนิดของภูมิแพ้

  • ท้องเสีย

สำหรับน้องแมวบางสายพันธุ์ที่มีอาการท้องเสีย จะมีคราบสกปรกติดอยู่บริเวณบั้นท้าย ส่วนในน้องแมวทั่วไป เราสามารถสังเกตอาการได้จากลักษณะของอุจจาระ หากพบว่าน้องแมวอุจจาระกึ่งเหลวหรืออุจจาระเหลวบ่อยเกินสองวัน ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

หายใจลำบาก

อาการนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นเพราะก้อนขนอุดตันในทางเดินอาหาร หรืออาจแพ้สิ่งเร้า อย่างเกสรดอกไม้ เชื้อรา และควันบุหรี่ การหายใจลำบากหรือหายใจดังยังเป็นผลมาจากความเครียดได้ด้วย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างกะทันหัน และควรให้เวลาน้องแมวปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ด้วย

  • ตาแฉะ

อาการตาแฉะหรือมีคราบน้ำตาเป็นอาการแพ้ของแมวที่เด่นชัดกว่าอาการอื่น ๆ ซึ่งอาจเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น เชื้อรา 

หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง อย่างการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียได้ด้วยเช่นกัน

ตาแฉะ
 

  • รอยแดงและอาการคัน

อาการคันหรือรอยแดงบนผิวหนังอาจเกี่ยวข้องกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบในแมว โดยผิวหนังของพวกเค้าจะมีอาการบวมแดง มีแผลพุพองขนาดเล็กจากอาการระคายเคือง หรือจากอาการแพ้สิ่งเร้าภายนอก

รอยแดงและอาการคัน
 

การรักษาโรคภูมิแพ้แมวมีวิธีอย่างไรบ้าง?

  • ใช้แชมพูสูตรสำหรับรักษาอาการผื่นผิวหนังอักเสบโดยเฉพาะ

หากน้องแมวมีอาการแพ้ไม่มากและมีอาการคันเพียงเล็กน้อย แชมพูประเภทนี้เป็นตัวช่วยที่ดีเลย

  • ใช้ยาสำหรับรักษาอาการคัน

การใช้ยารักษาอาการคันและยาต้านการอักเสบที่ช่วยลดรอยแดงและบวม อย่างยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการคันอย่างรุนแรงในแมว แต่จำเป็นต้องปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาที่ถูกต้องและปลอดภัย

  • ใช้ยากำจัดหมัด

ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกวิธีป้องกันเห็บหมัดที่เหมาะสำหรับน้องแมวของคุณ การป้องกันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภูมิแพ้น้ำลายหมัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ควรทำความสะอาดบ้านเป็นประจำเพื่อตัดวงจรชีวิตของหมัด โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่มีอากาศอบอุ่น  แม้ว่าน้องแมวจะไม่มีหมัดบนตัว แต่ก็ควรใช้ยาป้องกันหมัดและถ่ายพยาธิ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนอนพยาธิในแมว และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปรสิตตัวร้ายเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

จำกัดการให้อาหารน้องแมว โดยเลือกให้ทีละชนิดหรือทีละประเภท เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้องแมวแพ้อาหารชนิดไหน โดยส่วนใหญ่น้องแมวมักแพ้อาหารจำพวกโปรตีน ซึ่งอาหาร 3 อันดับแรก ได้แก่ เนื้อวัว (18%) เนื้อปลา (17%) และเนื้อไก่ (5%) การหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้จะช่วยลดความรุนแรงของอาการแพ้ในแมวลง

อาการภูมิแพ้ในแมว

อาการแพ้ของแมวที่พบบ่อยที่สุดคืออาการบริเวณผิวหนัง มันอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และพบได้ในน้องแมวทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้ในลูกแมวอาจไม่มีอาการแสดงอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้หมายความพวกเค้าจะไม่มีอาการแพ้ ดังนั้นหากพบอาการใด ๆ ต่อไปนี้ ควรรีบพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ในทันที

  • เกา เลีย และกัดแทะผิวหนังอย่างต่อเนื่อง
  • ไถหน้าและหูไปมากับพื้นหรือกำแพง
  • ผิวอักเสบ ขนร่วง และมีกลิ่นเหม็น
  • ไอ จาม น้ำตาไหล และน้ำมูกไหล
  • อาเจียนหรือท้องเสียบ่อย  

าการแพ้ของแมวแต่ละตัวอาจแตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการดูแลที่เหมาะสม

 

วิธีสังเกตและดูแลอาการภูมิแพ้ในแมว
วิธีสังเกตและดูแลอาการภูมิแพ้ในแมว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ในแมว

