ลูกสุนัขก็เหมือนกับเด็กทารกตัวน้อย ๆ พวกเค้าต้องการความรัก ความเอาใจใส่ และการดูแลอย่างดีในช่วงเจริญเติบโต โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพและโภชนาการที่มีความสำคัญมากในช่วงเดือนแรก ลูกสุนัขควรได้รับการดูแลป้องกันควบคู่ไปกับการให้อาหารที่เหมาะสม สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่สงสัยว่ารายการตรวจสุขภาพของลูกสุนัขมีอะไรบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย
หน้าที่สำคัญที่สุดของผู้เลี้ยงทุกคนคือการดูแลสุขภาพของเจ้าตัวน้อยให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรคร้าย ซึ่งการดูแลป้องกันที่สำคัญมีดังนี้
ขอแนะนำไอแอมส์™ อาหารลูกสุนัขเกรดพรีเมียม อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุลเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูง ย่อยง่าย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น
ลูกสุนัขยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจว่าอะไรดีหรือไม่ดี พวกเค้าขาดทักษะการรับรู้และการประเมินความเสี่ยง อีกทั้งยังมีความกระตือรือร้นสูง อยากรู้อยากเห็น ขี้เล่น และชอบกัดแทะสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งบางอย่างก็อาจเป็นอันตรายและเป็นพิษต่อร่างกาย จึงควรดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าจะเติบโตและมีพัฒนาการที่ดี
นอกจากการตรวจสุขภาพร่างกายแล้ว ผู้เลี้ยงควรจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับลูกสุนัขให้พร้อมด้วย การฝึกทำตามคำสั่งและการเข้าสังคมก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน อย่างการฝึกขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยและพฤติกรรมที่ดีให้กับเจ้าตัวน้อยของคุณ
ต้องหมั่นสังเกตลูกสุนัขทุกวัน คอยเช็กสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพหรืออาการผิดปกติต่าง ๆ หากพบว่าลูกสุนัขมีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ ลักษณะทางกายภาพ การขับถ่าย สุขภาพเส้นขน หรือมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไป แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
ขนนุ่มเงางาม หูสะอาด ดวงตาสดใส จมูกโล่ง และร่าเริง ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกสุนัขของคุณมีสุขภาพดี
ลูกสุนัขที่ป่วยมักจะมีอาการผิดปกติ เช่น ท้องเสีย อาเจียน คันเนื้อคันตัว ส่งเสียงครวญคราง และมีอาการอ่อนเพลีย
สุนัขแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อเลือกอาหารสำหรับพวกเค้า คุณจะต้องคำนึงถึงสายพันธุ์ ขนาด อายุ น้ำหนัก และไลฟ์สไตล์ของสุนัขด้วย และสำหรับสุนัขที่อยู่ในช่วงโตเต็มวัย พวกเค้าจะกินอาหารในปริมาณที่มากขึ้น โดย Madan Khare, DVM ได้แนะนำเพิ่มเติมว่าการให้อาหารสุนัขวัยนี้ควรจำกัดการให้อาหารเพียงวันละ 1-2 ครั้งขึ้นอยู่กับกิจกรรมของเค้า โดยปริมาณการให้อาหารในแต่ละวันคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์หรืออ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์ได้
เมื่อลูกสุนัขของคุณเริ่มเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย เจ้าของก็ควรเปลี่ยนอาหารให้พวกเค้าด้วย (เช่นไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรสุนัขโตเต็มวัย) โดยการเปลี่ยนอาหารสุนัข คุณจะต้องค่อย ๆ เปลี่ยน และนี่ก็คือตารางเวลาสำหรับการเปลี่ยนจากอาหารสำหรับลูกสุนัขเป็นอาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัย
วันที่ 1: ให้อาหารสำหรับลูกสุนัขในปริมาณ 75% และให้อาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัยในปริมาณ 25%
วันที่ 2: ให้อาหารทั้งสองชนิดในปริมาณ 50%
วันที่ 3: ให้อาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัยในปริมาณ 75% และให้อาหารสำหรับลูกสุนัขในปริมาณ 25%
วันที่ 4: ให้สำหรับสุนัขโตเต็มวัยในปริมาณเต็ม 100%
การให้อาหารสุนัขที่เต็มไปด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพทั้งจากเนื้อไก่ เนื้อแกะ และปลา พร้อมกับให้สารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วน จะทำให้พวกเค้ามีความสุขและมีสุขภาพที่ดี
นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณไม่ควรให้อาหารมนุษย์แก่พวกเค้า เนื่องจากจะทำให้เสียสมดุลในระบบการย่อยอาหาร รวมไปถึงการให้ขนมหรือบิสกิตควรมองหาขนมที่มีน้ำตาล เกลือ และไขมันในปริมาณที่ค่ำ และสุดท้ายนี้อย่าลืมให้พวกเค้ากินน้ำสะอาดควบคู่กับการกินอาหารที่ดีด้วย