สุขภาพผิวหนังที่ดีของสุนัขขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การกรูมมิ่ง การป้องกันปรสิตตัวร้าย แม้แต่สภาพอากาศก็มีผลต่อผิวหนังของพวกเค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผิวหนัง คุณควรดูแลพวกเค้าอย่างใกล้ชิดโดยทำตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้
พาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ
การพาสุนัขไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายจากปรสิตต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด โรคเรื้อนที่เป็นสาเหตุหลักของขนร่วงและปัญหาผิวหนัง
นอกจากการตรวจสุขภาพตามนัดหมายของสัตวแพทย์แล้ว คุณควรเช็กสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของสุนัขอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ตรวจดูว่ามีรอยแดง ตุ่มหมัดกัด หรือขี้หมัด (เป็นผงสีดำ) หรือไม่ และสังเกตอาการขนร่วงของพวกเค้าด้วย
ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล
สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำได้คือ การเลือกอาหารที่ดีมีคุณภาพและอุดมไปด้วยโปรตีนแก่พวกเค้า เลือกให้อาหารสุนัขของ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรสุนัขโตเต็มวัยเพราะโดยธรรมชาติสุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเค้าจึงต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยประมาณ 30% ของโปรตีนที่สุนัขต้องการในแต่ละวันจะถูกนำใช้ในการสร้างเส้นขนใหม่
นอกจากนี้เส้นขนของสุนัขยังประกอบไปด้วยโปรตีนมากถึง 95 เปอร์เซ็นเลยล่ะ! แม้ว่าการเจริญเติบโตของเส้นขนในสุนัขจะแตกต่างกันไปตามแต่สายพันธุ์ แต่บางสายพันธุ์เมื่อนำความยาวของเส้นขนที่งอกในแต่ละวันมาเรียงต่อกันอาจจะยาวได้ถึง 30 เมตรเลยนะ
เลือกอาหารที่มีคุณภาพ
หากผิวหนังสุนัขของคุณดูหนา ตกสะเก็ด หรือขาดความยืดหยุ่น หรือสังเกตเห้นว่ามีขนร่วงผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการขาดสารอาหาร ควรพาไปพบสัตวแพทย์และลองเปลี่ยนมาให้อาหารสูตรพรีเมี่ยมแก่เขา ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณหกถึงแปดสัปดาห์หลังจากเปลี่ยนสูตรอาหาร คุณถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่สุนัขของคุณยังคงเกาหรือกัดแทะผิวหนังของตัวเอง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์
การเลือกอาหารสุนัขที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวและเส้นขน ควรเลือกจากปัจจัยต่อไปนี้
มีโปรตีนสูง
อาหารที่ดีมีคุณภาพได้รับการคิดค้นให้มีสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลเพียงต่อความต้องการของสุนัข รวมถึงมีการเลือกใช้ส่วนผสมที่ดีย่อยง่าย ทำให้ร่างกายของสุนัขสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม้ว่าอาหารคุณภาพสูงจะมีราคาที่สูงตามไปด้วย แต่เมื่อเทียบปริมาณในการให้อาหารแต่ละครั้งแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าราคา
กรูมมิ่งอย่างสม่ำเสมอ
มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะบอกว่าสุนัขของคุณมีสุขภาพดีหรือไม่ หากดวงตาของเค้าสดใสแวววาว ไม่มีขี้ตาเกรอะกรัง ชอบวิ่งเล่นหรือทำกิจกรรม และมีขนสวยเงางามสุขภาพดี สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพวกเค้าสุขภาพดีทั้งภายในและภายนอก
การกรูมมิ่งเป็นการดูแลสุขภาพภายนอกให้กับพวกเค้า ทั้งการกำจัดขนที่หลุดร่วง สิ่งสกปรกต่างๆ ขนที่พันกันออก และบำรุงผิวของพวกเค้าให้ชุ่มชื่น นอกจากนี้การกรูมมิ่งเป็นประจำจะช่วยให้คุณรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
เมื่อสุนัขอายุมากขึ้น สภาพผิวก็อาจแพ้ง่ายมากขึ้นไปด้วย จึงควรเลือกแชมพูสูตรเฉพาะสำหรับสุนัขสูงวัยที่อ่อนโยนต่อผิวของพวกเค้า อย่างแชมพูที่ทำจากน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์มก้เป็นตัวเลือกที่ดี อย่าใช้แชมพูของคนเพราะผิวของพวกเค้าอาจเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ ทั้งนี้กลิ่นตัวของสุนัขถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคร้าย หากพบว่าพวกเค้ามีกลิ่นตัวผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์
เมื่ออาบน้ำให้พวกเค้าควรล้างตัวให้สะอาด เช็กให้มั่นใจว่าล้างคราบสกปรกและแชมพูออกหมดแล้ว เพราะสารตกค้างที่เหลืออยู่บนผิวหนังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ คุณอาจใช้ครีมนวดด้ยก็ได้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและช่วยให้เส้นขนเงางาม
ในช่วงฤดูร้อน ควรดูแลใส่ใจผิวหนังและเส้นขนของพวกเค้ามากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยช่วงนี้สุนัขส่วนใหญ่จะเริ่มผลัดขน และมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเห็บหมัด
การดูแลเอาใจใส่พวกเค้าอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก จะทำให้สุนัขของคุณมีสุขภาพดี มีชีวิตชีวา และมีความสุขได้ในทุกวัน!


