ฟันเป็นอวัยวะที่สำคัญในกระบวนการย่อยอาหาร
เมื่อฟันบดอาหาร เศษอาหารจะสะสมอยู่บนพื้นผิวฟัน และเป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้ การสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรียนี้เรียกว่าคราบจุลินทรีย์ คราบจุลินทรีย์จะถูกกำจัดออกจากฟันได้ง่ายด้วยการแปรง นั่นก็คือการแปรงฟันบ่อยๆ
หากคราบจุลินทรีย์ไม่ได้ถูกแปรงออกไป แร่ธาตุก็จะสะสมจนแข็งบนฟัน สิ่งนี้เรียกว่าหินปูน มีสีเหลืองเข้มหรือสีน้ำตาลที่สะสมบนฟัน ซึ่งยากที่จะกำจัดออก
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา คราบจุลินทรีย์อาจทำให้เกิดการอักเสบที่เหงือก (เหงือกอักเสบ) หรือกระดูกขากรรไกร และฟัน (โรคปริทันต์)
การรักษาฟันและเหงือกของสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดี รวมไปถึงการแปรงฟัน และการทำความสะอาดฟันด้วยมืออาชีพ เป็นที่น่าเสียดายที่เจ้าของหลายคนมีปัญหาในการแปรงฟันสุนัขเป็นประจำ
อาหารสูตรพิเศษสามารถช่วยลดการสะสมคราบหินปูนได้ในระหว่างการทำความสะอาด ส่วนใหญ่อาหารสูตรดูแลฟันและช่องปาก จะมีเม็ดอาหารที่กรอบและมีผิวสัมผัสเพื่อช่วยขูดคราบหินปูน
เทคโนโลยีทางทันตกรรมของเราใช้กระบวนการผลิตที่อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร ที่อาหารเม็ดสามารถควบคุมการสะสมของคราบหินปูนได้ กระบวนการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโภชนาการของอาหาร หรือขนาดของเม็ดอาหาร
การศึกษาอาหารสูตรดูแลฟัน
• สัตว์ทุกตัวต้องทำความสะอาดฟันอย่างทั่วถึง
• หลังจาก 28 วันของการกินอาหารหนึ่งมื้อ พวกเค้าจะได้รับการตรวจหาคราบหินปูน
• สัตว์ทั้งหมดได้รับการทำความสะอาดอย่างละเอียดอีกครั้ง
• จากนั้นจึงเปลี่ยนช่วงระยะเวลาการให้อาหารอีกครั้ง
สุนัขที่กินอาหารที่มีเทคโนโลยีทางทันตกรรมของเรามีการลดการสะสมของหินปูนลงได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับสุนัขที่ได้รับอาหารชนิดอื่น
สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คุณอาจรู้สึกสงสัยและไม่แน่ใจว่าควรให้อาหารน้องหมาอย่างไรจึงจะเหมาะสม แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราช่วยคุณได้! ในบทความนี้ เราจะแชร์เคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัข เพื่อให้คุณมั่นใจว่าพวกเค้าจะได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วนเพื่อเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโต
สิ่งสำคัญในการให้อาหารคือการกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยคุ้นเคยกับการกินอาหารเป็นเวลาและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก เช่น การตื๊อขออาหาร สำหรับการเลือกอาหารให้น้องหมานั้น ควรเลือกอาหารคุณภาพดี เหมาะกับช่วงวัยและขนาดสายพันธุ์ พยายามมองหาตัวเลือกที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมจำพวกสารเติมแต่ง
การให้อาหารมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ การกำหนดปริมาณอาหารให้เพียงพอในแต่ละวันจึงสำคัญมาก โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้
ลูกสุนัขในแต่ละช่วงวัยมีความต้องการทางโภชนาการแตกต่างกัน พวกเค้าจึงควรได้รับอาหารในปริมาณที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม คู่มือการให้อาหารลูกสุนัขของเราออกแบบมาเพื่อช่วยคุณให้อาหารเจ้าตัวน้อยได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะกับอายุและน้ำหนักตัวของพวกเค้าได้ หากทำตามคำแนะนำเหล่านี้ก็มั่นใจได้เลยว่าน้องหมาจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและมีสุขภาพที่แข็งแรง
เราสามารถเปลี่ยนสูตรอาหารได้เมื่อลูกสุนัขโตขึ้นหรือเริ่มมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อพวกเค้าอายุ 12 - 18 เดือน แต่อาจจะเปลี่ยนไปตามแต่สายพันธุ์ อย่างน้องหมาพันธุ์เล็กมักจะโตเต็มวัยเร็วกว่า ในขณะที่น้องหมาพันธุ์ใหญ่อาจใช้เวลานานกว่า
สภาพร่างกายและน้ำหนักตัวคือปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าลูกสุนัขพร้อมสำหรับการเปลี่ยนอาหารแล้ว หากเจ้าตัวน้อยยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีพลังงานมาก อาจยังไม่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอาหาร ในทางกลับกัน หากพวกเค้าเริ่มเติบโตช้าลงและมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย นั่นแสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนสูตรอาหารกันแล้ว
คุณควรปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำว่าควรเปลี่ยนสูตรอาหารเมื่อใด โดยคุณหมอจะช่วยกำหนดเวลาที่ดีที่สุดตามความต้องการและอัตราการเจริญเติบโตของลูกสุนัขแต่ละตัว
การเลือกอาหารที่เหมาะกับขนาดและสายพันธุ์ของลูกสุนัขเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้เลือกอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมอย่างสมวัย ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบและการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คุณจะมั่นใจได้ว่าเจ้าตัวน้อยจะเติบโตเป็นน้องหมาโตเต็มวัยที่แข็งแรงและมีความสุขในทุกวัน

