IAMS TH
how-to-give-your-dog-healthy-skin-and-a-great-coat_header
how-to-give-your-dog-healthy-skin-and-a-great-coat_mob

adp_description_block140
วิธีดูแลให้สุนัขมีสุขภาพผิวหนังที่ดีและเส้นขนที่เงางาม

  • แบ่งปัน

สุขภาพผิวหนังที่ดีของสุนัขขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การกรูมมิ่ง การป้องกันปรสิตตัวร้าย แม้แต่สภาพอากาศก็มีผลต่อผิวหนังของพวกเค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผิวหนัง คุณควรดูแลพวกเค้าอย่างใกล้ชิดโดยทำตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

พาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ


การพาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายจากปรสิตต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด โรคเรื้อนที่เป็นสาเหตุหลักของขนร่วงและปัญหาผิวหนัง

นอกจากการตรวจสุขภาพตามนัดหมายของสัตวแพทย์แล้ว คุณควรเช็กสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของสุนัขอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ตรวจดูว่ามีรอยแดง ตุ่มหมัดกัด หรือขี้หมัด (เป็นผงสีดำ) หรือไม่ และสังเกตอาการขนร่วงของพวกเค้าด้วย

ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล

สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำได้คือ การเลือกอาหารที่ดีมีคุณภาพและอุดมไปด้วยโปรตีนแก่พวกเค้า เลือกให้อาหารสุนัขของ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรสุนัขโตเต็มวัยเพราะโดยธรรมชาติสุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเค้าจึงต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยประมาณ 30% ของโปรตีนที่สุนัขต้องการในแต่ละวันจะถูกนำใช้ในการสร้างเส้นขนใหม่


นอกจากนี้เส้นขนของสุนัขยังประกอบไปด้วยโปรตีนมากถึง 95 เปอร์เซ็นเลยล่ะ! แม้ว่าการเจริญเติบโตของเส้นขนในสุนัขจะแตกต่างกันไปตามแต่สายพันธุ์ แต่บางสายพันธุ์เมื่อนำความยาวของเส้นขนที่งอกในแต่ละวันมาเรียงต่อกันอาจจะยาวได้ถึง 30 เมตรเลยนะ

เลือกอาหารที่มีคุณภาพ
หากผิวหนังสุนัขของคุณดูหนา ตกสะเก็ด หรือขาดความยืดหยุ่น หรือสังเกตเห้นว่ามีขนร่วงผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการขาดสารอาหาร ควรพาไปพบสัตวแพทย์และลองเปลี่ยนมาให้อาหารสูตรพรีเมี่ยมแก่เขา ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณหกถึงแปดสัปดาห์หลังจากเปลี่ยนสูตรอาหาร คุณถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่สุนัขของคุณยังคงเกาหรือกัดแทะผิวหนังของตัวเอง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์

การเลือกอาหารสุนัขที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวและเส้นขน ควรเลือกจากปัจจัยต่อไปนี้

มีโปรตีนสูง

อาหารที่ดีมีคุณภาพได้รับการคิดค้นให้มีสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลเพียงต่อความต้องการของสุนัข รวมถึงมีการเลือกใช้ส่วนผสมที่ดีย่อยง่าย ทำให้ร่างกายของสุนัขสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม้ว่าอาหารคุณภาพสูงจะมีราคาที่สูงตามไปด้วย แต่เมื่อเทียบปริมาณในการให้อาหารแต่ละครั้งแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าราคา


กรูมมิ่งอย่างสม่ำเสมอ


มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะบอกว่าสุนัขของคุณมีสุขภาพดีหรือไม่ หากดวงตาของเค้าสดใสแวววาว ไม่มีขี้ตาเกรอะกรัง ชอบวิ่งเล่นหรือทำกิจกรรม และมีขนสวยเงางามสุขภาพดี สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพวกเค้าสุขภาพดีทั้งภายในและภายนอก


การกรูมมิ่งเป็นการดูแลสุขภาพภายนอกให้กับพวกเค้า ทั้งการกำจัดขนที่หลุดร่วง สิ่งสกปรกต่างๆ ขนที่พันกันออก และบำรุงผิวของพวกเค้าให้ชุ่มชื่น นอกจากนี้การกรูมมิ่งเป็นประจำจะช่วยให้คุณรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย


เมื่อสุนัขอายุมากขึ้น สภาพผิวก็อาจแพ้ง่ายมากขึ้นไปด้วย จึงควรเลือกแชมพูสูตรเฉพาะสำหรับสุนัขสูงวัยที่อ่อนโยนต่อผิวของพวกเค้า อย่างแชมพูที่ทำจากน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์มก้เป็นตัวเลือกที่ดี อย่าใช้แชมพูของคนเพราะผิวของพวกเค้าอาจเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ ทั้งนี้กลิ่นตัวของสุนัขถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคร้าย หากพบว่าพวกเค้ามีกลิ่นตัวผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์


เมื่ออาบน้ำให้พวกเค้าควรล้างตัวให้สะอาด เช็กให้มั่นใจว่าล้างคราบสกปรกและแชมพูออกหมดแล้ว เพราะสารตกค้างที่เหลืออยู่บนผิวหนังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ คุณอาจใช้ครีมนวดด้ยก็ได้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและช่วยให้เส้นขนเงางาม


ในช่วงฤดูร้อน ควรดูแลใส่ใจผิวหนังและเส้นขนของพวกเค้ามากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยช่วงนี้สุนัขส่วนใหญ่จะเริ่มผลัดขน และมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเห็บหมัด


การดูแลเอาใจใส่พวกเค้าอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก จะทำให้สุนัขของคุณมีสุขภาพดี มีชีวิตชีวา และมีความสุขได้ในทุกวัน!

How to Give Your Dog Healthy Skin and a Great Coat
How to Give Your Dog Healthy Skin and a Great Coat
  • The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet
    The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet
    adp_description_block10
    ความสำคัญของโซเดียมในอาหารสุนัข

    • แบ่งปัน

    โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต



    โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย



    โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?


    เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

    แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน


     

    สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
     

    สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

    แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

    ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

    ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

    สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

    นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

    การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

    ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

    โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย

     

    โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?
     

    เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

    แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน

     

    สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
     

    สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

    แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

    ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

    ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

    สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

    นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

    การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

    ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

Close modal