IAMS TH
เปิดเคล็ดลับการฝึกใช้สายจูงให้น้องหมา
เปิดเคล็ดลับการฝึกใช้สายจูงให้น้องหมา

adp_description_block187
เปิดเคล็ดลับการฝึกใช้สายจูงให้น้องหมา

  • แบ่งปัน

การฝึกใช้สายจูงช่วยให้น้องหมาสำรวจโลกภายนอกได้อย่างปลอดภัย พวกเค้าจะมีประสบการณ์การเดินเล่นที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม น้องหมาไม่ได้เกิดมาพร้อมความสามารถในการเดินโดยใช้สายจูง พวกเค้าจำเป็นต้องได้รับการฝึกสอนทักษะนี้เพิ่มเติม
 

หากคุณเลี้ยงน้องหมาพันธุ์ใหญ่ ควรฝึกการใช้สายจูงให้พวกเค้าตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเมื่อโตขึ้น น้ำหนักตัวของพวกเค้าก็จะเพิ่มมากขึ้น สิ่งนี้จะทำให้คุณควบคุมพวกเค้าได้ยาก คุณอาจโดนพวกเค้าลากไปมา หรือไม่น้องหมาของคุณก็อาจวิ่งเตลิดจนเกิดปัญหาวุ่นวายได้
 

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่สงสัยว่า ควรฝึกลูกสุนัขใช้สายจูงตั้งแต่อายุเท่าไหร่? คำตอบคือเริ่มฝึกได้ตั้งแต่อายุ 10 สัปดาห์ หรืออาจฝึกก่อนหน้านั้นก็ได้เช่นกัน การฝึกทักษะนี้จะช่วยให้ลูกสุนัขของคุณเติบโตเป็นเพื่อนที่น่ารักและเชื่อฟัง การเดินทางหรือผจญภัยไปด้วยกันก็จะง่ายขึ้น!
 

มาติดตามเคล็ดลับและคำแนะนำดี ๆ ในการฝึกลูกสุนัขใช้สายจูงไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยงมือใหม่หรือมือโปรก็สามารถทำตามได้

  • เลือกปลอกคอที่มีขนาดพอดี

การเลือกปลอกคอเป็นขั้นตอนแรกในการทำให้น้องหมาคุ้นเคยกับสายจูง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลอกคอไม่แน่นหรือหลวมเกินไป เมื่อใช้นิ้วมือสอดลงไปควรมีช่องว่างระหว่างปลอกคออย่างน้อยสองนิ้ว เพื่อให้น้องหมาหายใจสะดวกและไม่รู้สึกอึดอัด

ข้อควรรู้ – หากคุณวางแผนจะฝึกลูกสุนัขตั้งแต่อายุยังน้อย ควรดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และหมั่นตรวจสอบความพอดีของปลอกคอ เนื่องจากเจ้าตัวน้อยของคุณยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต

  • ทำความคุ้นเคยกับสายจูง

ลูกสุนัขอาจใช้เวลาสักพักในการปรับตัวและยอมรับอุปกรณ์ใหม่นี้ คุณสามารถช่วยให้พวกเค้าคุ้นเคยได้เร็วขึ้นด้วยเทคนิคง่าย ๆ โดยเริ่มจากปล่อยให้พวกเค้าดมกลิ่นและเล่นกับสายจูงก่อน อาจใส่ให้ทุกครั้งที่เล่นสนุกด้วยกันในบ้าน แต่ควรหลีกเลี่ยงการใส่สายจูงเมื่อน้องหมาอยู่ตามลำพัง ตอนเศร้าหรือหงุดหงิด

  • ให้รางวัลเมื่อการฝึกเป็นไปด้วยดี

ในการฝึกเดินโดยใช้สายจูง แนะนำให้ถือขนมไว้ในมือ จากนั้นถอยหลังไปสองสามก้าว สิ่งนี้จะกระตุ้นให้น้องหมาเดินไปหาคุณเพื่อกินขนมแสนอร่อย แต่เพื่อป้องกันการกินขนมมากเกินไป อาจเปลี่ยนมาให้รางวัลเป็นของเล่น คำชมเชย หรือการลูบหัวลูบตัวแทน ทั้งนี้การให้รางวัลจะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี และกระตุ้นให้ลูกสุนัขอยากฝึกในครั้งต่อ ๆ ไป

เคล็ดลับน่ารู้ – กำหนดระยะเวลาในการฝึกให้เหมาะสม ไม่ควรฝึกเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพราะลูกสุนัขอาจจะเหนื่อยและหลีกเลี่ยงการฝึก

