IAMS TH
Your Senior Dog’s Special Nutritional Needs
Your Senior Dog’s Special Nutritional Needs

adp_description_block468
ความต้องการโภชนาการพิเศษสำหรับสุนัขสูงวัย

  • แบ่งปัน

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการให้อาหารสุนัขสูงวัยก็คือควรเลือกอาหารที่มีโภชนาการที่เหมาะสม โดยที่ ไอแอมส์™ เราได้มีการวิจัยเพื่อให้สุนัขสูงวัยได้รับสารอาหารที่เหมาะสมที่สุด อาหารที่มีสารอาหารที่ครบถ้วน สมดุล จะช่วยทำให้สุนัขนั้นมีอายุที่ยาวนานขึ้น มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป และยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อและระบบการย่อยอาหารของพวกเค้าดีขึ้นได้อีกด้วย
 

สุนัขอายุเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าเป็นสุนัขสูงวัย ?


สุนัขสูงวัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงระบบต่างๆในร่างกายที่เริ่มเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลา ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามขนาดและสายพันธุ์ โดยสุนัขพันธุ์เล็กจะเข้าสู่ช่วงสูงวัยเมื่ออายุได้ประมาณ 7 ปี และในสุนัขพันธุ์ใหญ่จะเข้าสู่ช่วงสูงวัยเมื่ออายุได้ประมาณ 5 ปี การให้อาหารสุนัขตามช่วงวัยนั้น จะช่วยรักษาสุขภาพสุนัขโดยรวมได้เป็นอย่างดี เมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้นและมีสัญญาณของโรคต่างๆ การรักษาและดูแลตั้งแต่เนิ่นๆก็ช่วยให้เค้าได้รับการดูแลรักษาได้เร็วขึ้นเช่นกัน

สายพันธุ์และสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอายุในสุนัข แต่คุณภาพของอาหารและสารอาหารที่พวกเค้าจะได้รับนั้นก็สามารถช่วยชะลอวัยและช่วยให้เค้ามีอายุที่ยืนยาวและแข็งแรงขึ้นได้

เมื่อสุนัขสูงวัยอายุเพิ่มมากขึ้น อาหารที่คุณจัดหามาให้นั้นช่วยได้มาก จากข้อมูลของ นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™บอกไว้ว่า สุนัขสูงวัยนั้นก็ต้องการสารอาหารไม่ต่างกับสุนัขวัยรุ่น แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือปริมาณและสารอาหารที่เปลี่ยนไป

Dr. Hayek นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™ แนะนำว่าเราไม่ควรเริ่มเปลี่ยนอาหารให้เมื่อสุนัขเข้าสู่วัยชรา แต่ทางที่ดีกว่าคือการให้อาหารพรีเมียมคุณภาพสูง เช่น อาหารสุนัข ไอแอมส์™ ที่มีโภชนาการที่เหมาะสมตั้งแต่ยังเล็ก เราควรจะดูแลสุขภาพพวกเค้าในเชิงรุกมากกว่าที่จะรอให้พวกเค้ามีปัญหาแล้วถึงมาเริ่มดูแลทีหลัง

แต่ถ้าตอนนี้คุณกำลังเลี้ยงสุนัขสูงวัยอยู่ล่ะก็ อย่าลืมมองหาอาหารที่มีคุณภาพสูงมีสารอาหารที่สมดุลและถูกต้องตามความต้องการของพวกเค้า โดยสารมารถดูได้จากสิ่งต่อไปนี้

โปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพดี
ความต้องการด้านโปรตีนของสุนัขนั้นสำคัญมาก เมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้น พวกเค้าจะสูญเสียความสมดุลของมวลกล้ามเนื้อไป ดังนั้นพวกเค้าจะต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยปกติสุนัขมักจะต้องการโปรตีนจากสัตว์ เช่น โปรตีนจากเนื้อไก่ หรือ โปรตีนจากเนื้อแกะ มีหลายคนมีความเชื่อว่า สุนัขสูงวัยควรจะได้รับโปรตีนน้อยลงเพื่อป้องกันการเป็นโรคไต อย่างไรก็ตามโรคไตนั้นเกิดจากปัจจัยหลายอย่างไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียวทางที่ดีคุณควรพาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อให้สัตวแพทย์ได้ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไตและแนะนำการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมจะดีที่สุด

