IAMS TH
how-to-give-your-dog-healthy-skin-and-a-great-coat_header
how-to-give-your-dog-healthy-skin-and-a-great-coat_mob

adp_description_block219
วิธีดูแลให้สุนัขมีสุขภาพผิวหนังที่ดีและเส้นขนที่เงางาม

  • แบ่งปัน

สุขภาพผิวหนังที่ดีของสุนัขขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การกรูมมิ่ง การป้องกันปรสิตตัวร้าย แม้แต่สภาพอากาศก็มีผลต่อผิวหนังของพวกเค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผิวหนัง คุณควรดูแลพวกเค้าอย่างใกล้ชิดโดยทำตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

พาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ


การพาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายจากปรสิตต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด โรคเรื้อนที่เป็นสาเหตุหลักของขนร่วงและปัญหาผิวหนัง

นอกจากการตรวจสุขภาพตามนัดหมายของสัตวแพทย์แล้ว คุณควรเช็กสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของสุนัขอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ตรวจดูว่ามีรอยแดง ตุ่มหมัดกัด หรือขี้หมัด (เป็นผงสีดำ) หรือไม่ และสังเกตอาการขนร่วงของพวกเค้าด้วย

ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล

สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำได้คือ การเลือกอาหารที่ดีมีคุณภาพและอุดมไปด้วยโปรตีนแก่พวกเค้า เลือกให้อาหารสุนัขของ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรสุนัขโตเต็มวัยเพราะโดยธรรมชาติสุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเค้าจึงต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยประมาณ 30% ของโปรตีนที่สุนัขต้องการในแต่ละวันจะถูกนำใช้ในการสร้างเส้นขนใหม่


นอกจากนี้เส้นขนของสุนัขยังประกอบไปด้วยโปรตีนมากถึง 95 เปอร์เซ็นเลยล่ะ! แม้ว่าการเจริญเติบโตของเส้นขนในสุนัขจะแตกต่างกันไปตามแต่สายพันธุ์ แต่บางสายพันธุ์เมื่อนำความยาวของเส้นขนที่งอกในแต่ละวันมาเรียงต่อกันอาจจะยาวได้ถึง 30 เมตรเลยนะ

เลือกอาหารที่มีคุณภาพ
หากผิวหนังสุนัขของคุณดูหนา ตกสะเก็ด หรือขาดความยืดหยุ่น หรือสังเกตเห้นว่ามีขนร่วงผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการขาดสารอาหาร ควรพาไปพบสัตวแพทย์และลองเปลี่ยนมาให้อาหารสูตรพรีเมี่ยมแก่เขา ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณหกถึงแปดสัปดาห์หลังจากเปลี่ยนสูตรอาหาร คุณถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่สุนัขของคุณยังคงเกาหรือกัดแทะผิวหนังของตัวเอง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์

การเลือกอาหารสุนัขที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวและเส้นขน ควรเลือกจากปัจจัยต่อไปนี้

มีโปรตีนสูง

อาหารที่ดีมีคุณภาพได้รับการคิดค้นให้มีสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลเพียงต่อความต้องการของสุนัข รวมถึงมีการเลือกใช้ส่วนผสมที่ดีย่อยง่าย ทำให้ร่างกายของสุนัขสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม้ว่าอาหารคุณภาพสูงจะมีราคาที่สูงตามไปด้วย แต่เมื่อเทียบปริมาณในการให้อาหารแต่ละครั้งแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าราคา


กรูมมิ่งอย่างสม่ำเสมอ


มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะบอกว่าสุนัขของคุณมีสุขภาพดีหรือไม่ หากดวงตาของเค้าสดใสแวววาว ไม่มีขี้ตาเกรอะกรัง ชอบวิ่งเล่นหรือทำกิจกรรม และมีขนสวยเงางามสุขภาพดี สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพวกเค้าสุขภาพดีทั้งภายในและภายนอก


