IAMS TH
Puppy Basics: Selecting the Right Food
Puppy Basics: Selecting the Right Food

adp_description_block0
เปิดเคล็ดลับการเลือกอาหารสำหรับลูกสุนัข

  • แบ่งปัน

สุนัขต้องการโภชนาการที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี สุนัขแต่ละขนาดและสายพันธุ์ต้องการสารอาหารในปริมาณที่แตกต่างกัน อย่างลูกสุนัขที่อยู่ในช่วงกำลังเจริญเติบโต จะต้องการพลังงานมากขึ้นสำหรับการพัฒนาโดยรวม สารอาหารต่าง ๆ เช่น ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุ ช่วยให้ลูกสุนัขเติบโตอย่างสมวัยและแข็งแรง การเลือกอาหารลูกสุนัขจึงถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เพราะมีผลโดยตรงต่อพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยในช่วงปีแรก
 

ขอแนะนำ ไอแอมส์™ หนึ่งในแบรนด์อาหารลูกสุนัขชั้นนำ คัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดี อุดมไปด้วยพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกสุนัขที่คุณรัก
 

ควรเลือกอาหารสำหรับลูกสุนัขอย่างไร?

ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อต้องเลือกซื้ออาหารให้เจ้าตัวน้อย โดยลูกสุนัขต้องการสารอาหารมากขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับสุนัขโตเต็มวัย เพื่อให้พวกเค้าเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัย คุณควรมองหาอาหารที่ย่อยง่ายและมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต หากเลือกอาหารที่เหมาะสม ลูกสุนัขยังจะได้รับประโยชน์เหล่านี้เพิ่มเติมด้วย

  • ขนสวยเงางาม
  • กล้ามเนื้อชัดโดดเด่น
  • การมองเห็นดีขึ้น
  • การย่อยอาหารดีขึ้น
  • การเคลื่อนไหวของลำไส้ดีขึ้น
  • ร่าเริงสดใสและอารมณ์ดี
  • สุขภาพดี มีความสุข

วิธีการเลือกแบรนด์อาหารลูกสุนัข

แม้ว่าอาหารปรุงเองจะมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่บางครั้งก็อาจไม่เพียงพอสำหรับร่างกายที่กำลังเติบโตของลูกสุนัข ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องพึ่งพาอาหารลูกสุนัขสำเร็จรูปที่อุดมด้วยโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยการเลือกแบรนด์อาหารลูกสุนัขที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • เป็นที่รู้จักและมีความน่าเชื่อถือ – ควรเลือกซื้ออาหารสุนัขจากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก มีความน่าเชื่อถือ และมีมาตรฐานรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
  •  ฉลากผลิตภัณฑ์ – ควรอ่านชื่อและฉลากบนผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจเช็กข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด เช่น คุณค่าทางโภชนาการ น้ำหนักสุทธิ และแผนภูมิสารอาหารที่ต้องมีระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารลูกสุนัขทุกแบรนด์ นอกจากการตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการแล้ว คุณต้องเช็กที่อยู่และรายละเอียดการติดต่อของผู้ผลิตด้วย ข้อมูลในส่วนนี้จะมีประโยชน์มากเมื่อคุณต้องการส่งคำแนะนำและข้อร้องเรียนไปยังแบรนด์โดยตรง ทั้งนี้ควรอ่านรายการส่วนผสมอย่างละเอียด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดอาการแพ้กับเจ้าตัวน้อยของคุณ บนฉลากยังควรระบุวันผลิตและวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำแนะนำในการให้อาหารด้วย
  • ส่วนผสม – การเลือกอาหารให้ลูกสุนัขต้องทำอย่างระมัดระวังและพิถีพิถัน พวกเค้าต้องการแหล่งโปรตีน ไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดี อีกทั้งยังต้องการกรดอะมิโน 22 ชนิดเพื่อผลิตโปรตีนที่จำเป็นต่อการอยู่รอด การตรวจเช็กรายการส่วนผสมอย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้คุณวิเคราะห์ส่วนผสมและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้คุณต้องคำนึงถึงสายพันธุ์ ขนาด และน้ำหนักตัวของลูกสุนัขด้วย อย่างสุนัขพันธุ์เล็กจะโตเร็วกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ สารอาหารและพลังงานที่ต้องการก็จะแตกต่างกัน การเปลี่ยนสูตรอาหารให้เหมาะกับช่วงวัยก็ไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าลูกสุนัขส่วนใหญ่จะเริ่มกินอาหารเม็ดเมื่อมีอายุ 4 สัปดาห์ก็ตาม หากคุณไม่มั่นใจเกี่ยวกับสายพันธุ์หรือปริมาณสารอาหารที่จำเป็น สามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้
 

