การดูแลช่องปากเป็นองค์ประกอบสำคัญของสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง การรักษาอย่างชาญฉลาดสามารถช่วยป้องกันอาการร้ายแรงได้ การรักษาฟันของสัตว์เลี้ยงของคุณให้สะอาดและปราศจากแบคทีเรีย ทำให้ฟันมีสุขภาพดีและมีลมหายใจที่สดชื่น ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อย คุณสามารถปกป้องสัตว์เลี้ยงของคุณได้ตลอดช่วงชีวิตของเค้า
หินปูนและเหงือกอักเสบเป็นปัญหาที่สัตวแพทย์พบบ่อยที่สุด สุนัขส่วนใหญ่จะพบปัญหาเหล่านี้ เมื่อขาดการตรวจสุขภาพในช่องปาก อาจทำให้เกิดโรคปริทันต์และปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ รวมถึงการสูญเสียฟันและการเจ็บป่วยที่รุนแรง แต่คุณสามารถควบคุมสิ่งนี้และส่งเสริมดูแลช่องปากให้ดีได้ด้วย
การแปรงฟันทุกวัน
การแปรงฟันสัตว์เลี้ยงของคุณทุกวัน จะช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ และชะลอการเกิดของหินปูน เมื่อเริ่มแปรงครั้งแรก ควรค่อยเป็นค่อยไปและทำให้เป็นประสบการณ์ที่น่าพอใจ เริ่มต้นด้วยการใช้นิ้วของคุณ ต่อมาก็ใช้แปรงสีฟัน เพื่อให้แน่ใจควรให้คำชมและสร้างความมั่นใจให้สัตว์เลี้ยงของคุณขณะแปรงฟัน ควรให้รางวัลสัตว์เลี้ยงของคุณหลังจากการแปรงฟันเสร็จด้วยการเล่นหรือพาไปเดินเล่น
การรักษาฟันกับสัตวแพทย์
ปรึกษากับสัตวแพทย์ของคุณเกี่ยวกับการทำความสะอาดฟันรายปีหรือครึ่งปี เพื่อป้องกันโรคปริทันต์ การทำความสะอาดฟันโดยสัตวแพทย์เป็นวิธีเดียวที่จะขจัดคราบหินปูนได้
อาหาร
อาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพช่องปากที่ดี กลไกการขัดฟันของอาหารเม็ดที่กรุบกรอบช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์และทำความสะอาดฟัน ส่วนผสมในอาหารเม็ดอย่างเช่น hexametaphosphate (HMP) จะสามารถช่วยป้องกันการก่อตัวของหินปูนได้ การแปรงฟันทุกวันและทันตกรรมจะช่วยชะลอวงจรการเกิดคราบหินปูนและทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้นได้เช่นกัน
ลูกสุนัขตัวเล็กพร้อมนำความสุขมาให้พวกเราตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าบ้าน และการดูแลพวกเค้าอย่างดีก็กลายเป็นนิสัยติดตัวของเรา เชื่อว่าเจ้าของหลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่า “เราควรดูแลลูกสุนัขอย่างไรดี?” บอกได้เลยว่าการดูแลลูกสุนัขนั้นแสนง่ายดาย หากรู้วิธีที่ถูกต้อง ซึ่งไอแอมส์ได้รวบรวมคำตอบและเทคนิคดี ๆ อีกมากมายมาให้คุณแล้ว
เจ้าตัวน้อยสี่ขาต้องการอาหารที่ดีมีคุณภาพ และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพราะพวกเค้าช่างเปราะบาง มีโอกาสเจ็บป่วยและติดโรคร้ายได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีนิสัยชอบเคี้ยวสิ่งของต่าง ๆ จึงต้องคอยระมัดระวังไม่ให้กลืนสิ่งของอันตรายลงท้อง และควรจัดเตรียมของเล่นสำหรับกัดแทะไว้ให้พวกเค้าแทน
หากเลือกให้อาหารคุณภาพดีตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข พวกเค้าก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัย การดูแลโภชนาการอย่างเหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มันช่วยลดความเสี่ยงในการล้มป่วยและการมีปัญหาสุขภาพลง นอกจากนี้ควรพาน้องหมาไปออกกำลังกายเป็นประจำ หากไม่ได้ออกกำลังหรือไม่ทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายเลย อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ ซึ่งทั้งสองข้อนี้คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน
ตารางพัฒนาการนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัยของเจ้าตัวน้อยที่แสนน่ารักได้ดียิ่งขึ้น:
พัฒนาการลูกสุนัข | 0-7 สัปดาห์ | 7-8 สัปดาห์ | 8-10 สัปดาห์ | 8-16 สัปดาห์ | 4-6 เดือน | 6-12 เดือน | 12-18 เดือน |
ลักษณะการเปลี่ยนแปลง | ลูกสุนัขเริ่มเรียนรู้พฤติกรรมทางสังคม เช่น การกัด การยอมจำนน การให้ความสนใจ และการโต้ตอบกับน้องหมาตัวอื่น | เป็นช่วงวัยที่ดีที่สุดในการเชื่อมความสัมพันธ์กับเจ้าของ | ถือเป็นช่วงเวลาที่ลูกสุนัขอ่อนแอที่สุด อาจเรียกอีกอย่างว่า 'ช่วงเวลาแห่งความกลัว' เป็นการดีที่สุดหากช่วยให้ลูกสุนัขมีประสบการณ์เชิงบวก | สามารถเริ่มฝึกทักษะต่าง ๆ ได้แล้วในช่วงนี้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการลงโทษขณะฝึก | ลูกสุนัขจะมีความมั่นใจ และต้องการอิสระมากขึ้น | เป็นช่วงเวลาในการปลดปล่อยพลังงาน ควรจัดหากิจกรรมมาให้พวกเค้าทำแก้เบื่อด้วยนะ | เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยนี้ ลูกสุนัขจะเริ่มมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคงขึ้น |
เริ่มฝึกทักษะขั้นพื้นฐานให้พวกเค้าได้แล้ว | ควรปลอบโยนเวลาที่พวกเค้ารู้สึกกลัวหรือเสียใจ | สามารถทำหมันได้เมื่อมีอายุ 6 เดือน | ควรเตรียมของเล่นที่หลากหลายไว้ให้พร้อม | ในช่วงนี้ น้องหมาจะพยายามขึ้นเป็นจ่าฝูง และพยายามยืนยันสถานะของตัวเอง |
การต้อนรับลูกสุนัขมาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องจัดการหลังพาพวกเค้าเข้าบ้านแล้ว และนี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้การดูแลนั้นง่ายขึ้น: