IAMS TH
cat-articcat article detail bannerle-detail-banner

cat-articcat article detail bannerle-detail-banner


adp_description_block483
ความหมายของคำประกาศ AAFCO

  • แบ่งปัน

AAFCO คืออะไร

 

สมาคมควบคุมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา (Association of American Feed Control Officials: AAFCO) ก่อตั้งขึ้นในปี 1909 เพื่อกำหนดมาตรฐานข้อบังคับในอุตสาหกรรมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้ AAFCO จะไม่ใช่หน่วยงานรัฐบาล แต่ก็เป็นองค์กรที่ปฏิบัติงานสอดคล้องกับกฎหมายของรัฐบาลกลางและกฎหมายประจำรัฐต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายที่บังคับใช้โดยองค์การอาหารและยา (FDA) และกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA)

 

AAFCO มีหน้าที่อะไร

 

AAFCO เป็นหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐาน หรือขอบเขตของข้อบังคับต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ผลิตระบุข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับการใช้อาหารสัตว์รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย

ทุก ๆ ปี AAFCO จะเผยแพร่หนังสือชื่อว่า คู่มือ AAFCO (AAFCO Manual) โดยคู่มือฉบับนี้ได้ระบุความหมายของวัตถุดิบและคำศัพท์ในการให้อาหารต่าง ๆ อธิบายปัญหาข้อสรุปของปัญหาการเขียนฉลากต่าง ๆ   เช่น รูปแบบของฉลาก รายชื่อวัตถุดิบ คำกล่าวอ้างด้านโภชนาการ และบทวิเคราะห์ที่การันตี เป็นต้น

ข้อบังคับนี้แตกต่างจากกฎหมาย อย่างไรก็ดี รัฐบาลประจำรัฐหลายแห่งได้นำเอาระเบียบบังคับอาหารสัตว์เลี้ยงของ AAFCO มาบังคับใช้เป็นกฎหมายประจำรัฐ

 

คำประกาศ AAFCO คืออะไร

 

“คำประกาศ AAFCO ว่าด้วยความพอเพียงหรือจุดประสงค์ด้านโภชนาการ” หรือ “คำกล่าวอ้างโภชนาการ” หรือ “คำกล่าวอ้างความครบถ้วนและสมดุล” ระบุว่าผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตให้ใช้กับช่วงวัย/ไลฟ์สไตล์ใด ผู้ผลิตอาหารต้องผ่านการขอคำรับรองภายใต้ข้อบังคับของ AAFCO จึงจะสามารถระบุคำประกาศนี้ได้

AAFCO กำหนดขั้นตอนการคำรับรองเพื่อใช้คำกล่าวอ้างไว้ 3 วิธี ได้แก่

 

วิเคราะห์โดยห้องปฏิบัติการ

 

ทำการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับคุณค่าทางโภชนาการขั้นต่ำ ที่ระบุไว้ในหลักโภชนาการสำหรับสุนัขและแมวของ AAFCO (AAFCO Nutrient Profiles)

ฉลากจะระบุว่า “อาหารสุนัข (แมว) ABC ผ่านการคิดค้นสูตรโดยมีระดับสารอาหารเป็นไปตามหลักโภชนาการของสุนัข (แมว) ของ AAFCO สำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม)”

 

ทดลองให้อาหาร

 

ทดสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในห้องปฏิบัติการโดยทดลองให้สุนัข หรือแมวกินตามกระบวนการของ AAFCO

ฉลากจะระบุว่า “การทดสอบให้อาหารสัตว์ตามกระบวนการของ AAFCO รับรองว่าอาหารสุนัข (แมว) ABC ให้สารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม)”

 

วิเคราะห์เปรียบเทียบความพอเพียงด้านโภชนาการ

 

เปรียบเทียบผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับคุณค่าสารอาหารจากผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งให้สุนัขและแมวกินตามกระบวนการของ AAFCO

ฉลากจะระบุว่า “อาหารสุนัข (แมว) ABC ให้สารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม) และมีความเพียงพอด้านโภชนาการใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ มีคำรับรองจากการทดสอบให้อาหารสัตว์ของ AAFCO”

 

กระบวนการให้อาหารของ AAFCO คืออะไร 

 

AAAFCO ได้กำหนดกระบวนการ หรือคำแนะนำในการดำเนินการทดสอบให้อาหารสัตว์ไว้อย่างชัดเจน โดยกระบวนการจะกำหนดเกณฑ์การทดสอบต่าง ๆ ไว้ เช่น