  • ฝึกเดินเล่นในบ้าน

นอกจากจะสร้างความคุ้นเคยให้น้องหมาแล้ว ยังเป็นโอกาสให้คุณสังเกตท่าทีของน้องหมาเมื่อต้องเดินโดยใช้สายจูงอีกด้วย แนะนำให้เลือกพื้นที่โล่งกว้างในการฝึก พร้อมตรวจเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งกีดขวางใด หลังจากการฝึกก็ควรให้รางวัลเป็นขนมที่พวกเค้าโปรดปราน ขั้นตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะทำให้รู้ว่าลูกสุนัขของคุณพร้อมจะลงสนามจริงแล้วหรือไม่

  • เริ่มออกไปเดินเล่นนอกบ้าน

การฝึกลูกสุนัขเต็มไปด้วยเรื่องที่ไม่คาดคิดและน่าประหลาดใจ หากคุณคิดว่าเจ้าตัวน้อยจะเดินเล่นนอกบ้านได้อย่างราบรื่นหลังฝึกเดินในบ้านมาแล้ว คุณคิดผิด! ความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยโดยธรรมชาติของลูกสุนัข และเมื่อได้ออกไปผจญภัย พวกเค้าก็มักจะพุ่งตัวไปสำรวจทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการเดินในระยะทางสั้น ๆ ก่อน
 

เคล็ดลับน่ารู้ – ควรพกขนมติดตัวเมื่อออกไปเดินเล่น เพื่อใช้หลอกล่อให้น้องหมาเดินตามได้ง่ายขึ้น
 

จำไว้ว่าความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ! น้องหมาอาจต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ปลอกคอ การใส่สายจูง และการเดินโดยใช้สายจูง คุณต้องให้เวลาพวกเค้าปรับตัว อย่าเร่งรัดหรือบังคับ รวมถึงต้องทำให้การฝึกไม่น่าเบื่อและกำหนดระยะเวลาอย่างเหมาะสม หลังจากทำตามเคล็ดลับข้างต้น รับรองเลยว่าการเดินเล่นจะเป็นช่วงเวลาที่ดีและสนุกมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกน้องหมาใช้สายจูง

  1. ควรเริ่มฝึกลูกสุนัขใช้สายจูงตอนอายุเท่าไร?
  2. คุณสามารถเริ่มฝึกใช้สายจูงได้เมื่อลูกสุนัขมีอายุครบ 10 สัปดาห์

  3. จะทำให้ลูกสุนัขหยุดดึงสายจูงได้อย่างไร?
  4. วิธีที่ดีที่สุดในการหยุดลูกสุนัขดึงสายจูงคือการเปลี่ยนทิศทาง โดยใช้คำสั่ง 'เลี้ยว' เพื่อให้น้องหมาเรียนรู้และเข้าใจว่าต้องเปลี่ยนเส้นทางในครั้งต่อ ๆ ไป

  5. ควรดึงสายจูงหรือลากลูกสุนัขหรือไม่?
  6. ไม่ เราไม่ควรลากจูงลูกสุนัข เพราะอาจทำให้คอและหัวเข่าของพวกเค้าได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังจุดประกายความรู้สึกด้านลบต่อคุณด้วย

  7. ควรเลือกใช้ปลอกคอหรือสายรัดอก?
  8. ลูกสุนัขควรใช้ทั้งปลอกคอและสายรัดอก โดยสามารถสวมปลอกคอได้ทุกวัน ส่วนสายรัดอกอาจใช้เฉพาะเวลาเดินเล่นหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ

  • How to Help Your Overweight Dog
    How to Help Your Overweight Dog
    adp_description_block302
    ทำอย่างไรถึงจะช่วยสุนัขของคุณที่มีน้ำหนักเกินได้

    ทำอย่างไรถึงจะช่วยสุนัขของคุณที่มีน้ำหนักเกินได้

    • แบ่งปัน

    ความหมาย สาเหตุ และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนในสุนัข

    โรคอ้วนหมายถึง การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวที่เกินข้อจำกัดของโครงสร้างกระดูกและร่างกายเป็นผลมาจากการสะสมของไขมันในร่างกายส่วนเกิน

    โรคอ้วนหมายถึง การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวที่เกินข้อจำกัดของโครงสร้างกระดูกและร่างกาย เป็นผลมาจากการสะสมของไขมันส่วนเกินในร่างกาย

