IAMS TH
เปิดเคล็ดลับการฝึกใช้สายจูงให้น้องหมา
เปิดเคล็ดลับการฝึกใช้สายจูงให้น้องหมา

adp_description_block145
เปิดเคล็ดลับการฝึกใช้สายจูงให้น้องหมา

  • แบ่งปัน

การฝึกใช้สายจูงช่วยให้น้องหมาสำรวจโลกภายนอกได้อย่างปลอดภัย พวกเค้าจะมีประสบการณ์การเดินเล่นที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม น้องหมาไม่ได้เกิดมาพร้อมความสามารถในการเดินโดยใช้สายจูง พวกเค้าจำเป็นต้องได้รับการฝึกสอนทักษะนี้เพิ่มเติม
 

หากคุณเลี้ยงน้องหมาพันธุ์ใหญ่ ควรฝึกการใช้สายจูงให้พวกเค้าตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเมื่อโตขึ้น น้ำหนักตัวของพวกเค้าก็จะเพิ่มมากขึ้น สิ่งนี้จะทำให้คุณควบคุมพวกเค้าได้ยาก คุณอาจโดนพวกเค้าลากไปมา หรือไม่น้องหมาของคุณก็อาจวิ่งเตลิดจนเกิดปัญหาวุ่นวายได้
 

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่สงสัยว่า ควรฝึกลูกสุนัขใช้สายจูงตั้งแต่อายุเท่าไหร่? คำตอบคือเริ่มฝึกได้ตั้งแต่อายุ 10 สัปดาห์ หรืออาจฝึกก่อนหน้านั้นก็ได้เช่นกัน การฝึกทักษะนี้จะช่วยให้ลูกสุนัขของคุณเติบโตเป็นเพื่อนที่น่ารักและเชื่อฟัง การเดินทางหรือผจญภัยไปด้วยกันก็จะง่ายขึ้น!
 

มาติดตามเคล็ดลับและคำแนะนำดี ๆ ในการฝึกลูกสุนัขใช้สายจูงไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยงมือใหม่หรือมือโปรก็สามารถทำตามได้

  • เลือกปลอกคอที่มีขนาดพอดี

การเลือกปลอกคอเป็นขั้นตอนแรกในการทำให้น้องหมาคุ้นเคยกับสายจูง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลอกคอไม่แน่นหรือหลวมเกินไป เมื่อใช้นิ้วมือสอดลงไปควรมีช่องว่างระหว่างปลอกคออย่างน้อยสองนิ้ว เพื่อให้น้องหมาหายใจสะดวกและไม่รู้สึกอึดอัด

ข้อควรรู้ – หากคุณวางแผนจะฝึกลูกสุนัขตั้งแต่อายุยังน้อย ควรดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และหมั่นตรวจสอบความพอดีของปลอกคอ เนื่องจากเจ้าตัวน้อยของคุณยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต

  • ทำความคุ้นเคยกับสายจูง

ลูกสุนัขอาจใช้เวลาสักพักในการปรับตัวและยอมรับอุปกรณ์ใหม่นี้ คุณสามารถช่วยให้พวกเค้าคุ้นเคยได้เร็วขึ้นด้วยเทคนิคง่าย ๆ โดยเริ่มจากปล่อยให้พวกเค้าดมกลิ่นและเล่นกับสายจูงก่อน อาจใส่ให้ทุกครั้งที่เล่นสนุกด้วยกันในบ้าน แต่ควรหลีกเลี่ยงการใส่สายจูงเมื่อน้องหมาอยู่ตามลำพัง ตอนเศร้าหรือหงุดหงิด

  • ให้รางวัลเมื่อการฝึกเป็นไปด้วยดี

ในการฝึกเดินโดยใช้สายจูง แนะนำให้ถือขนมไว้ในมือ จากนั้นถอยหลังไปสองสามก้าว สิ่งนี้จะกระตุ้นให้น้องหมาเดินไปหาคุณเพื่อกินขนมแสนอร่อย แต่เพื่อป้องกันการกินขนมมากเกินไป อาจเปลี่ยนมาให้รางวัลเป็นของเล่น คำชมเชย หรือการลูบหัวลูบตัวแทน ทั้งนี้การให้รางวัลจะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี และกระตุ้นให้ลูกสุนัขอยากฝึกในครั้งต่อ ๆ ไป

เคล็ดลับน่ารู้ – กำหนดระยะเวลาในการฝึกให้เหมาะสม ไม่ควรฝึกเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพราะลูกสุนัขอาจจะเหนื่อยและหลีกเลี่ยงการฝึก

  • ฝึกเดินเล่นในบ้าน

นอกจากจะสร้างความคุ้นเคยให้น้องหมาแล้ว ยังเป็นโอกาสให้คุณสังเกตท่าทีของน้องหมาเมื่อต้องเดินโดยใช้สายจูงอีกด้วย แนะนำให้เลือกพื้นที่โล่งกว้างในการฝึก พร้อมตรวจเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งกีดขวางใด หลังจากการฝึกก็ควรให้รางวัลเป็นขนมที่พวกเค้าโปรดปราน ขั้นตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะทำให้รู้ว่าลูกสุนัขของคุณพร้อมจะลงสนามจริงแล้วหรือไม่

