การตรวจเช็ครูปร่างของสุนัขอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการประเมินภาวะโภชนาการของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในกรณีที่สุนัขมีแนวโน้มว่าจะมีน้ำหนักน้อยเกินไปหรือมากเกินไป พวกเค้าต้องได้รับการตรวจเช็ครูปร่างและประเมินสภาพร่างกายก่อนเลือกวิธีควบคุมน้ำหนักหรือเลือกโภชนาการที่เหมาะสม
แผนภูมิสภาพร่างกายสุนัข
สุนัขที่ขาดอาหาร
เห็นกระดูกซี่โครง กระดูกสันหลัง และกระดูกเชิงกรานได้อย่างชัดเจน ไม่มีไขมันใต้ผิวหนัง ช่วงเอวคอด มองไม่เห้นหน้าท้อง
สุนัขที่อยู่ในภาวะผอมหรือมีน้ำหนักน้อยเกินไป
เห็นกระดูกซี่โครงได้อย่างชัดเจน มีไขมันใต้ผิวหนังเพียงเล็กน้อย สามารถเห็นส่วนเว้าช่วงเอวได้ชัดเจนเมื่อมองจากด้านบน และหน้าท้องแฟ่บเมื่อมองจากด้านข้าง
สุนัขที่มีรูปร่างสมส่วน
สามารถมองเห็นกระดูกซี่โครงได้ แต่ไม่ได้เห็นชัด เห็นช่วงเอวคอดเล็กน้อยเมื่อมองจากด้านข้าง มีหน้าท้องยื่นออกมาเล็กน้อย แต่ยังเห็นส่วนเว้าที่ชัดเจาเมื่อมองจากด้านข้าง
สุนัขอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน
มองเห็นชั้นไขมันบริเวณซี่โครง แต่ยังคงเห็นกระดูกซี่โครงอยู่บ้าง เอวหาย มองเห็นเป็นทรงกลม มีหน้าท้องยื่นออกมา
สุนัขอยู่ในภาวะอ้วนจนอาจทำให้เกิดโรค
ไม่สามารถมองเห็นกระดูกซี่โครงและกระดูกสันหลัง มีชั้นไขมันปกคลุมอย่างชัดเจน ไม่มีส่วนเว้าตรงช่วงเอว หน้าท้องย้อย ลงพุง

'Q: เมื่อต้องฝึกลูกสุนัข สามารถให้อาหารของคนเป็นรางวัลได้หรือไม่?
A: โดยส่วนตัวแล้ว ฉันจะไม่ใช้ขนมหรืออาหารในการฝึกเลย แต่จะใช้ภาษากายและการให้คำชมเป็นรางวัลในการฝึกแทน ซึ่งมันก็ได้ผลดีเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสุนัขบางตัวไม่ได้สนใจหรือถูกดึงดูดใจด้วยอาหาร
ถึงแม้คนส่วนมากมักจะใช้วิธีนี้และประสบความสำเร็จ แต่ฉันก็ไม่แนะนำวิธีนี้อยู่ดี การให้อาหาร (ของคน) เป็นรางวัล อาจทำให้สุนัขมีความคิดว่าพวกเค้าสามารถกินอาหารของคุณได้ ซึ่งมันอาจกระตุ้นให้พวกเค้าขโมยอาหารจากโต๊ะ หรือจากคนโดยเฉพาะเด็กๆ หรือแขกที่บ้านได้
นอกจากนี้อาหารบางอย่างของคนก็เป็นพิษต่อสุนัข ตัวอย่างเช่นช็อกโกแลต, องุ่น, ลูกเกด, ถั่วแมคาเดเมียและไซลิทอล (สารให้ความหวานมักจะใช้ในหมากฝรั่ง, ขนม, และขนมอบ)
แทนที่จะให้อาหารของคน คุณสามารถใช้ขนมสำหรับสุนัขแทนได้ โดยเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ ผลิตจากเนื้อสัตว์คุณภาพดี และเหมาะกับการฝึก ไม่ควรเลือกขนมที่เคี้ยวง่าย เพราะอาจจะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เวลาซื้อขนมให้พวกเค้า อย่าลืมอ่านฉลากเพื่อดูส่วนประกอบให้แน่ชัดซะก่อน
ในระหว่างการฝึกระวังอย่าให้ขนมพวกเค้ามากจนเกินไป และไม่ควรให้ขนมแทนอาหารหลัก ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณแคลอรี่ที่พวกเค้าควรได้รับในแต่ละวัน
ทั้งนี้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้เวลานานแต่เน้นฝึกบ่อยครั้งแทน อย่างการฝึกลูกสุนัขแต่ละครั้งควรใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้การฝึกแบบเชิงบวก หากคุณเริ่มหงุดหงิดเพราะลูกสุนัขเริ่มไม่สนใจและไม่ยอมอยู่นิ่ง ให้หยุดพักก่อน พยายามให้การฝึกแต่ละครั้งจบแบบสนุกสนาน เพื่อกระตุ้นให้พวกเค้าอยากฝึกอีกในครั้งต่อไป
คำแนะนำโดย Janet Tobiassen, สัตวแพทย์ในรัฐวอชิงตัน ที่ทำการศึกษาและเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ปี 2542 โดยเธอเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยผ่านการฝึกจากชมรม 4-H รวมถึงได้เข้าฝึกอบรมเรื่องการบำบัดและการฝึกสัตว์เลี้ยงเมื่อตอนเรียนคณะสัตวแพทย์ศาสตร์'