Dr. Hayek นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™ อธิบายว่า ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนที่บ่งชี้ว่าอาหารที่มีโปรตีนสูงจะไปเร่งการทำงานของไต รวมถึงยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนเช่นกันที่บอกว่าอาหารที่มีโปรตีนต่ำจะช่วยชะลอโรคไตได้ ทั้งนี้โปรตีนยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อในร่างกายรวมไปถึงช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตในสุนัขอีกด้วย

ไขมันต่ำ

สุนัขสูงวัยนั้นจะมีความต้องการแคลอรีที่น้อยลง ควรเลือกอาหารสุนัขสูงวัยที่มีไขมันอย่างน้อย 10% ให้กับเค้าสำหรับสุนัขสูงวัยนั้น ความต้องการกรดไขมันที่จำเป็นรวมไปถึงกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นจำเป็นมาก เพราะจะช่วยทดแทนการสังเคราะห์ไขมันของพวกเค้าที่จะลดลงไปตามอายุโดยธรรมชาติ

ความเหมาะสมของไฟเบอร์ในอาหารของสุนัขสูงวัย

ในสุนัขสูงวัยปัญหาเรื่องการย่อยอาการเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญ ไฟเบอร์ในอาหารนั้นไม่ควรเกิน 5 % เพื่อให้พวกเค้ามีลำไส้ที่ดีรวมไปถึงช่วยให้การดูดซึมสารอาหารเป็นไปได้อย่างดี เช่น อาหารสุนัข ไอแอมส์™ ที่มีส่วนประกอบของเยื่อบีทพัลพ์สูตรเฉพาะของไอแอมส์™ ช่วยระบบย่อยและขับถ่ายและยังช่วยรักษาสุขภาพของลำไส้ ด้วยการให้พลังงานแก่เซลล์ในลำไส้ และช่วยให้อุจจาระมีขนาดเล็กและเป็นก้อนอีกด้วย

FRUCTOOLIGOSACCHARIDES (FOS) แหล่งใยอาหารสูตรเฉพาะ

FOS เป็นไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์ ช่วยรักษาสุขภาพของลำไส้ได้เป็นอย่างดี

สารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระช่วยรักษาความสมดุลในร่างกายของสุนัข โดยจะทำหน้าที่เข้ากำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย และยังทำหน้าที่ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ดังนั้นควรเลือกอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเช่นวิตามินอีและเบต้าแคโรตีนให้กับพวกเค้า

วิตามินและแร่ธาตุ
โดยปกติแล้วในอาหารสุนัขที่มีคุณภาพจะมีสารอาหารและโภชนาการครบถ้วนอยู่แล้ว นั่นรวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุด้วยเช่นกัน สำหรับวิตามินนั้นแนะนำให้สัตวแพทย์เป็นผู้แนะนำในกรณีที่สุนัขต้องการวิตามินหรืออยู่ในกลุ่มที่ขาดวิตามินจะดีที่สุด

 

เมื่อสุนัขเข้าสู่ช่วงสูงวัย

การให้สารอาหารที่ครบถ้วนสมดุลนั้นมีความสำคัญในสุนัขทุกๆช่วงวัย ยิ่งคุณให้อาหารที่ประโยชน์ต่อสุขภาพของพวกเค้าเช่น ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ ซีเนียร์ พลัส ยิ่งทำให้พวกเค้ามีโอกาสที่จะมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพที่ดีขึ้น เรามีเคล็ดลับที่จะช่วยให้สุนัขสูงวัยของคุณมีอายุที่ยาวนานมาฝากกัน

