โปรตีนเป็นแหล่งที่มาของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการสร้างเส้นขน ผิวหนัง เล็บ กล้ามเนื้อเอ็น เส้นเอ็น และกระดูกอ่อน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมน
โปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช
โปรตีนในอาหารสุนัขนั้น มีทั้งที่ได้จากสัตว์และพืช หรือทั้งสองผสมกัน โปรตีนจากสัตว์คุณภาพสูงนั้น มีกรดอะมิโนจำเป็นเพียงพอต่อความต้องการของสุนัข ในขณะที่โปรตีนจากพืชเพียงอย่างเดียวอาจมีกรดอะมิโนจำเป็นแค่บางชนิดเท่านั้น
แหล่งโปรตีนจากสัตว์ที่ใช้ในอาหารสุนัข ได้แก่ ไก่ เนื้อแกะ ปลา และเนื้อวัว
ถึงแม้ว่าอาหารสุนัขมักจะมีส่วนประกอบจากพืชเป็นหลัก แต่สุนัขก็ไม่ใช่สัตว์กินพืช แต่เป็นสัตว์ที่กินทั้งสัตว์และพืชเป็นหลัก พวกเค้าจึงต้องการเนื้อสัตว์เพื่อตอบสนองความต้องการทางโภชนาการที่เฉพาะเจาะจงของพวกเค้าด้วย
สุนัขเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับหมาป่า โคโยตี้ และหมาจิ้งจอก บรรพบุรุษของสุนัขในปัจจุบัน จึงมาจากนักล่าที่กินสัตว์อื่นเพื่ออยู่รอด
โครงสร้างร่างกายของสุนัขบ้านจะยังมีลักษณะคล้ายกับบรรพบุรุษอยู่บ้าง โดยเป็นโครงสร้างที่เหมาะสำหรับการล่าเหยื่อ สุนัขมีฟันขยายใหญ่จึงถูกจัดเป็นสัตว์กินเนื้อ และระบบทางเดินอาหารของพวกเค้าไม่เหมาะกับการย่อยผลิตภัณฑ์จากพืชมากนัก
โปรตีนจากสัตว์ช่วยให้สุนัขมีสุขภาพที่ดี
'Q: เมื่อต้องฝึกลูกสุนัข สามารถให้อาหารของคนเป็นรางวัลได้หรือไม่?
A: โดยส่วนตัวแล้ว ฉันจะไม่ใช้ขนมหรืออาหารในการฝึกเลย แต่จะใช้ภาษากายและการให้คำชมเป็นรางวัลในการฝึกแทน ซึ่งมันก็ได้ผลดีเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสุนัขบางตัวไม่ได้สนใจหรือถูกดึงดูดใจด้วยอาหาร
ถึงแม้คนส่วนมากมักจะใช้วิธีนี้และประสบความสำเร็จ แต่ฉันก็ไม่แนะนำวิธีนี้อยู่ดี การให้อาหาร (ของคน) เป็นรางวัล อาจทำให้สุนัขมีความคิดว่าพวกเค้าสามารถกินอาหารของคุณได้ ซึ่งมันอาจกระตุ้นให้พวกเค้าขโมยอาหารจากโต๊ะ หรือจากคนโดยเฉพาะเด็กๆ หรือแขกที่บ้านได้
นอกจากนี้อาหารบางอย่างของคนก็เป็นพิษต่อสุนัข ตัวอย่างเช่นช็อกโกแลต, องุ่น, ลูกเกด, ถั่วแมคาเดเมียและไซลิทอล (สารให้ความหวานมักจะใช้ในหมากฝรั่ง, ขนม, และขนมอบ)
แทนที่จะให้อาหารของคน คุณสามารถใช้ขนมสำหรับสุนัขแทนได้ โดยเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ ผลิตจากเนื้อสัตว์คุณภาพดี และเหมาะกับการฝึก ไม่ควรเลือกขนมที่เคี้ยวง่าย เพราะอาจจะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เวลาซื้อขนมให้พวกเค้า อย่าลืมอ่านฉลากเพื่อดูส่วนประกอบให้แน่ชัดซะก่อน
ในระหว่างการฝึกระวังอย่าให้ขนมพวกเค้ามากจนเกินไป และไม่ควรให้ขนมแทนอาหารหลัก ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณแคลอรี่ที่พวกเค้าควรได้รับในแต่ละวัน
ทั้งนี้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้เวลานานแต่เน้นฝึกบ่อยครั้งแทน อย่างการฝึกลูกสุนัขแต่ละครั้งควรใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้การฝึกแบบเชิงบวก หากคุณเริ่มหงุดหงิดเพราะลูกสุนัขเริ่มไม่สนใจและไม่ยอมอยู่นิ่ง ให้หยุดพักก่อน พยายามให้การฝึกแต่ละครั้งจบแบบสนุกสนาน เพื่อกระตุ้นให้พวกเค้าอยากฝึกอีกในครั้งต่อไป
คำแนะนำโดย Janet Tobiassen, สัตวแพทย์ในรัฐวอชิงตัน ที่ทำการศึกษาและเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ปี 2542 โดยเธอเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยผ่านการฝึกจากชมรม 4-H รวมถึงได้เข้าฝึกอบรมเรื่องการบำบัดและการฝึกสัตว์เลี้ยงเมื่อตอนเรียนคณะสัตวแพทย์ศาสตร์'