    โรคอ้วนมีสาเหตุมาจากปริมาณแคลอรี่ที่สูงเกินกว่าแคลอรี่ที่ใช้ไป นี่หมายความว่าสุนัขกินอาหารทีให้พลังงาน (แคลอรี่) มากกว่าที่ใช้และเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปแบบของไขมัน



    มีหลายปัจจัยที่สามารถนำไปสู่โรคอ้วน เช่น :

    • การให้อาหารมากเกินไป
    • การเคลื่อนไหวน้อย
    • สายพันธุ์
    • อายุและเพศ
    • การทำหมัน
    • โรคเบาหวาน
    • ภาวะที่มีการทำงานของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตมากเกิน
    • ไฮโปไทรอยด์
    • น้ำหนักของเจ้าของ

    กรดไขมัน ไฟเบอร์ และกรดไขมันในโปรแกรมลดน้ำหนักสุนัขของคุณ
     

    ไขมัน

    • สุนัขใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก
    • คาร์โบไฮเดรตเป็นทางเลือกที่ให้แคลอรีต่ำซึ่งเป็นอาหารที่ทดแทนไขมันได้และย่อยสลายง่าย คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้นั้นมีปริมาณแคลอรี่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณไขมันที่เท่ากัน และไม่มีข้อเสียเหมือนกับไฟเบอร์ที่ย่อยไม่ได้
    • ไฟเบอร์และกรดไขมัน
    • ไฟเบอร์ระดับปกติของแหล่งไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์ปานกลางช่วยสร้างและรักษาลำไส้ให้แข็งแรง นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสุนัขที่กำลังอยู๋ในแผนการลดน้ำหนัก
    • ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักสำหรับสุนัขบางชนิดจะลดแคลอรี่ด้วยไฟเบอร์ในปริมาณสูง อาหารที่มีไฟเบอร์สูงอาจลดความสามารถในการย่อยและดูดซึมสารอาหารหลายชนิดรวมถึงไขมัน อาหารที่มีไฟเบอร์สูงเหล่านี้อาจส่งผลให้อุจจาระมีขนาดใหญ่ ขับถ่ายบ่อย และสภาพผิวหนังและขนที่ลดแย่ลง
    • อาหารที่ให้ระดับกรดไขมันที่ปรับแล้วจะช่วยรักษาผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีแม้จะลดระดับไขมันลงก็ตาม
    คาร์โบไฮเดรตและส่วนผสมพิเศษในโปรแกรมลดน้ำหนักสุนัขของคุณ
    คาร์โบไฮเดรตและส่วนผสมพิเศษ
    • การให้อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตจากข้าวโพด คาร์โบไฮเดรตข้าวฟ่าง และ/หรือข้าวบาร์เลย์อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือด และอินซูลินลดลงเมื่อเทียบกับการให้อาหารที่มีข้าวเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตหลัก ระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินที่ลดลงสามารถช่วยรักษาน้ำหนักที่เหมาะสมได้
    นอกจากนี้อาหารที่มี L-carnitine สามารถช่วยให้สุนัขเผาผลาญไขมันได้ L-carnitine เป็นสารประกอบคล้ายวิตามินที่ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้
    การลดน้ำหนักสำหรับสุนัขของคุณควรค่อยเป็นค่อยไป
    • เป้าหมายของโปรแกรมลดน้ำหนักที่ดีควรเป็นการลดน้ำหนักทีละน้อย สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในแมว เนื่องจากข้อจำกัดของสารอาหารอย่างรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดไขมันในตับ (การสะสมไขมันผิดปกติในตับ)
    • สุนัขควรลดน้ำหนัก 1 ถึง 2% ของน้ำหนักเริ่มต้นต่อสัปดาห์
    • วิธีที่ดีในการเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนักคือการลดปริมาณแคลอรี่ โดยเปลี่ยนไปใช้สูตรควบคุมน้ำหนักหรือลดไขมัน สุนัขและแมวที่ตอบสนองช้า

     

    ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับโปรแกรมลดน้ำหนักแบบพิเศษ
    โปรแกรมการควบคุมน้ำหนักโดยรวมสามารถนำไปสู่การลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จได้ แนะนำว่าควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้ประเมินการลดน้ำหนักให้ และเจ้าของจำต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะทำให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จ

    สัตวแพทย์แนะนำ ผลิตภัณฑ์จาก ไอแอมส์™ ที่ให้สารอาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัขในโปรแกรมลดน้ำหนักอีกด้วย

Close modal