• ลดความเครียดลง หลีกเลี่ยงการให้สุนัขทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานเยอะ หรือเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันที่เค้าทำอยู่เป็นประจำ คุณควรค่อยๆให้เวลากับพวกเค้าเพื่อไม่ให้เค้าเครียดจนเกินไป
• ให้ออกกำลังกายเป็นประจำ การพาพวกเค้าออกกำลังกายโดยการเดิน 15 นาทีต่อวันจะช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบการย่อยอาหารของเค้าดีขึ้น และยังช่วยป้องกันปัญหาน้ำหนักเกินที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย
• ลดปริมาณอาหารลงแต่ให้บ่อยมากขึ้น จากเดิมที่สุนัขกินอาหารมื้อใหญ่แค่วันละครั้ง ลองปรับเปลี่ยนเป็นให้อาหารมื้อเล็กๆสองหรือสามมื้อต่อวันแทน โดยให้ในปริมาณเท่าเดิม การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหารของสุนัขได้ดียิ่งขึ้น • ตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจำ การดูแลสุขภาพเหงือกและช่องปากของสุนัขรวมไปถึงการหมั่นสังเกตความผิดปกติต่างๆของสุนัขอย่างเป็นประจำ จะช่วยให้สุนัขลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากคุณพบความผิดปกติเพียงแค่นิดเดียว ให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อตรวจหาและรีบรักษาได้อย่างเร็วที่สุด
• เลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพ เมื่อสุนัขของคุณเข้าสู่ช่วงสูงวัย ความสนใจในอาหารของพวกเค้ามักจะลดลง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาหารที่มีคุณค่าโภชนาการครบถ้วน ดังนั้น การเลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพจึงสำคัญที่สุด
• Dr. Hayek นักวิจัยของ ไอแอมส์ ™ ชี้ให้เห็นว่ายังมีเรื่องราวของโภชนาการในสุนัขสูงวัยอีกมากมายที่น่าเรียนรู้ แต่สิ่งที่เน้นย้ำก็คือ สุนัขแต่ละช่วงวัยนั้นมีความต้องการที่แตกต่างกัน เราในฐานะผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นค่อยสังเกตว่าสุนัขของเรานั้นกำลังเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้วหรือยัง ในสายพันธ์เล็กจะเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงสูงวัยเมื่ออายุประมาณ 7 ปี และสำหรับสายพันธุ์ใหญ่ จะเริ่มต้นในช่วงอายุ 5 ปี เราต้องเลือกอาหารที่เหมาะสมให้กับเค้า เพื่อให้เค้ามีชีวิตอย่างแข็งแรงและมีความสุขไปได้นานๆ

  • How Beet Pulp Ingredients Are Used in Our Dog Foods
    How Beet Pulp Ingredients Are Used in Our Dog Foods
    adp_description_block388
    เคล็ดลับแปรงฟันให้น้องหมาแฮปปี้

    • แบ่งปัน

    แน่นอนว่าเจ้าของทุกคนต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งการดูแลช่องปากก็เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกเค้ามีสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพียงแค่หมั่นแปรงฟันสุนัขและพาไปตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี ก็จะสามารถลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น โรคเหงือกอักเสบ การสะสมของคราบพลัคและหินปูน โรคเหล่านี้อาจส่งผลให้สูญเสียฟันก่อนวัยอันควรหรือเกิดการติดเชื้อในส่วนอื่นของร่างกาย

    การดูแลฟันสุนัขให้สะอาดและเลือกให้อาหารคุณภาพดีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ นอกจากนี้การทําความสะอาดฟันสุนัขยังช่วยให้คุณได้ใช้เวลาร่วมกับพวกเค้ามากขึ้น ส่งผลให้สายใยความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นตามไปด้วย

     

    ทำไมการแปรงฟันให้สุนัขจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

    เจ้าของทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้น้องหมามีช่องปากสุขภาพดี สะอาด และไม่ส่งกลิ่นเหม็น ตามมาดู 5 เหตุผลที่ทำไมการดูแลช่องปากและฟันจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของพวกเค้า

     

    ป้องกันความเจ็บปวดในช่องปาก

    การที่แปรงฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยให้พวกเค้าไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดฟันหรือการเจ็บปวดภายในช่องปาก 

     

    ป้องกันการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร

    เมื่อรากฟันติดเชื้อหรือได้รับความเสียหาย ฟันก็จะหลุดร่วงออกมา ซึ่งการดูแลทําความสะอาดฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี

     

    ป้องกันอวัยวะภายในล้มเหลว

    แบคทีเรียจากคราบพลัคสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือด อีกทั้งยังแพร่กระจายไปยังตับ ไต และหัวใจได้อีกด้วย การแพร่กระจายของเชื้อโรคนี้อาจทำให้น้องหมาป่วยและอวัยวะต่าง ๆ ได้รับอันตราย จึงจำเป็นต้องดูแลความสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเหล่านี้

     

    ป้องกันกลิ่นปากไม่พึงประสงค์

    กลิ่นปากคือสัญญาณเตือนว่าพวกเค้าควรได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างเหมาะสม เมื่อช่องปากสะอาด กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะหายไป

     

    ป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน

    สุนัขที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป มักมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเหงือกและฟัน ถึงแม้การป้องกันอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ก็ควรแปรงฟันสุนัขเป็นประจำเพื่อลดโอกาสเสี่ยงไม่ให้ปัญหาในช่องปากลุกลามจนเป็นอันตรายต่อส่วนอื่นในร่างกาย

    น้องหมาก็ต้องแปรงฟันเหมือนกับเรา แต่แตกต่างตรงที่พวกเค้ามีโอกาสเสี่ยงต่อโรคเหงือกอักเสบและการสูญเสียฟันมากกว่ามีปัญหาฟันผุ เนื่องจากมีฟันรูปทรงกรวย น้ำลายไม่เป็นกรด และส่วนใหญ่กินอาหารที่มีน้ำตาลต่ำ (หมายเหตุ: หากให้ขนมหรือของหวานบ่อย พวกเค้าก็อาจฟันผุได้เช่นกัน)

    การแปรงฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยให้ช่องปากและฟันของพวกเค้ามีสุขภาพดี ทั้งนี้ควรเลือกของเล่นที่เหมาะสำหรับการกัดแทะเพื่อป้องกันปัญหาฟันแตกหักระหว่างการเล่นด้วย

     

     

    วิธีแปรงฟันให้สุนัขมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

     

    เลือกมุมที่สงบเพื่อแปรงฟันสุนัข

    ในขณะที่แปรงฟันสุนัข ควรมีแค่คุณกับพวกเค้าเท่านั้น แนะนำให้แยกเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นออกไปก่อน

     

    ใช้ยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ

    ควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะเท่านั้น 

     

    แปรงฟันสุนัขในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ

    ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนขณะแปรงฟันให้สุนัข

     

    เริ่มแปรงฟันทีละส่วน

    แปรงฟันให้ครบทั้งฟันบนและล่าง เช็กให้แน่ใจว่าแปรงครบทุกด้าน จากนั้นอย่าลืมให้คำชมและรางวัลหลังแปรงเสร็จด้วย

     

    ทำความคุ้นเคยกับยาสีฟัน

    บีบยาสีฟันใส่นิ้วให้น้องหมาลองชิมดูก่อน เพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับรสชาติและเนื้อสัมผัส

     

    เริ่มจากแปรงฟันบนก่อน

    ยกริมฝีปากบนขึ้นและเริ่มจากแปรงฟันด้านหน้าก่อน

     

    จากนั้นเริ่มแปรงฟันล่างต่อ

    จับริมฝีปากล่างลง เริ่มต้นด้วยฟันหน้าก่อนขยับไปที่ฟันด้านข้างและด้านใน

     

    แปรงฟันให้ครบทั้งด้านข้างและด้านในช่องปาก

    หากน้องหมายอมนั่งนิ่ง ๆ ในขณะแปรงฟัน คุณสามารถแปรงทั้งด้านในและด้านนอกของฟันพร้อมกันได้เลย ทั้งนี้การแปรงฟันด้านในจะค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นควรให้น้องหมานั่งนิ่งเสียก่อน จึงค่อยเริ่มแปรงฟันทั้งด้านข้างและด้านใน

     

    ให้รางวัลตบท้ายหลังการแปรงฟัน

    การแปรงฟันอาจเป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับพวกเค้า ทางที่ดีควรให้คำชมหรือรางวัลเพื่อให้กิจกรรมนี้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดี ถึงแม้ว่ามันอาจดูขัดแย้งที่ต้องให้ขนมหลังการแปรงฟัน แต่เป้าหมายหลักของการทำเช่นนี้ คือเพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับการแปรงฟัน 

     

    เริ่มแปรงฟันให้พวกเค้าตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข

    เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 - 7 เดือน ฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดไปพร้อมกับการงอกใหม่ของฟันแท้ ในช่วงนี้เจ้าของควรเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีฟันแท้ขึ้นซ้อนกับฟันน้ำนม เนื่องจากการเกิดฟันซ้อนเป็นสาเหตุของปัญหาฟันหัก ซึ่งพบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ทอย

    แม้ว่าอาหารเม็ดหรือของเล่นสำหรับกัดแทะจะมีส่วนช่วยในการขัดฟัน แต่เพื่อความสะอาดที่มากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้วิธีแปรงฟันสุนัขควบคู่ไปด้วย และเมื่อพาน้องหมาตัวใหม่กลับบ้าน ควรฝึกให้พวกเค้าคุ้นเคยกับการแปรงฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ  การทำเช่นนี้จะเปิดโอกาสให้คุณได้ตรวจเช็กสุขภาพฟัน รวมถึงฝึกควบคุมพฤติกรรมการกัดและงับของพวกเค้าได้อีกด้วย