  • เริ่มออกไปเดินเล่นนอกบ้าน

การฝึกลูกสุนัขเต็มไปด้วยเรื่องที่ไม่คาดคิดและน่าประหลาดใจ หากคุณคิดว่าเจ้าตัวน้อยจะเดินเล่นนอกบ้านได้อย่างราบรื่นหลังฝึกเดินในบ้านมาแล้ว คุณคิดผิด! ความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยโดยธรรมชาติของลูกสุนัข และเมื่อได้ออกไปผจญภัย พวกเค้าก็มักจะพุ่งตัวไปสำรวจทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการเดินในระยะทางสั้น ๆ ก่อน
 

เคล็ดลับน่ารู้ – ควรพกขนมติดตัวเมื่อออกไปเดินเล่น เพื่อใช้หลอกล่อให้น้องหมาเดินตามได้ง่ายขึ้น
 

จำไว้ว่าความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ! น้องหมาอาจต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ปลอกคอ การใส่สายจูง และการเดินโดยใช้สายจูง คุณต้องให้เวลาพวกเค้าปรับตัว อย่าเร่งรัดหรือบังคับ รวมถึงต้องทำให้การฝึกไม่น่าเบื่อและกำหนดระยะเวลาอย่างเหมาะสม หลังจากทำตามเคล็ดลับข้างต้น รับรองเลยว่าการเดินเล่นจะเป็นช่วงเวลาที่ดีและสนุกมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกน้องหมาใช้สายจูง

  1. ควรเริ่มฝึกลูกสุนัขใช้สายจูงตอนอายุเท่าไร?
  2. คุณสามารถเริ่มฝึกใช้สายจูงได้เมื่อลูกสุนัขมีอายุครบ 10 สัปดาห์

  3. จะทำให้ลูกสุนัขหยุดดึงสายจูงได้อย่างไร?
  4. วิธีที่ดีที่สุดในการหยุดลูกสุนัขดึงสายจูงคือการเปลี่ยนทิศทาง โดยใช้คำสั่ง 'เลี้ยว' เพื่อให้น้องหมาเรียนรู้และเข้าใจว่าต้องเปลี่ยนเส้นทางในครั้งต่อ ๆ ไป

  5. ควรดึงสายจูงหรือลากลูกสุนัขหรือไม่?
  6. ไม่ เราไม่ควรลากจูงลูกสุนัข เพราะอาจทำให้คอและหัวเข่าของพวกเค้าได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังจุดประกายความรู้สึกด้านลบต่อคุณด้วย

  7. ควรเลือกใช้ปลอกคอหรือสายรัดอก?
  8. ลูกสุนัขควรใช้ทั้งปลอกคอและสายรัดอก โดยสามารถสวมปลอกคอได้ทุกวัน ส่วนสายรัดอกอาจใช้เฉพาะเวลาเดินเล่นหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ

  • สุนัขกินอะไรได้บ้าง?
    สุนัขกินอะไรได้บ้าง?
    adp_description_block420
    สุนัขกินอะไรได้บ้าง?

    • แบ่งปัน

    เมื่อโดนน้องหมาอ้อนขอของกิน คุณจะทำอย่างไร? เราเชื่อว่ามีหลายคนที่พ่ายแพ้และยอมแบ่งอาหารให้น้องหมากิน นี่อาจเป็นเรื่องปกติทั่วไปของทุกบ้าน แต่ในความเป็นจริง เราควรให้พวกเค้ากินอาหารของเราหรือไม่?
     

    สุนัขสามารถกินอาหารของคนได้หรือไม่?

    คำตอบคือได้และไม่ได้ แม้ว่าน้องหมาจะกินพืชทุกได้เกือบชนิดและสามารถกินอาหารได้หลากหลาย แต่ระบบย่อยอาหารของพวกเค้าแตกต่างจากเรา ซึ่งหมายความว่าอาหารของคนบางชนิดก็อาจเป็นอันตรายหรือเป็นพิษต่อสุนัข
     

    อาหารของคนที่สุนัขกินได้

    นี่คือรายการอาหารที่น้องหมากินได้ มีประโยชน์และปลอดภัย

    • แคร์รอต – รสชาติอร่อยและมีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ ดีต่อสุขภาพฟัน อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น เช่น เบตาแคโรทีนและวิตามินเอ
    • ปลาแซลมอน – อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ปลาแซลมอนยังช่วยเสริมให้ผิวหนังและเส้นขนของสุนัขแข็งแรงด้วย แต่แนะนำให้ปรุงสุกโดยไม่ใส่เครื่องปรุงรสหรือน้ำมัน
    • บลูเบอร์รี – ผลเบอร์รีลูกเล็ก ๆ เหล่านี้เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์ เป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพและมีรสชาติอร่อย
    • ไข่ – ไข่ต้มสุกเป็นแหล่งโปรตีนที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับสุนัข
    • เนยถั่ว – เนยถั่วชนิดไม่หวานและไม่ใส่เกลือเป็นแหล่งไขมันที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ สามารถใช้กับของเล่นปริศนาเพื่อกระตุ้นจิตใจสุนัขได้
       

