หากคุณอยากมีเพื่อนเล่นแก้เหงาหรือเพื่อนแท้ที่คอยอยู่เคียงข้าง ขอแนะนำให้รับเลี้ยงลูกสุนัขไว้สักตัว แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าคุณสามารถดูแลรับผิดชอบเจ้าตัวน้อยเหล่านี้ได้ เพราะลูกสุนัขต้องการความรักความเอาใจใส่เพื่อให้เติบโตอย่างมีความสุขและมีสุขภาพดี
การดูแลลูกสุนัขไม่ใช่แค่การให้อาหาร มอบความรัก หรือชวนเล่นเป็นครั้งคราว คุณจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสม ฝึกพวกเค้าให้รู้จักขับถ่ายเป็นที่ รวมถึงต้องพาไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการดูแลทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณและเจ้าตัวน้อยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมากขึ้น คุณจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงการเจริญเติบโตของพวกเค้า สำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่มั่นใจหรือมีความกังวล ในบทความนี้จะบอกเคล็ดลับและวิธีดูแลลูกสุนัขในช่วง 2 – 3 เดือนแรกให้ทุกคนได้รู้กัน
มีอะไรบ้างที่เราควรรู้เกี่ยวกับการดูแลลูกสุนัข? มาเริ่มกันที่การรับลูกสุนัขเข้าบ้านวันแรก คุณควรจัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นอันตรายอยู่รอบ ๆ ตัวลูกสุนัข เช่น สารเคมี สายไฟ ต้นไม้ที่มีพิษ ของมีคม และข้าวของที่แตกหักง่าย เพราะลูกสุนัขก็เปรียบเหมือนทารกตัวน้อย ๆ พวกเค้าบอบบางแต่ก็มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น นอกจากนี้คุณต้องซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ให้พร้อม อย่างเช่น ชามอาหาร ปลอกคอ สายจูง และเบาะนอนนุ่ม ๆ สำหรับพักผ่อน
หนึ่งในการดูแลที่สำคัญคือการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม ควรเลือกสูตรอาหารสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ เนื่องจากพวกเค้ามีความต้องการแตกต่างจากสุนัขวัยอื่น อีกทั้งยังต้องการสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี
การเปลี่ยนมาให้อาหารสำหรับสุนัขโตจะขึ้นอยู่กับขนาดพันธุ์ สำหรับสุนัขพันธุ์เล็กหรือพันธุ์กลาง คุณสามารถเปลี่ยนสูตรอาหารได้เมื่อพวกเค้ามีอายุ 9 – 12 เดือน แต่หากเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ ควรเปลี่ยนเมื่อมีอายุ 12 – 24 เดือน นอกจากการให้อาหารที่ดีและเหมาะสมแล้ว อย่าลืมเตรียมน้ำดื่มสะอาดไว้ให้พวกเค้าด้วย
ไอแอมส์™ มีผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับลูกสุนัขและสุนัขโตให้เลือกหลากหลาย โดยผลิตภัณฑ์ของเราคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม นอกจากนี้ยังอุดมด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ มั่นใจได้เลยว่าน้องหมาของคุณจะเพลิดเพลินกับอาหารทุกคำที่พวกเค้าลิ้มรส
การไปพบสัตวแพทย์เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการดูแลลูกสุนัข การเข้าพบครั้งแรกจะช่วยให้คุณรับรู้ข้อมูลสุขภาพโดยรวมของเจ้าตัวน้อย คุณหมอจะแจ้งตารางการฉีดวัคซีนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเหล่านี้เพิ่มเติมด้วย
ลูกสุนัขควรได้พบเจอกับผู้คน เพื่อนหมาตัวอื่น และเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเรียนรู้ที่จะปรับตัว โดยเวลาที่สำคัญที่สุดในการฝึกเข้าสังคมคือช่วงอายุระหว่าง 3 – 12 สัปดาห์ และแนะนำให้ฝึกอย่างต่อเนื่อง
คุณควรเริ่มฝึกขับถ่ายให้ลูกสุนัขตั้งแต่วันแรกที่พาเข้าบ้าน เพื่อปลูกฝังให้พวกเค้าขับถ่ายเป็นที่ ไม่ต้องคอยทำความสะอาดทุกครั้ง เริ่มต้นฝึกด้วยการเลือกพื้นที่ขับถ่ายนอกบ้าน จากนั้นพาลูกสุนัขไปที่ดังกล่าวเมื่อถึงเวลาขับถ่าย ให้รางวัลทันทีหลังจากพวกเค้าขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการทำโทษไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกสุนัขหวาดกลัวและอาจแสดงท่าทีก้าวร้าว