     

    เลือกให้อาหารที่ดีมีคุณภาพ

    อาหารมีผลต่อ 'รอยยิ้ม' ของน้องหมา โดยอาหารเม็ดและขนมขัดฟันมีส่วนช่วยในการทําความสะอาดคราบพลัคบนฟันได้ การเคี้ยวหนังสัตว์หรือของเล่นบางชนิดก็ช่วยได้เช่นกัน แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายกับฟันของพวกเค้า แต่เจ้าของก็ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยจะไม่กลืนของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ลงไปในท้อง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้กระดูกสัตว์เพื่อขัดฟันโดยเด็ดขาด

    อาหารสุนัขไอแอมส์™แบบเม็ด สำหรับสุนัขโต เช่น สูตรโปรแอคทีฟ เฮลท์™ มีเม็ดอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษซึ่งช่วยลดการสะสมของคราบหินปูน และเสริมให้น้องหมามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น

     

    วิธีแปรงฟันสุนัขให้สะอาดและราบรื่น

    การฝึกแปรงฟันให้สุนัขต้องใช้เวลาและความอดทน เริ่มจากใช้นิ้วมือถูเบา ๆ บริเวณเหงือกและฟันด้านนอกพวกเค้า หลังจากที่พวกเค้าปรับตัวได้แล้ว จึงค่อยเริ่มถูบริเวณด้านในช่องปาก

    เมื่อน้องหมาคุ้นเคยกับการถูฟันแล้ว จึงค่อยแนะนำให้พวกเค้ารู้จักกับรสชาติและเนื้อสัมผัสของยาสีฟัน โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันของคน หลังจากนั้นประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ ให้เปลี่ยนจากการใช้นิ้วพันผ้าก๊อซมาเป็นแปรงสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะแทน

    ควรจับแปรงสีฟันในมุม 45 องศา ก่อนแปรงไปที่บริเวณฟันและเหงือกของพวกเค้า โดยให้หมุนเป็นวงกลมไปมาจนทั่ว จากนั้นให้แปรงขึ้นลงเพื่อขจัดคราบพลัคระหว่างฟัน ทําซ้ำจนกว่าฟันทั้งหมดจะสะอาด สำหรับการแปรงฟันด้านในอาจยุ่งยากเล็กน้อย เนื่องจากน้องหมาไม่ยอมเปิดปากหรือนิ่งนิ่ง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้การทําความสะอาดมีประสิทธิภาพมากที่สุด แนะนำให้แปรงฟันสุนัขสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง

     

    จะเลือกยาสีฟันที่เหมาะสําหรับสุนัขได้อย่างไร?

    หากคุณต้องการดูแลฟันสุนัขให้สะอาด สุขภาพดี คุณควรเลือกยาสีฟันที่สัตวแพทย์แนะนํา เพื่อให้แน่ใจว่าผ่านการรับรองหรือทดสอบแล้วว่าปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงป้องกันการสะสมของคราบพลัคและต่อสู้กับแบคทีเรียในช่องปากได้จริง ทั้งนี้แนะนำให้งดใช้ยาสีฟันของคน เพราะมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ซึ่งเป็นพิษต่อสุนัข

     

    วิธีการดูแลทำความสะอาดช่องปากและฟันของสุนัข

    ใช้กระดาษเปียกสำหรับทำความสะอาดโดยเฉพาะ

    กระดาษเปียกประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเช็ดและขจัดคราบพลัคบนฟันของสุนัขโดยเฉพาะ มันทำความสะอาดได้เช่นเดียวกับการใช้แปรงสีฟัน แต่มีความสะดวกมากกว่า

     

    ใช้วิธีแปรงฟันสุนัขเป็นประจำ

    การแปรงฟันให้สุนัขอาจดูยุ่งยากไปบ้าง แต่มันเป็นวิธีขจัดคราบพลัคและหินปูนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องแปรงฟันให้สุนัขทุกวัน อาจจะแปรงสัปดาห์ 2 – 3 ครั้ง โดยเริ่มแรกพวกเค้าอาจไม่พอใจ ให้ฝึกบ่อย ๆ จะได้รู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น การแปรงฟันควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ หรือคุณอาจใช้นิ้วมือแทนก็ได้เช่นกัน คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคําแนะนําเพิ่มเติมได้

     