การนำลูกสุนัขตัวใหม่เข้าบ้านเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มาพร้อมความรับผิดชอบมากมาย หนึ่งในนั้นคือการพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อตรวจเช็กปัญหาสุขภาพแอบแฝงและสุขภาพโดยรวม อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ผู้เลี้ยงจะปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน การให้อาหาร การฝึกสอน และวิธีการดูแลต่าง ๆ หากไม่แน่ใจว่าควรพาลูกสุนัขไปพบคุณหมอเมื่อไหร่ บ่อยแค่ไหน ติดตามคำตอบและเรื่องน่ารู้อีกมากมายได้ในบทความนี้
ลูกสุนัขเป็นช่วงวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ผู้เลี้ยงควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทุก ๆ 3 – 4 สัปดาห์ แต่หากจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอาจมีการนัดพบบ่อยขึ้น ทั้งนี้ก่อนพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอ คุณควรสอบถามข้อมูลการฉีดวัคซีนหรือการรักษาต่าง ๆ จากฟาร์มหรือผู้เพาะพันธุ์ให้เรียบร้อย และในกรณีที่รับเลี้ยงสุนัขไร้บ้านก็ควรแจ้งให้คุณหมอทราบเช่นกัน
หากคุณสังเกตพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบพาเจ้าตัวน้อยไปพบสัตวแพทย์ในทันที
ข้อควรรู้ – แม้จะมีสมุดฉีดวัคซีนหรือหลักฐานการตรวจยืนยันจากผู้เพาะพันธุ์ คุณก็ควรพาลูกสุนัขไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพิ่มเติม
ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีเช่นเดียวกับคน นอกจากการฉีดวัคซีนกระตุ้นแล้ว คุณหมอจะตรวจเช็กสุขภาพหัวใจ ปอด ดวงตา หู พร้อมมองหาอาการผิดปกติต่าง ๆ และอาจทำการทดสอบพื้นฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
หลังการตรวจเช็กสุขภาพ คุณหมออาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร เพิ่มหรือลดการออกกำลังกาย รวมถึงอาจต้องดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดียิ่งขึ้น ผู้เลี้ยงควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าตัวน้อยที่คุณรัก อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสุขภาพประจำปี คุณสามารถสอบถามหรือขอปรึกษาเรื่องเหล่านี้จากสัตวแพทย์เพิ่มเติมได้
ลูกสุนัขเกิดมาพร้อมระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ อย่างไรก็ตาม พวกเค้าจะเริ่มสูญเสียภูมิคุ้มกันเหล่านี้เมื่ออายุ 6 – 8 สัปดาห์ จึงจำเป็นต้องเริ่มฉีดวัคซีนในช่วงเวลาดังกล่าว บวกกับนิสัยชอบดมและเลียเพื่อสำรวจทุกสิ่งรอบตัว ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันไวรัสและโรคร้ายแรงได้ การฉีดวัคซีนจะเริ่มเมื่อลูกสุนัขมีอายุ 6 – 8 สัปดาห์ และต้องฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 2 – 4 สัปดาห์จนกว่าลูกสุนัขจะมีอายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป บางกรณีสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ เนื่องจากมีการระบาดของโรคหรือเมื่อแม่หมาที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีน คุณสามารถขอตารางการฉีดวัคซีนของลูกสุนัขจากสัตวแพทย์ได้
สุนัขจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้หัด และโรคตับอักเสบในสุนัข โดยวัคซีนทั่วไปที่สุนัขจำเป็นต้องได้รับมีดังนี้
การฉีดวัคซีนข้างต้นอาจมีการผสมที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง