IAMS TH
Puppy Basics: Feeding Tips and Tricks
Puppy Basics: Feeding Tips and Tricks

adp_description_block162
เทคนิคการให้อาหารลูกสุนัข

  • แบ่งปัน


 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คุณอาจรู้สึกสงสัยและไม่แน่ใจว่าควรให้อาหารน้องหมาอย่างไรจึงจะเหมาะสม แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราช่วยคุณได้! ในบทความนี้ เราจะแชร์เคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัข เพื่อให้คุณมั่นใจว่าพวกเค้าจะได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วนเพื่อเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโต

สิ่งสำคัญในการให้อาหารคือการกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยคุ้นเคยกับการกินอาหารเป็นเวลาและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก เช่น การตื๊อขออาหาร สำหรับการเลือกอาหารให้น้องหมานั้น ควรเลือกอาหารคุณภาพดี เหมาะกับช่วงวัยและขนาดสายพันธุ์ พยายามมองหาตัวเลือกที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมจำพวกสารเติมแต่ง

การให้อาหารมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ การกำหนดปริมาณอาหารให้เพียงพอในแต่ละวันจึงสำคัญมาก โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

 

ตารางการให้อาหารลูกสุนัข – คำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณอาหารที่เหมาะสมและจำนวนมื้ออาหารในแต่ละวัน

ลูกสุนัขในแต่ละช่วงวัยมีความต้องการทางโภชนาการแตกต่างกัน พวกเค้าจึงควรได้รับอาหารในปริมาณที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม คู่มือการให้อาหารลูกสุนัขของเราออกแบบมาเพื่อช่วยคุณให้อาหารเจ้าตัวน้อยได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะกับอายุและน้ำหนักตัวของพวกเค้าได้ หากทำตามคำแนะนำเหล่านี้ก็มั่นใจได้เลยว่าน้องหมาจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและมีสุขภาพที่แข็งแรง

 

การเปลี่ยนมาให้อาหารสูตรสุนัขโตเต็มวัย - เวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนอาหารให้ลูกสุนัข

เราสามารถเปลี่ยนสูตรอาหารได้เมื่อลูกสุนัขโตขึ้นหรือเริ่มมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อพวกเค้าอายุ 12 - 18 เดือน แต่อาจจะเปลี่ยนไปตามแต่สายพันธุ์ อย่างน้องหมาพันธุ์เล็กมักจะโตเต็มวัยเร็วกว่า ในขณะที่น้องหมาพันธุ์ใหญ่อาจใช้เวลานานกว่า

สภาพร่างกายและน้ำหนักตัวคือปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าลูกสุนัขพร้อมสำหรับการเปลี่ยนอาหารแล้ว หากเจ้าตัวน้อยยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีพลังงานมาก อาจยังไม่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอาหาร ในทางกลับกัน หากพวกเค้าเริ่มเติบโตช้าลงและมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย นั่นแสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนสูตรอาหารกันแล้ว

คุณควรปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำว่าควรเปลี่ยนสูตรอาหารเมื่อใด โดยคุณหมอจะช่วยกำหนดเวลาที่ดีที่สุดตามความต้องการและอัตราการเจริญเติบโตของลูกสุนัขแต่ละตัว

การเลือกอาหารที่เหมาะกับขนาดและสายพันธุ์ของลูกสุนัขเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้เลือกอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมอย่างสมวัย ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบและการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คุณจะมั่นใจได้ว่าเจ้าตัวน้อยจะเติบโตเป็นน้องหมาโตเต็มวัยที่แข็งแรงและมีความสุขในทุกวัน

 

 article why dha is good for puppies header 0
 article puppy basics feeding tips and tricks header

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัข

  1.  ควรให้ลูกสุนัขกินอาหารวันละกี่มื้อ?
  2. ลูกสุนัขควรกินอาหาร 3 – 4 มื้อต่อวัน จนกว่าจะมีอายุประมาณ 4 เดือน หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ลดจำนวนมื้อลงได้ โดยปรับให้เหลือเพียง 2 มื้อต่อวัน ทั้งนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย ขนาดตัว และสายพันธุ์ของน้องหมา

  3. ควรให้ลูกสุนัขกินอาหารมากน้อยแค่ไหน?
  4. ปริมาณอาหารที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาด ช่วงวัย และการทำกิจกรรมของลูกสุนัข โดยเจ้าของควรกำหนดปริมาณอาหารตามคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือคำแนะนำที่ระบุอยู่บนฉลากอาหารสุนัข เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยจะได้รับปริมาณแคลอรีและสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการ

  5. การให้อาหารลูกสุนัขอย่างเหมาะสม ทำอย่างไรได้บ้าง?
  6. วิธีให้อาหารลูกสุนัขที่ดีคือการเลือกอาหารคุณภาพสูง เป็นสูตรสำหรับช่วงวัยและขนาดของลูกสุนัขโดยเฉพาะ ทั้งนี้เจ้าของควรกำหนดปริมาณและจำนวนมื้ออาหารตามคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือคำแนะนำที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์อาหารสุนัข เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนอาหารใหม่ให้เจ้าตัวน้อย ให้เปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่ารีบเปลี่ยนอย่างกะทันหัน และควรสังเกตท่าทีของลูกสุนัขด้วยว่ามีอาการผิดปกติหลังกินอาหารใหม่หรือไม่ นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว น้ำก็เป็นส่วนสำคัญ อย่าลืมเตรียมน้ำสะอาดไว้ให้พวกเค้าด้วยนะ

  • Your Senior Dog’s Health from 7 Years On
    Your Senior Dog’s Health from 7 Years On
    adp_description_block384
    สุขภาพของสุนัขสูงวัยของคุณที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป

    • แบ่งปัน

    รักษาสุนัขสูงวัยของคุณให้แข็งแรงและกระตือรือร้น

    มันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของสุนัข แต่โดยทั่วไปแล้วสัตว์เลี้ยงของคุณจะเริ่มแก่ตัวลงเมื่ออายุ 7 ปีขึ้นไป Louise Murray, DVM  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ Bergh Memorial ASPCA ในนิวยอร์กซิตี้และผู้เขียน Vet Confidential (Ballantine, 2008) บอกคุณถึงสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อให้สุนัขสูงวัยมีความสุข

     

    สุขภาพของสุนัขสูงวัย: การป้องกันให้มีสุขภาพดี

    ในขั้นตอนนี้ Murray แนะนำให้พาสุนัขของคุณไปพบสัตว์แพทย์ปีละสองครั้ง “ สามารถเกิดขึ้นกับ สุนัขแก่ได้มากกว่า ” เธอกล่าว สัตวแพทย์ของคุณจะตรวจเลือดเป็นประจำทุกปีเพื่อทดสอบการทำงานของตับและไต “การค้นพบปัญหาแต่เนิ่นๆมีความสำคัญอย่างยิ่ง” เธอกล่าว สัตว์แพทย์ของคุณจะตรวจหาสาเหตุที่มักจะส่งผลกระทบต่อสุนัขที่มีอายุมาก เช่น โรคโลหิตจาง และโรคข้ออักเสบ

     

    สุขภาพของสุนัขสูงวัย: ปัสสาวะ, การเคลื่อนไหวของลำไส้ และความอยากอาหาร

    จงให้ความสนใจกับสิ่งที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในพฤติกรรมของสุนัขของคุณ: สุนัขกินน้ำมากขึ้นหรือปัสสาวะในปริมาณมากขึ้นหรือไม่ พฤติกรรมเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับตับหรือไต การเคลื่อนไหวของลำไส้สุนัขของคุณเปลี่ยนไปหรือไม่ สิ่งนี้อาจบ่งบอกถึงปัญหาทางเดินอาหาร โรคเบาหวาน หรือปัญหาการย่อยอาหารอาจทำให้สุนัขกินมากขึ้น แต่ก็ยังคงน้ำหนักลดอยู่ การรู้รูปแบบพฤติกรรมของสุนัขสามารถช่วยสัตวแพทย์กำหนดแนวทางการรักษาได้อย่างรวดเร็ว

     

    สุขภาพของสุนัขสูงวัย : ยาหมัด เห็บและ พยาธิหนอนหัวใจ

    ใช้ยาป้องกันอย่างต่อเนื่อง

     

    สุขภาพของสุนัขสูงวัย :  สุขภาพฟัน

    ทำความสะอาดฟันของสุนัขทุกวัน ถ้าสุนัขของคุณมีคราบหินปูนสะสมคุณอาจต้องพาเค้าไปพบสัตว์แพทย์ทำความสะอาดให้ ซึ่งคุณต้องคอยอยู่ปลอบใจเค้า 

     

    สุขภาพของสุนัขสูงวัย :  การออกกำลังกาย

    สุนัขของคุณอาจจะกระตือรือร้นน้อยลง ในช่วงนี้การออกกำลังกายปานกลางดีที่สุดสำหรับเค้า อย่าทำให้สุนัขกลายเป็น “นักรบสุดสัปดาห์” หลังจากที่นอนเล่นทั้งวันในวันธรรมดาพร้อมเดินป่าในระยะทาง 10 ไมล์ในวันเสาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสุนัขสูงวัยที่อาจส่งผลต่อข้อต่อของเค้า 

     

    สุขภาพของสุนัขสูงวัย :   อาหาร

    สัตวแพทย์ของคุณหวังว่าคุณจะให้อาหารสูตรสุนัขสูงวัย อย่าง ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ ซีเนียร์ พลัส  ซึ่งสูตรนี้มีสารอาหารเฉพาะสำหรับสุนัขสูงวัยให้มีสุขภาพที่ดี

Close modal