  • จำนวนสัตว์ขั้นต่ำ
  • ระยะเวลาการทดสอบ
  • การตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์
  • การเฝ้าสังเกตและการตรวจวัดทางคลินิก อันได้แก่ น้ำหนักตัว ตรวจเลือด และระดับทอรีนในเลือดสำหรับแมว เป็นต้น

 

แต่ละช่วงวัยมีเกณฑ์เฉพาะตัว โดยช่วงวัยของสุนัขและแมวนั้นเหมือนกันซึ่งระบุไว้ดังนี้

  • การดูแลช่วงโตเต็มวัย
  • พัฒนาการ
  • ตั้งครรภ์/ให้นม
  • ทุกช่วงวัย

 

“ทุกช่วงวัย” หมายความว่าอะไร

 

อาหารสัตว์เลี้ยงที่ระบุว่า “ทุกช่วงวัย” สามารถใช้กับสัตว์ตั้งแต่ช่วงหย่านมไปจนถึงช่วงโตเต็มวัย คำกล่าวอ้างนี้ ถือเป็นมีความพอเพียงด้านโภชนาการอย่าง (สมบูรณ์) เด็ดขาด ในกรณีที่ผ่านการรับรองจากการทดสอบให้อาหาร ต้องทดสอบในสัตว์ที่ตั้งครรภ์/ให้นมลูก และที่ยังมีพัฒนาอยู่ด้วยตามลำดับโดยต้องเป็นสัตว์กลุ่มเดียวัน

 

“สำหรับบริโภคชั่วคราว” หมายความว่าอะไร

 

ระเบียบ AAFCO มีการบังคับการใช้คำหรับอาหารที่ผลิตขึ้นตามความต้องการพิเศษซึ่งจำเป็นต้องมีสัตวแพทย์คอยวินิจฉัย จัดการ และติดตามผล

 

สรุป

 

การทำความเข้าใจกับคำประกาศ AAFCO ว่าด้วยความเพียงพอด้านโภชนาการจะช่วยให้ลูกค้าได้รับอาหารคุณภาพสูงที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล ทั้งยังเหมาะกับช่วงวัยที่กำหนดสำหรับสุนัขและแมว

 

  • Corn-Ingredients-and-Their-Use-in-Our-Cat-Foods-banner
    Corn-Ingredients-and-Their-Use-in-Our-Cat-Foods-banner
    adp_description_block159
    ไขข้อสงสัย แมวกินข้าวโพดได้ไหม?

    • แบ่งปัน

    ใคร ๆ ก็ชอบข้าวโพด แค่นึกภาพข้าวโพดอบเนยหวานมันแสนอร่อยก็น้ำลายสอแล้ว ทาสแมวหลายคนอาจสงสัยว่าแมวกินข้าวโพดได้ไหม คำตอบคือได้ แถมข้าวโพดยังเป็นประโยชน์ต่อน้องแมวอีกด้วย เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ ข้าวโพดจึงเป็นส่วนผสมสำคัญในอาหารแมวหลายยี่ห้อ

    ประโยชน์ของข้าวโพด

    แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเค้าจึงต้องการโปรตีนในปริมาณมากสำหรับการทำงานของร่างกาย ข้าวโพดฝักกลาง 1 ฝักมีโปรตีนประมาณ 3.5 กรัม ซึ่งน้องแมวต้องการโปรตีนอย่างน้อย 2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 0.5 กิโลกรัม สมมติถ้าน้องแมวหนัก 3.5 กิโลกรัม พวกเค้าจะต้องการโปรตีนอย่างน้อย 14 กรัม นั่นแปลว่าต้องให้แมวกินข้าวโพดอย่างน้อย 4 ฝัก ซึ่งไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะจะได้รับแคลอรี่สูงเกินไป ข้าวโพดจึงควรเป็นส่วนหนึ่งในอาหารมากกว่าเป็นอาหารมื้อหลัก และควรให้แมวได้รับโปรตีนจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม แต่ถึงอย่างนั้นข้าวโพดก็ยังมีประโยชน์มากมาย ดังนี้

    • เป็นแหล่งพลังงานชั้นดี

      • คาร์โบไฮเดรตอาจไม่ใช่สารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับแมวเหมียว แต่มันช่วยให้เจ้าตัวน้อยมีพลังเต็มเปี่ยมตลอดทั้งวัน และเมื่อน้องแมวได้รับคาร์โบไฮเดรตเพียงพอ พวกเค้าก็ไม่จำเป็นเปลี่ยนโปรตีนเป็นพลังงาน ซึ่งทำให้ร่างกายนำโปรตีนไปใช้ประโยชน์ในส่วนสำคัญได้อย่างเต็มที่ เช่น การเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
    • ป้องกันอาการอักเสบ