  1. อาการแพ้ในแมวที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร?
  2. แมวมีความไวต่อสิ่งเร้าที่หลากหลาย พวกเค้าอาจแพ้อาหาร ยา พืช และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง อย่างไรก็ตามการแพ้หมัด แพ้สารในสิ่งแวดล้อม และ/หรือแพ้อาหารเป็นภูมิแพ้ที่พบบ่อยที่สุดในแมว

  3. การดูแลอาการแพ้ในแมวทำอย่างไรได้บ้าง?
  4. เพียงแค่ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ เลือกใช้ทรายแมวที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ป้องกันเห็บหมัดให้น้องแมว หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม และไม่สูบบุหรี่ใกล้กับบริเวณที่น้องแมวอยู่

  5. จะรู้ได้อย่างไรว่าน้องแมวเป็นภูมิแพ้?
  6. หากน้องแมวเป็นภูมิแพ้ คุณจะสังเกตเห็นอาการ พฤติกรรม และสภาพร่างกายบางอย่างที่ได้รับผลกระทบจากการแพ้ เช่น:

    • ตาแฉะ
    • น้ำมูกไหล
    • มีอาการคัน
    • ไอหรือจาม
    • อาเจียนหรือท้องเสีย 

     

  7. โรคภูมิแพ้ในแมวรักษาหายหรือไม่?
  8. ขึ้นอยู่กับว่าน้องแมวของคุณแพ้อะไร แพ้สิ่งเร้าในสิ่งแวดล้อมหรือแพ้อาหาร หากพวกเค้าแพ้อาหาร ก็จำเป็นต้องเลือกอาหารสูตรใหม่ที่เหมาะสม แต่หากน้องแมวมีอาการแพ้บริเวณผิวหนัง การกินอาหารสูตรใหม่และน้ำที่สะอาดตลอดระยะเวลา 8 - 10 สัปดาห์ อาการก็จะค่อย ๆ หายไป

  9. การดูแลอาการแพ้ในแมวในเวลานานแค่ไหน?
  10. น้องแมวส่วนใหญ่ที่เป็นภูมิแพ้ทางเดินหายใจ มักจะแพ้สิ่งเร้าหลากหลายชนิด แต่อาการคันอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งหากอากาศไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยหรือมีตัวกระตุ้นน้อย

  • cat article detail banner
    cat article detail banner
    adp_description_block498
    เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

    • แบ่งปัน

    น้องแมวต้องการกรดไขมันและโปรตีนมากกว่าคน รวมไปถึงสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเค้ามีนิสัยกินทีละนิดทีละหน่อยแต่กินหลายมื้อต่อวัน ดังนั้นการเลือกอาหารจึงสำคัญมาก และอาหารแมวไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรแมวโต รสไก่ คือตัวเลือกที่ดีเลย นอกจากรสชาติอร่อยถูกใจเจ้าเหมียวแล้ว ยังคงความสดใหม่ได้ยาวนานอีกด้วย

    เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

    คุณค่าทางโภชนาการที่เจ้าเหมียวต้องการ

    แมวเหมียวต้องการโปรตีนจากสัตว์ พร้อมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ ในอัตราส่วนที่ครบถ้วนและสมดุล เพื่อเสริมให้พวกเค้ามีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารเสริมที่ไม่จำเป็น เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกมากมาย ในการเลือกอาหารให้เจ้าเหมียวตัวน้อย ควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

    • โปรตีนคุณภาพดีจากเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือไข่ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมไปถึงระบบภูมิต้านทาน และอวัยวะต่าง ๆ
    • กรดอะมิโนทอรีน ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์เท่านั้น ทั้งเนื้อไก่และปลา ช่วยให้มีสุขภาพดวงตาที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยเสริมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ การเจริญเติบโตของลูกแมวในท้อง และพัฒนาการด้านต่าง ๆ
    • วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น วิตามิน A ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์เท่านั้น และวิตามิน E ที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
    • อัตราส่วนที่สมดุลของกรดไขมัน ช่วยให้สุขภาพผิวหนังดี และมีขนนุ่มเงางาม
    • ไฟเบอร์คุณภาพดี เช่น บีทพัลพ์ ที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยและขับถ่าย

    เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

    โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวเหมียว

    • แม่แมวตั้งท้อง หรือ แม่แมวที่กำลังให้นมลูก

       แม่แมวที่กำลังตั้งท้องต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 50% จากปริมาณปกติ โดยเราสามารถให้อาหารสูตรลูกแมวในช่วง 2-3 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งท้องกับพวกเค้าได้ เพราะมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนตรงกับความต้องการ หลังคลอด แม่แมวต้องการพลังเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 75% โดยจะมากกว่าปกติถึงสองเท่าในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด และเพิ่มเป็นสามเท่าเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ระหว่างสัปดาห์สามถึงสี่จะเป็นช่วงที่แม่แมวต้องการพลังงานมากที่สุด เพราะต้องให้นมลูกแมวตัวน้อยที่ยังไม่สามารถกินอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกได้ เมื่อลูกแมวถึงวัยหย่านม แม่แมวจึงจะสามารถกลับมากินอาหารสูตรทั่วไปได้

    เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

    • ควบคุมน้ำหนัก

      สำหรับปัญหาน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่น แมวโตเต็มวัยต้องการสารอาหารแตกต่างจากลูกแมว และแมวสูงวัย ดังนั้นการเพิ่มปริมาณอาหารที่ไม่เหมาะกับช่วงวัยเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการทางโภชนาการ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เจ้าเหมียวอ้วนได้ ซึ่งนี่เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
      โดยทั่วไปแมวที่เลี้ยงในบ้านมีความเสี่ยงจะมีภาวะน้ำหนักเกินได้ง่าย เพราะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย แต่ในฐานะเจ้าของ คุณต้องใส่ใจกับปริมาณอาหารที่เจ้าเหมียวได้รับในแต่ละวัน หรืออาจเลือกให้อาหารสูตรใหม่ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักก็ได้ ตามมาดูเคล็ดลับการให้อาหารที่จะช่วยให้เจ้าเหมียวของคุณมีน้ำหนักตัวตามมาตรฐาน และมีสุขภาพแข็งแรงกัน

    what shape

     

    แม้จะเลือกสูตรอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก แต่ก็ควรกำหนดปริมาณอาหารตามคำแนะนำอย่างเหมาะสมนะ

    • ป้องกันปัญหาก้อนขนอุดตัน

      โดยทั่วไปเจ้าเหมียวมักเลียขนเป็นประจำ และนั่นอาจทำให้พวกเค้ากลืนขนตัวเองลงไป ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาก้อนขนอุดตันในช่องท้องได้ หากก้อนขนเหล่านั้นไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้มาได้ เจ้าเหมียวอาจพยายามสำรอกมันออกมา การเลือกอาหารสูตรพิเศษจะช่วยป้องกันการเกิดก้อนขนอุดตันได้ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงหากผสมกับอาหารสูตรอื่น

    ความแตกต่างทางพฤติกรรมการกินของแมวน้ำหนักน้อยกับแมวอ้วน

    • แมวน้ำหนักน้อย:

      น้องแมวที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ต้องการสารอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในที่สุด นอกจากนี้การเพิ่มปริมาณแคลอรี่ก็จำเป็นเช่นกัน เพื่อให้พวกเค้ามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ทั้งนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ
    • แมวอ้วน:

      แมวที่มีภาวะอ้วนควรควบคุมปริมาณอาหารอย่างเคร่งครัด และควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ

    ปริมาณอาหารที่น้องแมวควรได้รับในแต่ละวันคือเท่าใด?

    ปริมาณอาหารที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับช่วงวัย ขนาดตัว และกิจวัตรประจำวันของพวกเค้า หรือจะเลือกให้อาหารตามตารางแนะนำที่ระบุไว้บนซองอาหารแมว ทุกซองของไอแอมส์™ ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณอาหารตามความต้องการของน้องแมวได้ และอย่าลืมแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมหากคุณให้อาหารพวกเค้ามากกว่า 1 ครั้งต่อวัน ทีนี้ตามมาดูไปพร้อมกันเลยว่าควรให้อาหารเจ้าหมียวปริมารเท่าใดบ้าง:

    น้ำหนักของแมว (กก.)กรัม/วัน
    345
    455
    560
    670
    780
    890

     

    อาหารแมวไอแอมส์™ ช่วยแก้ปัญหาการกินมากเกินไปหรือน้อยเกินไปได้อย่างไรบ้าง?

    อาหารแมวไอแอมส์™ อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดีเหมาะกับแมวที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว ซึ่งอาหารแมวไอแอมส์™ สูตรควบคุมน้ำหนักและก้อนขน ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับน้องแมวที่ต้องการเพิ่มหรือลดน้ำหนัก เพราะอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้:

    • ผลิตจากเนื้อไก่คุณภาพดี
    • มีส่วนผสมของแอล – คาร์นิทีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้น้องแมวกลับมามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
    • เป็นสูตรอาหารที่สัตวแพทย์แนะนำ
    • ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ

Close modal