    อาหารของคนที่ไม่ควรให้สุนัขกิน

    ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารเหล่านี้ เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุนัข

    • ช็อกโกแลต – มีธีโอโบรมีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ อาเจียน อาการชัก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต 
    • องุ่นและลูกเกด – ทั้งสองก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะไตวายในสุนัข แม้จะได้รับในปริมาณเล็กน้อยก็ตาม
    • หัวหอมและกระเทียม – อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางและทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงในสุนัข แม้จะได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อย
    • อะโวคาโด – เนื้อและเมล็ดของอะโวคาโดมีเพอร์ซิน ซึ่งอาจทำให้สุนัขอาเจียน ท้องร่วง และตับอ่อนอักเสบ
    • ถั่วแมคาเดเมีย – อาจทำให้สุนัขอ่อนแรง ตัวสั่น อุณหภูมิร่างกายสูง และอาจทำให้สุนัขเสียชีวิตได้
       

    เคล็ดลับน่ารู้

    • หากต้องการแนะนำอาหารใหม่ ๆ ให้น้องหมา ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในระบบทางเดินอาหาร
    • ความพอดีเป็นสิ่งสำคัญ แม้แต่อาหารที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ก็ควรได้รับในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ
    • ปรึกษาสัตวแพทย์หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาหารบางชนิดหรือสุขภาพของน้องหมา
       

    การเลือกอาหารที่เหมาะสำหรับสุนัข

    เรารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะต้านทานการออดอ้อนของน้องหมา แต่คุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่าความต้องการทางโภชนาการของพวกเค้าไม่เหมือนเรา อาหารที่เรากินแล้วดีอาจเป็นอันตรายกับเจ้าตัวน้อยได้

    อาหารสุนัขต่างจากอาหารของคนตรงที่พัฒนามาเพื่อตอบสนองความต้องการทางโภชนาการของสุนัขโดยเฉพาะ มีปริมาณสารอาหารที่สมดุล อัดแน่นไปด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
     

    อาหารสูตรสำหรับสุนัขสำคัญอย่างไร?

    • โภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุล – อาหารสุนัขได้รับการคิดค้นอย่างพิถีพิถันเพื่อให้มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสม ช่วยให้สุนัขได้รับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน สุขภาพเส้นขน กระดูกและกล้ามเนื้อ
    • สุขภาพทางเดินอาหาร – อาหารของคนอาจย่อยยากสำหรับสุนัข ส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารปั่นป่วน เกิดการอาเจียนและท้องเสียได้ อาหารสุนัขถูกออกแบบมาให้ย่อยง่าย ส่งเสริมการดูดซึมสารอาหารอย่างเหมาะสม และช่วยให้สุขภาพลำไส้แข็งแรง
    • ความต้องการเฉพาะ – สายพันธุ์และช่วงวัยส่งผลต่อความต้องการทางโภชนาการ ลูกสุนัขต้องการพลังงานและสารอาหารมากขึ้นเพื่อการเจริญเติบโต ในขณะที่สุนัขโตต้องการอาหารที่มีพลังงานและไขมันน้อยกว่า อาหารสุนัขแต่ละสูตรก็จะตอบสนองความต้องการเฉพาะเหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับโภชนาการที่เหมาะสมกับวัยและสายพันธุ์

    ขอแนะนำอาหารสุนัขไอแอมส์™ อาหารของเราได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงสุขภาพสุนัขเป็นสำคัญ โดยมีประโยชน์และดีต่อสุขภาพดังนี้

    • กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง – อาหารสุนัขไอแอมส์™ อุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี
    • สุขภาพผิวหนังดี ขนเงางาม – มีกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยให้ขนเงางามและผิวหนังแข็งแรง
    • เสริมภูมิคุ้มกัน – อาหารของเรามีสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ปกป้องสุนัขจากการเจ็บป่วย
    • สุขภาพทางเดินอาหารดีขึ้น – มีพรีไบโอติกและโพรไบโอติกที่ส่งเสริมการย่อยอาหารและสุขภาพลำไส้ที่ดี

    เป้าหมายของเราคือการดูแลสุนัขให้ดีที่สุดด้วยการให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและตอบสนองความต้องการเฉพาะของพวกเค้า การเลือกอาหารที่เหมาะสม อย่างอาหารสุนัขไอแอมส์™ จะทำให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีสุขภาพแข็งแรง มีพลัง และมีความสุข

Close modal