      • ข้าวโพดอุดมไปด้วยกรดไขมันที่ช่วยให้ผิวหนังมีสุขภาพดีและป้องกันการอักเสบ ซึ่งร่างกายของแมวไม่สามารถผลิตกรดไขมันเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง จึงต้องให้แมวกินข้าวโพดหรืออาหารอื่น ๆ ที่มีกรดไขมันเท่านั้น 
    • อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

      • สารต้านอนุมูลอิสระมีความจำเป็นต่อสุขภาพ เพราะช่วยป้องกันการทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อ โดยวิตามินอีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ T-cell ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิต้านทานชนิดหนึ่ง ส่วนบีตา-แคโรทีนจะช่วยเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันและช่วยให้วัคซีนทำงานได้ดีขึ้น ข่าวดีคือข้าวโพดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระทั้งสองชนิดนี้!

    เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับข้าวโพดในอาหารแมว

    ข้าวโพดหลากหลายรูปแบบถูกใช้เป็นส่วนผสมในอาหารแมว เช่น เมล็ดข้าวโพดป่น เมล็ดข้าวโพดบดละเอียด ปลายข้าวโพด แป้งข้าวโพด และรำข้าวโพด โดยคุณอาจสังเกตเห็นส่วนผสมของข้าวโพดอย่างน้อย 1 ชนิดบนบรรจุภัณฑ์อาหารแมว

     

    ส่วนผสมจากข้าวโพด

    ลักษณะและที่มา

    เมล็ดข้าวโพดป่น หรือเมล็ดข้าวโพดบดละเอียด

    เป็นการนำเมล็ดข้าวโพดทั้งหมดมาบดให้ละเอียด

    ปลายข้าวโพด

    บางส่วนของข้าวโพดบด โดยมีรำข้าว (ไฟเบอร์) หรือจมูกข้าว (ส่วนโปรตีนเล็ก ๆ ที่ปลายเมล็ด) เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย 

    รำข้าวโพด 

    เปลือกนอกของเมล็ดข้าวโพด ซึ่งให้ไฟเบอร์สูง

    แป้งข้าวโพด

    เป็นโปรตีนที่หลงเหลือจากรำข้าวโพด และผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้ว โดยจะกลายแหล่งเป็นคาร์โบไฮเดรตต่อไป 

     

    ขนมข้าวโพดที่เหมาะสำหรับแมวเหมียว

    แม้ว่าข้าวโพดจะอุดมไปสารอาหารที่มีประโยชน์ แต่ขนมจากข้าวโพดบางชนิดก็ไม่เหมาะสำหรับน้องแมว ควรหลีกเลี่ยงการให้แมวกินข้าวโพดทอด ข้าวโพดคั่ว และเปลือกข้าวโพด แต่สามารถให้ข้าวโพดย่างหรือต้มโดยไม่ปรุงรสใด ๆ แทน

     

    ข้าวโพดในอาหารแมวไอแอมส์™

    ข้าวโพดเป็นหนึ่งในส่วนผสมของอาหารแมวไอแอมส์™ ทุกสูตร ทั้งไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์ สูตรสำหรับแมวโต และไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์ สูตรสำหรับลูกแมว โดยเราเลือกใช้ “กลูเทนข้าวโพด” แทน “ฝักข้าวโพด” หากจะอธิบายความแตกต่างให้เห็นภาพ ก็คือการใช้ข้าวโพดปรุงสุกแทนข้าวโพดดิบนั่นเอง นอกจากนี้เรายังคัดสรรเฉพาะข้าวโพดคุณภาพดี และแยกเปลือกนอกของเมล็ดแต่ละเมล็ดออกก่อนนำไปบดละเอียด จากนั้นจึงนำไปปรุงสุกเพื่อให้ข้าวโพดนั้นย่อยง่ายยิ่งขึ้น

    อาหารแมวไอแอมส์™ มีส่วนประกอบของปลายข้าวโพดและเมล็ดข้าวโพดบดละเอียด ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดีและเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยม อีกทั้งข้าวโพดยังไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเหมือนกับข้าว จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับน้องแมวสูงอายุและน้องแมวที่มีน้ำหนักเกิน

     

Close modal