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัขแต่ละสายพันธุ์

สุนัขแต่ละสายพันธุ์ต้องการสารอาหารในปริมาณที่แตกต่างกันเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อย เราได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณสารอาหารที่จำเป็นสำหรับน้องหมาแต่ละขนาดมาฝากกัน

  1. สุนัขพันธุ์เล็ก – น้องหมาพันธุ์เล็กไม่มีทางตัวใหญ่เท่ากับสายพันธุ์อื่น ๆ แต่เจ้าจิ๋วเหล่านี้เติบโตเร็วมาก พวกเค้าจึงต้องการสารอาหารมากขึ้นในช่วงแรกของชีวิต แต่เนื่องจากมีขนาดตัวและอวัยวะที่เล็ก จึงจำเป็นจะต้องเลือกอาหารที่สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการได้อย่างครบถ้วนแม้จะกินในปริมาณที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ควรให้อาหารน้องหมาพันธุ์เล็กและพันธุ์ทอยอย่างน้อย 3 – 4 มื้อต่อวัน เพื่อให้พวกเค้าได้รับสารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดที่สำหรับการเจริญเติบโต
  2. สุนัขพันธุ์กลาง – ควรเลือกอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ให้กับน้องหมาพันธุ์นี้ อาหารสองมื้อต่อวันก็เพียงพอแล้วสำหรับความต้องการของพวกเค้า แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล
  3. สุนัขพันธุ์ใหญ่ – น้องหมาสายพันธุ์นี้ไม่ต้องการแคลเซียมมากอย่างที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน แม้ว่าจะมีโครงสร้างกระดูกที่ใหญ่กว่าเพื่อน ๆ พันธุ์อื่นก็ตาม พวกเค้าต้องการแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแคลอรีในปริมาณที่พอเหมาะ การให้อาหารมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาด้านพัฒนาการและกระดูก จึงจำเป็นต้องกำหนดปริมาณอาหารให้เหมาะสม ทั้งนี้คุณควรเลือกสูตรอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่น้อย รวมถึงจำกัดการให้อาหารไว้ที่ 2 – 3 มื้อต่อวัน

การเจริญเติบโตและการพัฒนาการของลูกสุนัขในช่วงปีแรกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน โดยเลือกให้เหมาะกับอายุ ขนาดสายพันธุ์ และระมัดระวังเรื่องอาการแพ้ต่าง ๆ ด้วย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความต้องการทางโภชนาการและสายพันธุ์ของลูกสุนัข ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร
 

ทำไมอาหารลูกสุนัขของ ไอแอมส์™ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด?

ไอแอมส์™ ให้ความสำคัญกับโภชนาการสำหรับสุนัขทุกวัยและทุกสายพันธุ์ อาหารสุนัขสูตรสำหรับแม่และลูกสุนัขของเราถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เพราะมีสารอาหารจำเป็นเพียงพอต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมของลูกสุนัขตัวน้อย นอกจากจะเต็มไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุแล้ว ยังมีดีเอชเอที่จำเป็นต่อพัฒนาการสมองและการเรียนรู้ รวมถึงมีโคลอสตรุมซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นและพบได้ในน้ำนมของแม่สุนัขเท่านั้น นอกจากนี้อาหารสุนัขสำหรับแม่และลูกสุนัข สูตร โปรแอคทีฟ เฮลท์™ จากไอแอมส์™ ยังมีส่วนผสมของไฟเบอร์ พรีไบโอติกจากธรรมชาติ และฟรุกโต โอลิโกแซคคาไรด์ (FOS) ซึ่งช่วยเสริมกล้ามเนื้อและระบบย่อยอาหารให้แข็งแรงอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกอาหารสำหรับลูกสุนัข

  1. เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารชนิดใดดีที่สุดสำหรับลูกสุนัข?
  2. ลูกสุนัขชอบอาหารที่ผลิตจากเนื้อสัตว์เป็นหลัก คุณสามารถเลือกสูตรอาหารที่ดีที่สุดได้โดยเลือกให้เหมาะกับขนาดสายพันธุ์ เนื่องจากน้องหมาแต่ละสายพันธุ์ต้องการสารอาหารในปริมาณที่แตกต่างกันสำหรับพัฒนาการโดยรวมและการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์แข็งแรง

  3. ลูกสุนัขต้องการอาหารสูตรสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะใช่หรือไม่?
  4. ใช่ ลูกสุนัขต้องการพลังงานมากกว่าสุนัขโตเต็มวัย ดังนั้นพวกเค้าจึงต้องการอาหารสูตรพิเศษที่มีสารอาหารมากขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนี้ลูกสุนัขยังต้องได้รับอาหารบ่อยขึ้นด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการ

  5. อะไรคืออาหารที่ดีต่อสุขภาพของลูกสุนัขที่สุด?
  6. มันขึ้นอยู่กับความต้องการทางโภชนาการและอาการแพ้ของลูกสุนัข ลูกสุนัขส่วนใหญ่ต้องการอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลัก รวมถึงต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล อย่างอาหารลูกสุนัขเกรดพรีเมียมจากไอแอมส์™ ซึ่งได้รับการทดสอบแล้วว่าช่วยให้น้องหมาของคุณแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีขึ้น

  • Nutritional Needs of Pregnant and Nursing Dogs
    Nutritional Needs of Pregnant and Nursing Dogs
    adp_description_block53
    การดูแลสุนัขตั้งท้อง

    ความต้องการทางโภชนาการของสุนัขตั้งท้องและสุนัขช่วงให้นมลูก

    • แบ่งปัน

    ช่วงที่สุนัขตั้งท้องและช่วงที่สุนัขให้นมลูกการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับการกายของพวกเขาเท่านั้น แต่การดำเนินชีวิตของสุนัขเองก็เปลี่ยนไปด้วย หากสุนัขของคุณกำลังอยู่ในช่วงตั้งท้องหรืออยู่ในช่วงให้นมลูก เจ้าของควรให้การเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษกับความต้องการทางโภชนาการที่เปลี่ยนแปลงของสุนัขตั้งแต่ช่วงที่ตั้งท้อง คลอด และให้นมลูก

    โภชนาการและการควบคุมน้ำหนักตัวเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับสุขภาพของแม่สุนัขที่กำลังตั้งท้อง แม้ว่าแม่สุนัขไม่จำเป็นต้องพบสัตวแพทย์บ่อยเหมือนกับคนเรา แต่เจ้าของก็ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีดูแลสุนัขตั้งท้องอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาปรสิตทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพของแม่สุนัขและลูกตัวน้อย

     

    แน่นอนว่าการตั้งท้องเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ในขณะเดียวกันการดูแลสุนัขตั้งท้องก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ยิ่งในช่วงสัปดาห์แรกของการตั้งท้อง เจ้าของจำเป็นต้องดูแลพวกเค้าอย่างใกล้ชิด

     

    โดยอาการเหล่านี้คืออาการที่บ่งบอกว่าสุนัขของคุณกำลังตั้งท้อง – 

     

    สัญญาณบ่งบอกการตั้งท้องของสุนัข

    ทำกิจกรรมน้อยลง

    น้องหมาตั้งท้องมักจะเหนื่อยง่ายและนอนหลับมากขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นเรื่องยากที่จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในน้องหมาที่ชอบพักผ่อนมากกว่าทำกิจกรรม ในกรณีนี้ให้สังเกตเวลาพวกเค้าเดินว่าเหนื่อยง่ายหรือเหนื่อยเร็วกว่าปกติหรือไม่แทน

     

    แสดงพฤติกรรมแปลก ๆ 

    พฤติกรรมบางอย่างของน้องหมาตั้งท้องอาจเปลี่ยนแปลงไป เช่น ต้องการความสนใจจากเจ้าของมากขึ้น อยากอยู่ด้วย เข้าหาบ่อยขึ้น แต่บางครั้งพวกเค้าก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว หากถูกรบกวนก็อาจแสดงท่าทางไม่พอใจหรือหงุดหงิดใส่ได้

     

    การกินอาหารผิดปกติ

    การกินอาหารผิดปกติเป็นอีกหนึ่งอาการที่พบได้ในสุนัขตั้งท้อง โดยแม่สุนัขบางตัวอาจกินอาหารน้อยลง มีอาการอาเจียนเป็นครั้งคราวในช่วงแรกหรือในช่วงระหว่างการตั้งท้อง แต่บางตัวก็อาจกินอาหารมากกว่าปกติ และไม่พอใจกับมื้ออาหารทั่วไป ความผิดปกติเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย

     

    น้ำหนักเพิ่มขึ้นและหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น

    ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนในการตั้งท้องของสุนัขคือหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตามการขยายตัวของหน้าท้องไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่จะเริ่มสังเกตเห็นได้ในช่วงปลายของการตั้งท้องแล้ว หากพบว่าหน้าท้องของพวกเค้าใหญ่ขึ้น แนะนำให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ในทันที

     

    การดูแลโภชนาการสำหรับแม่สุนัขตั้งท้อง

    น้องหมาตั้งท้องจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเวลาให้อาหาร

    ความต้องการพลังงานของน้องหมาตั้งท้องจะสูงขึ้นตามน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น สัตวแพทย์อาจแนะนำสูตรอาหารที่ให้พลังงานสูง รวมถึงมีไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากสูตรอาหารที่ต้องเลือกอย่างดีแล้ว การกำหนดปริมาณอาหารให้เพียงพอก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากให้ปริมาณมากไปก็อาจทำให้แม่สุนัขมีน้ำหนักเกินได้

    ระยะเวลาตั้งท้องของสุนัขอยู่ที่ประมาณ 9 สัปดาห์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 6 และ 7 ควรดูแลสุนัขตั้งท้องให้ได้รับปริมาณอาหารที่ไม่มากจนเกินไป และควรเปลี่ยนมาให้อาหารสูตรลูกสุนัข เนื่องจากมีพลังงานและสารอาหารมากกว่าสูตรทั่วไป ช่วยให้แม่สุนัขแข็งแรง ได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และพร้อมสำหรับการให้นมลูกตัวน้อย เมื่อเริ่มเข้าสู่สัปดาห์ที่ 9 แม่สุนัขจะอยากอาหารน้อยลง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าพวกเค้าใกล้คลอดเจ้าตัวน้อยออกมาแล้ว

    สำหรับแม่สุนัขที่อยู่ในช่วงตั้งท้องและช่วงให้นมลูก การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับสภาพร่างกายเท่านั้น แต่การใช้ชีวิตและความต้องการทางโภชนาการของพวกเค้าก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย การดูแลสุนัขตั้งท้องอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

     

    พัฒนาการรายสัปดาห์ของแม่สุนัขตั้งท้อง

     

     

    สัปดาห์ที่ 1 และ 2

    • มีการผสมพันธุ์
    • เกิดการปฏิสนธิ
    • ไข่เข้าสู่ระยะฝังตัว
     

    สัปดาห์ที่ 3 และ 4

    • เอ็มบริโอเริ่มพัฒนา
    • มีการเจริญของไขสันหลัง
    • ตัวอ่อนหรือฟีตัสเติบโตขึ้น เริ่มสังเกตเห็นใบหน้า

    สัปดาห์ที่ 5 และ 6

    • เข้าสู่ขบวนการสร้างอวัยวะ
    • มีพัฒนาการของแขนขา ดวงตา และอวัยวะอื่น ๆ

    สัปดาห์ที่ 7 และ 8

    • การเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกสุนัขเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
    • เริ่มเคลื่อนตัวไปมาในช่องท้อง

    สัปดาห์ที่ 9

    • การเจริญเติบโตและพัฒนาการสมบูรณ์
    • เข้าสู่ช่วงใกล้คลอด

     

    แม่สุนัขจำเป็นต้องฉีดวัคซีนใดบ้าง?

     

    ก่อนการตั้งท้องของสุนัข:

    ก่อนการตั้งท้องของสุนัข เจ้าของควรวางแผน ประเมินสุขภาพร่างกาย และปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนให้เรียบร้อยเสียก่อน

    ซึ่งตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้วัคซีนในสุนัขและแมว แนะนำให้ฉีดวัคซีนดังต่อไปนี้:วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข

    วัคซีนป้องกันพาร์โวไวรัส

    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ

    วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (เรบีส์)

     

    ระหว่างการตั้งท้อง:

    หากได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนตั้งแต่ก่อนตั้งท้องแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นเพิ่มเติมอีก ซึ่งสัตวแพทย์เองก็ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนให้กับแม่สุนัขที่กำลังตั้งท้อง

    ความแตกต่างหลักระหว่างสุนัขพันธุ์ใหญ่และสุนัขพันธุ์เล็กในช่วงตั้งท้องคือความต้องการทางโภชนาการ โดยสุนัขพันธุ์เล็กต้องการพลังงานมากกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ เพื่อบำรุงลูกตัวน้อยในท้องและเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอต่อการเลี้ยงลูก ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 แม่หมาตั้งท้องอาจต้องกินอาหารมากขึ้นถึง 3 เท่า เพื่อให้การผลิตน้ำนมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้สมดุล ส่วนในช่วงใกล้คลอด แม่หมาต้องการสารอาหารและพลังงานมากกว่าน้องหมาทั่วไปถึง 15% - 25%

    ทั้งนี้การเลือกสูตรอาหารให้แม่สุนัขตั้งท้องควรพิจารณาจากขนาดของสายพันธุ์ด้วย

     

    ก่อนการตั้งท้อง: ควรวางแผนล่วงหน้า

    หากคุณวางแผนจะเพิ่มจำนวนสมาชิกมะหมา ก่อนการผสมพันธุ์ควรประเมินสุขภาพร่างกายของว่าที่แม่สุนัขเป็นอันดับแรก เนื่องจากร่างกายของพวกเค้าจะมีความต้องการทางโภชนาการและการดูแลเปลี่ยนแปลงไป โดยสุนัขที่มีน้ำหนักไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน มักมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ:

    สุนัขที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์มักมีปัญหาในการกินอาหารได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตัวเองและลูกน้อยในท้อง

    สุนัขที่มีน้ำหนักเกินอาจประสบปัญหาคลอดยาก เนื่องจากลูกสุนัขมีขนาดตัวใหญ่เกินไป 

     

    เจ้าของต้องมั่นใจว่าแม่สุนัขได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลในปริมาณที่เหมาะสม สิ่งนี้จะช่วยให้ว่าที่แม่สุนัขมีน้ำหนักตัวเหมาะสมและมีร่างกายแข็งแรงพร้อมผสมพันธุ์ นอกจากนี้ยังช่วยให้การตั้งท้องไปจนถึงการคลอดและให้นมลูกเป็นไปอย่างราบรื่น

     

    ช่วงตั้งท้อง: ควบคุมน้ำหนักให้สมดุล

    ระยะเวลาตั้งท้องของสุนัขคือเก้าสัปดาห์ ในช่วงแรกสุนัขตั้งท้องจะมีน้ำหนักเพิ่มเพียงเล็กน้อย จนเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่หก น้ำหนักจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว และหลักจากนั้นก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

     

    สุนัขตั้งท้องจะต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น โดยจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ความต้องการจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเข้าสู่การตั้งท้องในสัปดาห์ที่ 6 โดยแม่สุนัขจะกินอาหารมากกว่าปกติประมาณ 25% - 50% ในช่วงใกล้คลอด

     

    อาหารที่ดีที่สุดสำหรับแม่สุนัขที่กำลังตั้งท้องและต้องให้นมลูกคือ อาหารคุณภาพดี โภชนาการครบถ้วน และเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตในทุกช่วงวัย แม้ว่าโดยทั่วไปจะแนะนำให้กินอาหารสูตรลูกสุนัข แต่อาหารสูตรสำหรับลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่อาจไม่ค่อยเหมาะสม เนื่องจากร่างกายของแม่สุนัขมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องการพลังงานและแร่ธาตุแตกต่างจากช่วงปกติ

     

    อาหารชนิดไหนที่ควรหลีกเลี่ยงในระหว่างการดูแลสุนัขตั้งท้อง?

    ควรหลีกเลี่ยงอาหารดิบหรืออาหารที่ไม่ปรุงสุก สามารถให้อาหารสูตรสำหรับสุนัขตั้งท้องหรือสูตรสำหรับลูกสุนัขตามการแนะนำของสัตวแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมหรือวิตามินเพิ่มเติม

    อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับแม่หมาตั้งท้องคือการให้อาหารสุนัขไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรแม่และลูกสุนัข เพราะมีส่วนช่วยในการเพิ่มน้ำนม เสริมสร้างพัฒนาการของลูกสุนัขตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ และยังมีสารอาหารสำคัญอย่างดีเอชเอที่ช่วยในการทำงานของระบบสมองให้ลูกสุนัขมีการเรียนรู้ที่ดีขึ้นด้วย

     