การกรูมมิ่งเป็นการดูแลสุขภาพภายนอกให้กับพวกเค้า ทั้งการกำจัดขนที่หลุดร่วง สิ่งสกปรกต่างๆ ขนที่พันกันออก และบำรุงผิวของพวกเค้าให้ชุ่มชื่น นอกจากนี้การกรูมมิ่งเป็นประจำจะช่วยให้คุณรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย


เมื่อสุนัขอายุมากขึ้น สภาพผิวก็อาจแพ้ง่ายมากขึ้นไปด้วย จึงควรเลือกแชมพูสูตรเฉพาะสำหรับสุนัขสูงวัยที่อ่อนโยนต่อผิวของพวกเค้า อย่างแชมพูที่ทำจากน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์มก้เป็นตัวเลือกที่ดี อย่าใช้แชมพูของคนเพราะผิวของพวกเค้าอาจเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ ทั้งนี้กลิ่นตัวของสุนัขถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคร้าย หากพบว่าพวกเค้ามีกลิ่นตัวผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์


เมื่ออาบน้ำให้พวกเค้าควรล้างตัวให้สะอาด เช็กให้มั่นใจว่าล้างคราบสกปรกและแชมพูออกหมดแล้ว เพราะสารตกค้างที่เหลืออยู่บนผิวหนังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ คุณอาจใช้ครีมนวดด้ยก็ได้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและช่วยให้เส้นขนเงางาม


ในช่วงฤดูร้อน ควรดูแลใส่ใจผิวหนังและเส้นขนของพวกเค้ามากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยช่วงนี้สุนัขส่วนใหญ่จะเริ่มผลัดขน และมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเห็บหมัด


การดูแลเอาใจใส่พวกเค้าอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก จะทำให้สุนัขของคุณมีสุขภาพดี มีชีวิตชีวา และมีความสุขได้ในทุกวัน!

How to Give Your Dog Healthy Skin and a Great Coat
How to Give Your Dog Healthy Skin and a Great Coat
  • bathe a puppy
    bathe a puppy
    adp_description_block81
    ควรอาบน้ำลูกหมาตอนไหนดีนะ?

    • แบ่งปัน

    ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงหรือคุณพ่อคุณแม่มือโปร การอาบน้ำให้ลูกสุนัขคือหนึ่งในการดูแลที่คุณควรทำเป็นประจำ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้น้องหมาดูสะอาดสะอ้านเท่านั้น แต่ยังช่วยให้น้องหมามีสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่แข็งแรงอีกด้วย เพื่อให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัว ลองทำตามเคล็ดลับการอาบน้ำง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกันได้เลย

    เมื่อรับเลี้ยงลูกสุนัขตัวใหม่ หนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่เจ้าของมักจะนึกถึงคือ “ลูกสุนัขอาบน้ำได้เมื่อไหร่” และ 'ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน?' เราสามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อพวกเค้ามีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ โดยต้องอาบน้ำให้พวกเค้าอย่างระมัดระวังและอ่อนโยนที่สุด หลังจากอาบน้ำครั้งแรกแล้ว การอาบน้ำครั้งต่อ ๆ ไปควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น

    ก่อนเริ่มอาบน้ำ ควรจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ทั้งผ้าเช็ดตัว แชมพูและครีมนวดสำหรับน้องหมาขนยาว แปรงหรือหวี และไดร์เป่าผม

     

    เพื่อให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกดีระหว่างการอาบน้ำ ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้

    • เริ่มต้นด้วยการทำให้พวกเค้าคุ้นเคยกับน้ำ
    • เติมน้ำอุ่นลงในถังหรืออ่างอาบน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำจนเต็ม แต่ให้ระดับน้ำอยู่เหนืออุ้งเท้าเพียงไม่กี่นิ้ว
    • วางลูกสุนัขลงในอ่างและปล่อยให้พวกเค้าจัดท่าทางจนกว่าจะสบายตัว ให้ขนมและพูดคุยกับพวกเค้าด้วยน้ำเสียงที่สงบและมั่นใจ

    เมื่อน้องหมารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำในอ่าง ก็ถึงเวลาอาบน้ำกันแล้ว!

