IAMS TH
Guide to Feeding Your Mature Dog
Guide to Feeding Your Mature Dog-mob

adp_description_block240
คำแนะนำในการให้อาหารสุนัขสูงวัย

  • แบ่งปัน

สุนัขพันธุ์เล็กจะเข้าสู่ช่วงสูงวัยเมื่อมีอายุประมาณ 7 ปี (5 ปีสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่) มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเค้าจะอยู่ได้นานถึง 15 ปี ในขณะที่สุนัขของคุณเข้าสู่ช่วงสูงวัย พวกเค้าจะทำกิจกรรมน้อยลง และมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคข้ออักเสบ โรคเบาหวาน และโรคไต

Tom Carpenter DVM ประธานสมาคมโรงพยาบาลสัตว์อเมริกันกล่าวไว้ว่า การติดตามพฤติกรรมการกินของสุนัขที่มีอายุมากนั้นเป็นเรื่องสำคัญ โดยทั่วไปสุนัขที่มีอายุมากไม่ต้องการโปรตีน โซเดียม และฟอสฟอรัสมาก แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่สุนัขแต่ละตัวด้วย

สุนัขสูงวัยบางตัวมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วน เพื่อทดสอบว่าสุนัขของคุณมีน้ำหนักที่เหมาะสมหรือไม่ ให้ขยับมือสัมผัสไปที่ข้างลำตัวของพวกเค้า หากคุณรู้สึกถึงกระดูกซี่โครงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ามีชั้นไขมันปกคลุมหรือสังเกตเห็นหน้าท้องกลมอย่างเห็นได้ชัด แปลว่าพวกเค้าอาจมีน้ำหนักเกินแล้ว การออกกำลังกายยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุนัขสูงวัย และหากพวกเค้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น คุณอาจต้องการอาหารสูตรสำหรับควบคุมน้ำหนักที่มีไขมันต่ำ มีน้ำมันปลาที่อุดมไปด้วยวิตามิน  (ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรสุนัขสูงวัยเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ)

สุนัขบางตัวอาจมีนิสัยเลือกกินและน้ำหนักลดลง Carpenter กล่าวว่า สุนัขที่อายุมากอาจต้องการอาหารที่มีแคลอรี่มากขึ้น และอาจสูญเสียความสามารถในการดมกลิ่น รวมถึงเคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการเคี้ยว คุณสามารถใช้วิธีผสมน้ำอุ่นเข้ากับอาหารเม็ดได้ นอกจากนี้สุนัขสูงวัยยังมีโอกาสมีภาวะขาดน้ำได้ อย่าลืมเตรียมน้ำสะอาดไว้ให้พวกเค้าด้วยล่ะ

ทั้งนี้หากสุนัขของคุณน้ำหนักขึ้นหรือลงแบบฉับพลัน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์

guide to feeding your mature dog
  • Puppy Basics: Expert Training Tips
    Puppy Basics: Expert Training Tips
    adp_description_block127
    เคล็ดลับการฝึกคำสั่งพื้นฐานให้ลูกสุนัข

    • แบ่งปัน

    'Q: เมื่อต้องฝึกลูกสุนัข สามารถให้อาหารของคนเป็นรางวัลได้หรือไม่?

    A: โดยส่วนตัวแล้ว ฉันจะไม่ใช้ขนมหรืออาหารในการฝึกเลย แต่จะใช้ภาษากายและการให้คำชมเป็นรางวัลในการฝึกแทน ซึ่งมันก็ได้ผลดีเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสุนัขบางตัวไม่ได้สนใจหรือถูกดึงดูดใจด้วยอาหาร

     

    ถึงแม้คนส่วนมากมักจะใช้วิธีนี้และประสบความสำเร็จ แต่ฉันก็ไม่แนะนำวิธีนี้อยู่ดี การให้อาหาร (ของคน) เป็นรางวัล อาจทำให้สุนัขมีความคิดว่าพวกเค้าสามารถกินอาหารของคุณได้ ซึ่งมันอาจกระตุ้นให้พวกเค้าขโมยอาหารจากโต๊ะ หรือจากคนโดยเฉพาะเด็กๆ หรือแขกที่บ้านได้

     

    นอกจากนี้อาหารบางอย่างของคนก็เป็นพิษต่อสุนัข ตัวอย่างเช่นช็อกโกแลต, องุ่น, ลูกเกด, ถั่วแมคาเดเมียและไซลิทอล (สารให้ความหวานมักจะใช้ในหมากฝรั่ง, ขนม, และขนมอบ)

     

    แทนที่จะให้อาหารของคน คุณสามารถใช้ขนมสำหรับสุนัขแทนได้ โดยเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ ผลิตจากเนื้อสัตว์คุณภาพดี และเหมาะกับการฝึก ไม่ควรเลือกขนมที่เคี้ยวง่าย เพราะอาจจะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เวลาซื้อขนมให้พวกเค้า อย่าลืมอ่านฉลากเพื่อดูส่วนประกอบให้แน่ชัดซะก่อน

     

    ในระหว่างการฝึกระวังอย่าให้ขนมพวกเค้ามากจนเกินไป และไม่ควรให้ขนมแทนอาหารหลัก ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณแคลอรี่ที่พวกเค้าควรได้รับในแต่ละวัน

     

    ทั้งนี้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้เวลานานแต่เน้นฝึกบ่อยครั้งแทน อย่างการฝึกลูกสุนัขแต่ละครั้งควรใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที

     

    และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้การฝึกแบบเชิงบวก หากคุณเริ่มหงุดหงิดเพราะลูกสุนัขเริ่มไม่สนใจและไม่ยอมอยู่นิ่ง ให้หยุดพักก่อน พยายามให้การฝึกแต่ละครั้งจบแบบสนุกสนาน เพื่อกระตุ้นให้พวกเค้าอยากฝึกอีกในครั้งต่อไป

     

    คำแนะนำโดย Janet Tobiassen, สัตวแพทย์ในรัฐวอชิงตัน ที่ทำการศึกษาและเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ปี 2542 โดยเธอเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยผ่านการฝึกจากชมรม 4-H รวมถึงได้เข้าฝึกอบรมเรื่องการบำบัดและการฝึกสัตว์เลี้ยงเมื่อตอนเรียนคณะสัตวแพทย์ศาสตร์'

    puppy-basics-expert-training-tips
Close modal