การฝึกที่ดีที่สุดคือการฝึกในเชิงบวก หรือก็คือการให้รางวัลเมื่อพวกเค้าทำได้ดีหรือทำตัวน่ารัก และควรกำหนดระยะเวลาการฝึกเป็นช่วงสั้น ๆ เพื่อไม่ให้ลูกสุนัขรู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยจนเกินไป
น้องหมาก็มีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันเช่นเดียวกัน ทั้งการมีกลิ่นปาก ฟันหลุด และโรคปริทันต์ ซึ่งพวกเค้ามักจะไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอย่างชัดเจน ผู้เลี้ยงจึงควรดูแลช่องปากและฟันของพวกเค้าเป็นประจำ โดยควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อยหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับการดูแลดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณเพิ่มเติมได้
แม้จะเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลัง แต่ผู้เลี้ยงควรควบคุมปริมาณและเวลาในการออกกำลังกายของลูกสุนัขให้เหมาะสม และปล่อยให้พวกเค้าได้พักผ่อนทุกครั้งที่ต้องการ หลีกเลี่ยงการให้เล่นเป็นเวลานาน ๆ เพียงครั้งเดียว แนะนำให้พาออกไปเดินเล่นระยะสั้น ๆ วันละสองครั้งแทน
สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง ขั้นตอนการดูแลเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรรู้
ลูกสุนัขเต็มไปด้วยพลังงาน และพวกเค้าอาจทำให้คุณปวดหัวหากไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมา คุณจึงควรฝึกและจัดตารางการออกกำลังกายให้พวกเค้าทุกวัน เช่น ไปเดินเล่นหรือเล่นคาบของ เมื่อพวกเค้าเป็นเด็กดีก็ควรให้รางวัล วิธีนี้จะทำให้ลูกสุนัขเรียนรู้ว่าพฤติกรรมที่ดีจะได้รับการตอบแทน
น้องหมาไม่รู้วิธีการอยู่ในบ้าน พวกเค้าไม่ได้มีทักษะนี้ตั้งแต่เกิด เราจำเป็นต้องสอนกฎการอยู่ในบ้านและฝึกคำสั่งพื้นฐานบางอย่างให้กับพวกเค้า เริ่มต้นด้วยการสอนให้รู้จักชื่อ จากนั้นจึงฝึกให้ขับถ่ายเป็นที่และฝึกการเข้าสังคมอย่างเหมาะสม
เชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นน้องหมาเจ็บปวด มีอาการตัวสั่น อึดอัด หรือรู้สึกไม่สบายตัว เรารู้ดีว่าสถานการณ์เช่นนี้ทำให้พ่อแม่ปวดใจเสมอ
หลาย ๆ คนก็คงตกใจเมื่อน้องหมาอาเจียนหรือมีอาการท้องเสีย รวมถึงสงสัยว่าทำไมน้องหมาถึงอาเจียน น้องหมาท้องเสียเป็นเพราะอะไร? แล้วอาการแบบใดที่บ่งบอกถึงปัญหาที่ร้ายแรง? เรามาหาคำตอบและทำความเข้าใจอาการเหล่านี้ไปด้วยกัน
การอาเจียนเป็นปัญหาทั่วไปที่พบได้บ่อยและเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย มันคือการขับของเหลวในกระเพาะหรือลำไส้ส่วนบนของสุนัขอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่จะมีอาการคลื่นไส้เกิดขึ้นก่อน เช่น น้ำลายไหล เลียริมฝีปาก และกลืนน้ำลายมากผิดปกติ สาเหตุของการอาเจียนไม่ได้ร้ายแรงทุกครั้งไป อาจเป็นเพราะน้องหมากินอาหารเร็วเกินหรือกลืนกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป แต่ในบางกรณีก็เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาที่น่ากังวล เช่น การได้รับสารพิษ หรือการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง
ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้องหมาท้องเสียนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากปัจจัยเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง อาการท้องไส้ปั่นป่วนในทางการแพทย์จะเรียกว่ากระเพาะและลำไส้อักเสบ โดยเกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคือง สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหัน การแพ้อาหาร การกินสิ่งแปลกปลอม การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส รวมถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น ตับอ่อนอักเสบหรือไตวาย
พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจสับสนระหว่างการอาเจียนกับการสำรอก โดยทั่วไปแล้วการสำรอกจะเกิดขึ้นหลังจากกินอาหารไม่นาน และเป็นอาการที่ไม่ต้องเกร็งช่องท้อง อาหารที่ไม่ได้ย่อยจะถูกขับออกมาทางปากโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ในทางกลับกัน การอาเจียนจะอาเจียนเกี่ยวข้องกับการหดตัวของช่องท้อง ส่งผลให้อาหารที่ย่อยแล้วบางส่วนผสมกับน้ำดีถูกขับออกมา