     

    ขั้นตอนการอาบน้ำให้ลูกสุนัขตัวน้อย

    หากคุณเพิ่งอาบน้ำให้ลูกสุนัขเป็นครั้งแรก ไม่ต้องกังวลไป เรามีเคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการอาบน้ำให้ลูกสุนัขทุกขั้นตอนมาฝากกัน

     

    1. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับลักษณะขนของน้องหมา

    ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่เหมาะกับลักษณะขน โดยอาจขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ สำหรับน้องหมาขนสั้น ควรใช้น้ำมันบำรุงขนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ในขณะที่น้องหมาขนยาวนั้น ควรใช้ครีมนวดเพื่อให้เส้นขนแข็งแรง ดูสวยน่าสัมผัส

     

    1.  ทำให้บรรยากาศในการอาบน้ำน่าประทับใจ

    สามารถอาบน้ำให้ลูกสุนัขได้เมื่อมีอายุ 8 สัปดาห์ การอาบน้ำตั้งแต่เด็กจะช่วยให้พวกเค้าคุ้นเคยและทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ในการอาบน้ำครั้งแรกไม่ควรมีการบังคับ แต่ควรค่อย ๆ แนะนำให้พวกเค้ารู้สึกคุ้นเคยและแสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ปล่อยให้ลูกสุนัขเดินเล่นอย่างอิสระและทำความคุ้นเคยกับการอยู่ในอ่าง จากนั้นจึงค่อยใช้แปรงหวีขนให้พวกเค้า อย่าลืมให้ขนม ลูบตัว และกอดพวกเค้าบ่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย

     

    1. แปรงขนของลูกสุนัขอย่างเบามือ

    ก่อนการอาบน้ำและตัดแต่งขน ให้แปรงหรือหวีขนเบา ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกบริเวณเส้นขนและผิวหนังออกไป การทำเช่นนี้จะช่วยขจัดปมหรือขนที่พันกันได้อีกด้วย

     

    1. อาบน้ำลูกสุนัขด้วยน้ำอุ่น

    เตรียมน้ำที่อุ่นแต่ไม่ร้อนจนเกินไป เนื่องจากลูกสุนัขมีผิวที่บอบบาง จึงไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งที่มาสัมผัสตัวมาก 

    ก่อนที่จะเริ่มอาบน้ำให้พวกเค้า ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครในบ้านใช้น้ำในขณะที่คุณอาบน้ำให้ลูกสุนัข การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหันอาจเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข จึงควรระมัดระวังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

     

    1. ทำความสะอาดอย่างเบามือด้วยน้ำอุ่นและผ้าขนหนู (สำหรับลูกสุนัขอายุ 3 - 4 เดือน)

    สำหรับลูกสุนัขที่อายุน้อยกว่า 3 – 4 เดือน ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นในการทำความสะอาดตัว และงดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง อุณหภูมิร่างกายของน้องหมาแตกต่างจากคนเรา น้ำที่ใช้จึงต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม น้ำที่ร้อนจนเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อน้องหมาได้

     

    1. เริ่มอาบน้ำให้ลูกสุนัขกันได้เลย

    สำหรับลูกสุนัขที่มีอายุมากกว่า 3 – 4 เดือน  คุณสามารถจับพวกเค้าอาบน้ำในอ่างอาบน้ำหรือจะใช้ฝักบัวแทนก็ได้ เมื่อถึงเวลาอาบน้ำ ลูกสุนัขอาจรับมือได้ค่อนข้างยาก หากคุณมีอ่างอาบน้ำหรือฝักบัวสำหรับอาบน้ำให้ลูกสุนัขโดยเฉพาะ ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นแทนอุปกรณ์ตามปกติ เพราะจะช่วยให้จัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวของอ่างอาบน้ำไม่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้มและจมจนพวกเค้าเกิดอาการตื่นตระหนก

     

    1. เลือกแชมพูอาบน้ำที่เหมาะสม

    เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป จึงจะสามารถใช้แชมพูหรือครีมนวดได้

    โดยควรเลือกแชมพูและครีมนวดสูตรสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ ควรเลือกที่มีค่า pH สมดุลเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพผิวหนังและเส้นขน อาจเลือกเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่มีสารเคมีเจือปนก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้เลือกซื้อสินค้าเพราะมีราคาถูก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้ได้จริงหรือไม่ปลอดภัยกับลูกสุนัข

    ควรผสมแชมพูกับน้ำในปริมาณที่เท่ากันเพื่อให้เจือจางลง ก่อนนำไปถูลงบนตัวของน้องหมา โดยระวังอย่าให้สัมผัสกับบริเวณที่บอบบาง เช่น ดวงตาและใบหู

     

    1. อาบน้ำให้ลูกสุนัขอย่างค่อยเป็นค่อยไป

    การอาบน้ำให้ลูกสุนัขก็เหมือนกับการอาบน้ำให้เด็กทารกตัวน้อย พวกเค้าอาจจะไม่ชินและรับมือได้ไม่ดีนักในช่วงแรก

    หากกังวลว่าจะทำให้เจ้าตัวน้อยเจ็บตัว ให้ใช้ปลายนิ้วนวดแชมพูลงบนขนพวกเค้าเบา ๆ นอกจากจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองแล้ว ยังเหมือนเป็นการนวดตัวให้น้องหมาอีกด้วย รับรองเลยว่าถูกใจพวกเค้าอย่างแน่นอน!

    ควรล้างน้ำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าล้างคราบแชมพูออกหมดแล้ว สำหรับลูกสุนัขอายุน้อยควรใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อล้างสบู่ออกให้หมดและเพื่อป้องกันการระคายเคืองบนผิวหนัง หลังอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรรีบเช็ดตัวน้องหมาให้แห้ง

     

    1. เช็ดตัวให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ

    ค่อย ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตามตัวน้องหมาเพื่อขจัดน้ำส่วนเกินออกไป เมื่อมั่นใจว่าเช็ดตัวจนแห้งดีแล้วหรือไม่มีน้ำหยดจากตัวพวกเค้าแล้ว ให้ใครสักคนช่วยจับหรือนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อให้น้องหมาจะรู้สึกปลอดภัย ก่อนเป่าขนให้แห้งด้วยไดร์เป่าผม ควรเลือกใช้เครื่องที่สามารถกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ลมร้อนต่ำหรือเย็นเท่านั้น

    เพื่อให้ลูกสุนัขคุ้นเคยกับเสียงของไดร์เป่าผม ควรหลีกเลี่ยงการเป่าลมใส่หน้าหรือหูโดยตรง และพยายามทำให้ขนแห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับน้องหมาขนยาว ในระหว่างเป่าขนควรหยุดแปรงขนบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ขนพันกัน

     

    1. อาบน้ำเป็นประจำเพื่อสุขภาพผิวหนังที่ดี

    สุขภาพของน้องหมาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการอาบน้ำเป็นประจำจะช่วยให้น้องหมามีความสุขและมีสุขภาพดี โดยแนะนำให้เจ้าของอาบน้ำให้น้องหมาเดือนละครั้ง เนื่องจากบริเวณผิวหนังและเส้นขนมักจะมีสิ่งสกปรกจากปัจจัยแวดล้อมและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน 

    สำหรับลูกสุนัขควรใช้น้ำอุ่นในการอาบน้ำ และใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ นวดลงบนตัวเบา ๆ อย่าลืมแปรงขนเป็นประจำ เพื่อให้ขนนุ่มและเงางาม ทั้งนี้ไม่แนะนำให้อาบน้ำให้ลุกสุนัขบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง

    ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้น้องหมาของคุณมีความสุขและแข็งแรง การอาบน้ำเป็นประจำจะทำให้เจ้าตัวน้อยดูดีและรู้สึกสบายตัวอยู่เสมอ อาจต้องใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นเคย แต่การอาบน้ำจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานหากทำอย่างถูกวิธี

     

Close modal