    ช่วงให้นมลูก: ดูแลให้แม่สุนัขได้รับสารอาหารที่เพียงพอ

    แม้ว่าหลังคลอดแม่สุนัขจะมีน้ำหนักตัวลดลงแล้ว แต่พวกเค้ายังคงต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งความต้องการนี้จะขึ้นอยู่กับจำนวนลูกสุนัขและการให้นม โดยแม่สุนัขอาจต้องการอาหารมากกว่าปกติ 2 - 3 เท่า เพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกตัวน้อย นอกจากนี้ควรเช็กให้แน่ใจว่าแม่สุนัขได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพราะมันมีส่วนช่วยในการผลิตน้ำนมด้วยเช่นกัน

     

    เพื่อให้แม่สุนัขที่อยู่ในช่วงให้นมลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอ คุณสามารถลองใช้เทคนิคเหล่านี้ได้:

    <ul><li> เลือกให้อาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน เช่น อาหารสูตรสำหรับลูกสุนัข

    <ul><li> หลีกเลี่ยงการเพิ่มปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ แต่ให้เพิ่มจำนวนมื้ออาหารตลอดวันแทน

    <ul><li> แนะนำให้เทอาหารเม็ดทิ้งไว้ เพื่อให้แม่สุนัขเข้าถึงได้ตลอดทั้งวัน

     

    ช่วงหย่านม: เปลี่ยนไปให้อาหารสูตรเดิมก่อนการตั้งท้อง

    ในช่วง 4 - 5 สัปดาห์หลังคลอด ลูกสุนัขจะเริ่มให้ความสนใจในอาหารของแม่ เจ้าตัวน้อยจะกินอาหารอื่นมากขึ้นและดูดนมน้อยลง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วลูกสุนัขจะหย่านมเมื่ออายุประมาณ 7 - 8 สัปดาห์ ในเวลานี้ร่างกายของแม่สุนัขจะเปลี่ยนไปมีความต้องการพลังงานในระดับปกติ จึงกลับไปกินอาหารสูตรเดิมก่อนการตั้งท้องหรือสูตรทั่วไปได้แล้ว



    dog

     

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลสุนัขตั้งท้องและสุนัขให้นมลูก

     

    สุนัขตั้งท้องควรกินอาหารแบบใด?

    สุนัขตั้งท้องควรเปลี่ยนมากินอาหารที่ให้พลังงานสูง (ควรเปลี่ยนหลังตั้งท้องได้หนึ่งเดือน) อาหารควรมีปริมาณโปรตีน 22% และปริมาณแคลอรี่ที่ย่อยได้ประมาณ 1600 กิโลแคลอรี

     

    สามารถให้อาหารแม่สุนัขระหว่างคลอดได้หรือไม่?

    สุนัขที่อยู่ในระหว่างการคลอดลูก มักจะไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจากกระบวนการคลอด ทำให้เหนื่อย อ่อนเพลีย ท้องไส้ปั่นป่วน มีอาการอาเจียน และรู้สึกไม่สบายตัว หากให้แม่สุนัขกินอาหารทันทีหลังคลอด พวกเค้าอาจมีอาการอาเจียนได้

     

    หากไม่ได้อยู่ในช่วงติดสัด สุนัขสามารถตั้งท้องได้หรือไม่?

    สุนัขจะมีโอกาสตั้งท้องสูงเมื่อได้รับการผสมพันธุ์ในช่วงติดสัด ซึ่งจะเกิดขึ้นปีละครั้งหรือสองครั้งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ สุนัขจะเข้าสู่ช่วงติดสัดเมื่อมีอายุประมาณ 6 เดือน โดยช่วงนี้จะกินเวลาประมาณ 3 สัปดาห์

     

    แม่สุนัขจะมีอาการคิดถึงลูกหรือไม่?

    แม่สุนัขก็อาจมีการคิดถึงลูกตัวน้อยได้ ดังนั้นควรวางแผนการแยกลูกสุนัขจากแม่ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มผสมพันธุ์

     

    สุนัขสามารถตั้งท้องในขณะที่ให้นมลูกได้หรือไม่?

    หลังจากคลอดลูกแล้ว สุนัขสามารถตั้งท้องได้อีกแต่ก็จะขึ้นอยู่กับช่วงติดสัดด้วย ทางที่ดีจึงควรแยกสุนัขตัวผู้ออกห่างจากแม่สุนัขก่อน เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์โดยไม่ตั้งใจ

Close modal