แน่นอนว่าอาการปวดท้องทำให้น้องหมารู้สึกแย่และไม่สบายตัว พ่อแม่จึงควรทำความเข้าใจลักษณะอาการเพื่อดูแลและบรรเทาความเจ็บปวดได้ทันท่วงที โดยอาการที่พบบ่อยมีดังนี้
ในกรณีที่รุนแรง น้องหมาอาจแสดงอาการเหล่านี้
หากน้องหมามีอาการเจ็บปวด เบื่ออาหาร แสดงอาการขาดน้ำ มีไข้ หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย หรือตัวสั่น ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงปัญหาที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ในกรณีที่รุนแรง อาการท้องเสียอาจทำให้น้องหมาน้ำหนักลดและอาเจียนบ่อย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น โรคตับหรือไต ตับอ่อนอักเสบ และโรคมะเร็ง แนะนำให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมและอาการเครียดในสุนัข เนื่องจากมักจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นหรือกระตุ้นให้เกิดปัญหากระเพาะอาหาร
สำหรับการรักษาอาการสุนัขท้องเสีย วิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นส่วนใหญ่ เช่น หากสุนัขถ่ายเหลวจากการเปลี่ยนอาหารหรือการกินอาหารเร็วเกินไป สามารถดูแลรักษาที่บ้านได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการร้ายแรงอื่น ๆ ร่วมด้วย แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติม
เมื่อสุนัขท้องเสีย วิธีรักษาทั่วไปคือ
รู้หรือไม่? การเสริมโพรไบโอติกเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ขอแนะนำไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารเสริมรูปแบบเม็ดเพื่อสุขภาพที่ดีของระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่ใช่การรักษาแต่เป็นวิธีแก้ปัญหาชั่วคราว หากน้องหมาท้องเสียหรืออาเจียนอย่างต่อเนื่อง ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด
ในบางกรณีที่สุนัขท้องเสีย รักษาเบื้องต้นได้ด้วยตนเองที่บ้าน แต่หากเกิดขึ้นบ่อยหรือมีอาการรุนแรงก็จำเป็นต้องไปพบสัตวแพทย์ อายุและสุขภาพโดยรวมของสุนัขก็เป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลรักษาเช่นกัน การตรวจพบอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้การรักษาง่ายขึ้นและลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยได้ หากน้องหมาอาเจียนหลายครั้งในหนึ่งวัน อาเจียนเสมหะบ่อย หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง ควรพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว
อาหารปรุงเอง เช่น เนื้อไก่ มันฝรั่งต้ม และข้าว เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสุนัขท้องเสีย แต่ไม่ควรให้ติดต่อกันในระยะยาว เพราะสุนัขอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการให้อาหารดิบ เนื่องจากมีเชื้อโรคที่เป็นอันตราย เช่น ซัลโมเนลลา ทางที่ดีควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อความปลอดภัยของน้องหมาที่คุณรัก
สุนัขท้องร้องโครกคราก วิธีแก้มีอะไรบ้าง? นอกจากการปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์แล้ว คุณสามารถให้อาหารเสริมเพื่อสุขภาพระบบทางเดินอาหารได้ด้วย ลองเลย! ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารเสริมรูปแบบเม็ดเพื่อสุขภาพที่ดีของระบบทางเดินอาหาร มีส่วนประกอบของพรีไบโอติกและโพรไบโอติกที่เป็นประโยชน์กับลำไส้ เนื้อสัมผัสนุ่ม เคี้ยวง่าย ปราศจากสารสังเคราะห์ สารปรุงแต่งกลิ่นรส และวัตถุกันเสีย จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหารของสุนัขได้เป็นอย่างดี
การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาอาการอาเจียนและท้องเสียของสุนัข จะช่วยให้น้องหมามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หากคุณมีข้อสงสัยหรือความกังวลใจ อย่าลังเลที่จะปรึกษาสัตวแพทย์