    ใช้ขนมขบเคี้ยวเป็นตัวช่วย

    การเคี้ยวเป็นวิธีทำความสะอาดฟันโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยป้องกันฟันผุ และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพฟันของพวกเค้าด้วย การให้ขนมขบเคี้ยวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี โดยขนมขบเคี้ยวมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดฟันได้ค่อนข้างดี เช่น หูวัวอบแห้ง ชิคเก้นสตริ๊ป และเนื้อวัวแบบแท่ง

     

    ให้ขนมขัดฟัน

    น้องหมาส่วนใหญ่ชื่นชอบขนมเป็นที่สุด ซึ่งขนมขัดฟันก็เป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันของพวกเค้า ขนมเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสะสมของคราบพลัค ลดกลิ่นปาก และทำความสะอาดฟัน บวกกับมีให้เลือกหลายรูปแบบ หลายขนาด และหลายรสชาติ จึงเป็นวิธีที่ถูกใจน้องหมามากกว่าการแปรงฟัน

     

    พบสัตวแพทย์เป็นประจำ

    การพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำความสะอาดฟันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คุณหมอสามารถกำหนดวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องหมา และสามารถระบุปัญหาสุขภาพที่เจ้าของอย่างคุณอาจมองข้ามไปได้

     

    เมื่อสุนัขต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

    หากน้องหมาไม่ให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน หรือคุณเริ่มสังเกตเห็นคราบสีน้ำตาลและพบเลือดออกตามไรฟันของพวกเค้า แนะนำให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที โดยคุณหมอจะให้ยาชาก่อนเริ่มทำความสะอาดช่องปากและฟันของเจ้าตัวน้อย หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว คุณหมอก็จะขัดฟันเพื่อขจัดคราบพลัคและทำให้ฟันเรียบป้องกันไม่ให้คราบพลัคเกาะติดได้ง่าย

    การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของน้องหมามาก ดังนั้นอย่าลืมแปรงฟันให้พวกเค้าเป็นประจำด้วยนะ

     

     

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของสุนัข

     

    จะดูแลฟันสุนัขให้สะอาดและสุขภาพดีได้อย่างไร?

    • คุณสามารถดูแลฟันสุนัขด้วยวิธีต่อไปนี้:
    • แปรงฟันให้สุนัขอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ
    • เตรียมของเล่นสำหรับกัดแทะไว้ให้พวกเค้า
    • หมั่นฉีดสเปรย์ทำความสะอาดช่องปาก
    • ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี

     

    น้องหมาจำเป็นต้องแปรงฟันจริงหรือไม่?

    น้องหมาก็ต้องแปรงฟันเช่นกัน! เพราะมีคราบพลัคและหินปูนซึ่งเกิดจากเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียตกค้างอยู่  เชื้อโรคเหล่านี้จะแพร่กระจายไปยังเหงือกจนทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรง หรือที่แย่กว่านั้นน้องหมาอาจสูญเสียฟันได้

     

    เราจะลดการสะสมของคราบพลัคได้อย่างไรบ้าง?

    การแปรงฟันคือวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดคราบพลัคและหินปูน โดยแนะนำให้เลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ หรือจะใช้นิ้วมือถูฟันพวกเค้าเบา ๆ แทนการใช้แปรงก็ได้ แต่อาจต้องฝึกบ่อยครั้งเพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับวิธีดังกล่าว

     

    เราจะลดการสะสมของคราบหินปูนได้อย่างไรบ้าง?

    เลือกให้อาหารที่ผ่านการรับรองโดย Veterinary Oral Health Council (VOHC) เนื่องจากกระบวนการหรือกลไกทางเคมีที่ช่วยสะสมของคราบพลัคและหินปูนบนฟันสุนัขได้ โดยการก่อตัวของหินปูนจะเกิดช้าลงหากลดการสะสมของคราบพลัคลงได้ ทั้งนี้แนะนำให้แปรงฟันให้สุนัขเป็นประจำทุกวันด้วย

     

    เราสามารถใช้น้ำยาบ้วนปากกับน้องหมาได้หรือไม่?

    สามารถใช้ได้ แต่แนะนำให้เลือกน้ำยาสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะเท่านั้น น้ำยาทำความสะอาดประเภทนี้จะช่วยลดแบคทีเรียและคราบพลัคในช่องปากได้ ส่วนวิธีใช้คือผสมให้เจือจางลงในชามน้ำของน้องหมา

Close modal